- 06 พ.ย. 2569
ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ลุยแม่สามแลบ มอบสิ่งของช่วยประชาชน หลังสะเก็ดระเบิดเมียนมาตกฝั่งไทย ทำบ้านพัง 18 หลัง ยันสถานการณ์ปกติ ออกคำสั่งด่วนขุดหลุมหลบภัย ซ้อมแผนอพยพ
แม่ฮ่องสอน (5 พฤศจิกายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ฝ่ายทหาร), รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน, นายอำเภอสบเมย, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ ณ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมเยียน พบปะ ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของช่วยเหลือแก่ประชาชน พ่อค้าแม่ค้าบริเวณริมน้ำ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตลอดจนคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่สามแลบ ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเกิดเหตุการณ์เครื่องบินรบเมียนมาปฏิบัติการทางอากาศโจมตีค่ายซอเลท่า ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ ส่งผลให้แรงอัดและสะเก็ดระเบิดข้ามมาตกยังฝั่งประเทศไทย ทำให้อาคารบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับความเสียหายจำนวน 18 หลัง และสถานที่ราชการอย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แม่สามแลบ ได้รับความเสียหายบางส่วนด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยืนยันว่า ฝ่ายความมั่นคงพร้อมดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง แม้บรรยากาศการค้าขายจะยังซบเซา เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนยังคงมีความกังวล แต่ภาพรวมบริเวณท่าเรือแม่สามแลบได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ร้านค้า เรือโดยสาร และ รพ.สต.แม่สามแลบ เปิดให้บริการตามปกติ
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ออกคำสั่งกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการสร้างความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนทันที ผ่านแนวทางปฏิบัติสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่
- การจัดเตรียมหลุมหลบภัยและพื้นที่ปลอดภัยภายในชุมชน พร้อมสั่งการให้ซักซ้อมแผนหลบภัยแก่ครู นักเรียน และประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้จดจำแนวทางปฏิบัติและเข้าถึงจุดปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- การให้อำเภอสบเมยร่วมกับ อบต.แม่สามแลบ จัดเตรียมพื้นที่รองรับประชาชนชาวไทย รวมถึงเตรียมความช่วยเหลือผู้ที่อาจอพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้านตามหลักมนุษยธรรมอย่างเหมาะสม
การเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการประเมินสถานการณ์และการปฏิบัติตน พร้อมประสานผู้นำชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างดีที่สุด
