- 06 พ.ย. 2569
อย่าชะล่าใจ เช็กอาการเจ็บคอ คล้ายต่อมทอนซิลอักเสบแบบไหน ที่บ่งบอกว่าติดเชื้อฝีดาษลิงแล้ว หลังเกิดเคสผู้ป่วยหญิงวัย 32 ปี
ยังต้องเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่องกับ ฝีดาษลิง ที่ตอนนี้เริ่มกลับมามีผู้ติดเชื้อกันแบบไม่รู้ตัวเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ซึ่งล่าสุด เพจ Drama-addict ออกมาเผยข้อมูลเตือนภัยเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง หลังพบว่าลักษณะอาการของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศไทยเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้แสดงอาการเป็นตุ่มหรือผื่นตามร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่บางรายกลับมีอาการผิดปกติในตำแหน่งอื่น จนทำให้เข้าใจว่าเป็นโรคทั่วไป
โดยเพจ Drama-addict ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีอาจารย์แพทย์ออกมาเตือนถึงลักษณะรอยโรคของผู้ป่วยฝีดาษลิงที่เปลี่ยนแปลงไป พบผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการคล้ายฝีบริเวณก้น หรือมีอาการคล้ายต่อมทอนซิลอักเสบและคออักเสบ ก่อนตรวจพบว่าเป็นการติดเชื้อฝีดาษลิง
นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างกรณีผู้ป่วยหญิงอายุ 32 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดคอทั้งสองข้างและมีไข้ต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ แม้จะรับประทานยาฆ่าเชื้อแล้ว แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น
จากการตรวจภายในลำคอ แพทย์พบรอยโรคบริเวณผนังคอหอยด้านหลัง มีลักษณะเป็นแผลสีขาว ขณะที่ตรวจร่างกายบริเวณอื่นกลับไม่พบผื่นหรือรอยโรคผิดปกติแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น 4 วัน ผู้ป่วยเริ่มมีตุ่มหนองขึ้นบริเวณสะดือ รวมถึงตำแหน่งอื่น ๆ เช่น สะบักขวาและเต้านม แพทย์จึงสงสัยว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส และเมื่อตรวจเพิ่มเติมก็พบว่าผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อฝีดาษลิงจริง
เพจ Drama-addict อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยฝีดาษลิงมีโอกาสพบแผลในช่องปากได้ประมาณ 14-30% แต่กรณีที่มีอาการนำเป็นเจ็บคอและพบแผลในช่องปาก โดยไม่มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ถือเป็นลักษณะที่พบได้ค่อนข้างน้อย อยู่ที่ประมาณ 5% ของผู้ป่วยทั้งหมด
ทั้งนี้ จึงมีคำเตือนว่า การสังเกตอาการฝีดาษลิงไม่ควรพิจารณาเฉพาะการมีตุ่มหรือผื่นขึ้นตามร่างกายเท่านั้น หากมีอาการเจ็บคอและเข้ารับการรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เนื่องจากอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อฝีดาษลิงได้เช่นกัน
สำหรับจุดสังเกตอาการเจ็บคอที่บ่งบอกว่าติดเชื้อฝีดาษลิงคือ อาการเจ็บคอที่อาจไม่ได้เกิดจากหวัดหรือทอนซิลอักเสบทั่วไป โดยมีลักษณะดังนี้
1. เจ็บคอต่อเนื่อง โดยเฉพาะมีไข้ร่วมด้วย และอาการไม่ดีขึ้นแม้รับประทานยารักษาแล้ว
2. มีแผลสีขาวบริเวณผนังคอหอยด้านหลัง ไม่ใช่แค่อาการคอแดงหรือระคายคอ
3. อาจไม่มีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามร่างกายในช่วงแรก ทำให้สังเกตได้ยาก
4. ต่อมาอาจเริ่มมีตุ่มหนองตามร่างกาย เช่น บริเวณสะดือ สะบัก หรือเต้านม
ข้อควรรู้: อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นฝีดาษลิงแน่นอน เพราะโรคอื่นก็ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ และไม่ใช่ทุกคนที่เจ็บคอจะต้องตรวจหาเชื้อฝีดาษลิง
หากมีไข้ร่วมกับเจ็บคอรุนแรงหรือเป็นต่อเนื่อง มีแผลในปากหรือคอ และมีประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อ ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงเพื่อพิจารณาตรวจเพิ่มเติม
