- 02 ก.ย. 2569
"ชิน โยชิดะคือใคร" รู้จัก หนุ่มญี่ปุ่นหัวใจไทย ทีมงานวอลเลย์บอลหญิงไทย ตัวแปรสำคัญพาคว้าแชมป์ แถมมีดีกรีว่าที่เขยไทย
หลังวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 ด้วยการเอาชนะจีน 3-2 เซต พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ชื่อของ “ชิน โยชิดะ” (Shin Yoshida) ทีมงานผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น ก็กลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่แฟนวอลเลย์บอลไทยให้ความสนใจ
โยชิดะวัย 30 ปี ปรากฏตัวอยู่ข้างสนามในฐานะหนึ่งในทีมงานของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย และทำงานร่วมกับ “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร โดยบทบาทของเขาไม่ได้มีเพียงการทำงานด้านเทคนิค แต่ยังผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งการเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล ล่าม ผู้ช่วยโค้ช และทีมงานสโมสรอาชีพในหลายประเทศ
- จากมหาวิทยาลัยวาเซดะ สู่วงการวอลเลย์บอล
ชิน โยชิดะ เกิดวันที่ 22 กรกฎาคม 2539 ที่เขตเซตางายะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียน Tokyo Metropolitan Chofu Minami High School ในเดือนมีนาคม 2558 ก่อนใช้เวลาเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย 1 ปี และเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยวาเซดะในปี 2559
ระหว่างเรียนที่วาเซดะ โยชิดะเป็นสมาชิกทีมวอลเลย์บอลชายของมหาวิทยาลัย พร้อมเริ่มสะสมประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์การแข่งขัน ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานด้านโค้ชในเวลาต่อมา
หลังสำเร็จการศึกษาในเดือนมีนาคม 2563 เขายังไม่ได้เข้าสู่วงการโค้ชทันที แต่เลือกทำงานกับบริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่น ในตำแหน่ง MR หรือผู้แทนยา มีหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม ความหลงใหลในวอลเลย์บอลยังคงอยู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลาออกจากบริษัทในปี 2565 และเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเข้าสู่วงการวอลเลย์บอลอย่างเต็มตัว
- จุดเริ่มต้นอาชีพโค้ชกับ “คุโรเบะ อควาแฟรีส์”
ปี 2565 โยชิดะเริ่มงานระดับอาชีพกับ “คุโรเบะ อควาแฟรีส์” สโมสรหญิงในลีกญี่ปุ่น ในตำแหน่งนักวิเคราะห์ควบผู้ฝึกสอน
หน้าที่ของเขาครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาข้อมูลการแข่งขัน วิเคราะห์คู่แข่ง ถ่ายทอดข้อมูลด้านกลยุทธ์ให้ทีมงาน ตลอดจนให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่นักกีฬา
โยชิดะเคยอธิบายแนวคิดการทำงานของตัวเองว่า หนึ่งในทักษะสำคัญของนักวิเคราะห์และโค้ช คือการสามารถนำข้อมูลที่มีความซับซ้อนมาสื่อสารให้ผู้เล่นเข้าใจ และนำไปใช้ได้จริงในสนาม
หลังทำงานกับคุโรเบะประมาณ 2 ปี สโมสรประกาศในเดือนเมษายน 2567 ว่า โยชิดะจะออกจากทีมหลังสิ้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกล่าวชื่นชมความสามารถของเขาในการวิเคราะห์เกมจากหลากหลายมุมและให้คำแนะนำที่แม่นยำ
- ความสัมพันธ์กับทีมชาติไทยเริ่มตั้งแต่ปี 2566
เส้นทางของโยชิดะกับวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเริ่มต้นขึ้นก่อนที่เขาจะเข้ามาร่วมงานอย่างเป็นทางการ โดยในปี 2566 เขามีโอกาสทำหน้าที่นักวิเคราะห์ให้ทีมชาติญี่ปุ่นในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2023 และได้รู้จักกับบุคลากรในวงการวอลเลย์บอลไทย
จากนั้นทีมชาติไทยมีความสนใจที่จะเรียนรู้แนวทางการเล่นและระบบการทำงานของญี่ปุ่น ขณะที่โยชิดะเองก็ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ จึงเกิดโอกาสให้เขาเข้ามาช่วยทีมชาติไทยในปี 2567
โยชิดะมองว่าวอลเลย์บอลหญิงไทยและญี่ปุ่นมีลักษณะบางอย่างใกล้เคียงกัน เพราะทั้งสองทีมไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่เมื่อเทียบกับมหาอำนาจในวงการ จึงต้องอาศัยจุดเด่นด้านเกมรับ ความคล่องตัว การต่อบอล และการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว
ในช่วงทำงานกับทีมไทย เขายังพยายามเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อใช้สื่อสารกับนักกีฬา จนมีภาพปรากฏให้เห็นหลายครั้งว่าโยชิดะสามารถตะโกนคำสั่งเป็นภาษาไทยจากข้างสนามได้
บทบาทของเขาจึงไม่ได้เป็นเพียงคนที่นั่งวิเคราะห์ตัวเลขอยู่เบื้องหลัง แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูล แผนการเล่น และการสื่อสารระหว่างทีมโค้ชกับนักกีฬา
- ออกไปเก็บประสบการณ์ในยุโรป ก่อนกลับญี่ปุ่น
หลังจบภารกิจกับทีมชาติไทยในปี 2567 โยชิดะเดินทางไปทำงานกับ SC Potsdam สโมสรหญิงในลีกสูงสุดของเยอรมนี ในตำแหน่งโค้ชควบนักวิเคราะห์
จากนั้นในปี 2568 เขากลับมาร่วมงานกับวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติญี่ปุ่น ในตำแหน่งทีมงานผู้ฝึกสอนและล่าม ก่อนย้ายไปทำงานกับ Vandœuvre Nancy Volley-Ball สโมสรในลีกหญิงของฝรั่งเศสในฤดูกาล 2025-26
ประสบการณ์จากหลายประเทศทำให้โยชิดะได้สัมผัสระบบวอลเลย์บอลที่แตกต่างกัน ทั้งความละเอียดและระเบียบแบบญี่ปุ่น ไปจนถึงรูปแบบการแข่งขันในยุโรปที่มีความหลากหลายด้านรูปร่างและพละกำลังของนักกีฬา
เมื่อสัญญากับทีมชาติญี่ปุ่นสิ้นสุดลงในปี 2568 โยชิดะเคยชี้แจงว่า เขาไม่ได้เป็นฝ่ายลาออกเพื่อย้ายมาทำงานกับทีมชาติไทย แต่หลังจากหมดสัญญา สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยและหัวหน้าผู้ฝึกสอนจึงติดต่อและมอบโอกาสให้เขากลับมาร่วมงานกับทีมไทยอีกครั้ง
- กลับมาช่วยไทยในปี 2569 ก่อนสร้างประวัติศาสตร์
ในฤดูกาลทีมชาติปี 2569 โยชิดะกลับมาทำงานกับวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในฐานะโค้ช โดยรับผิดชอบงานสำคัญทั้งการวิเคราะห์คู่แข่ง วางแผนการแข่งขัน และสื่อสารรายละเอียดทางเทคนิคกับนักกีฬาและทีมงาน
และในศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 ผลงานของทีมไทยก็ออกมาอย่างยอดเยี่ยม หลังเอาชนะญี่ปุ่น 3-1 เซต ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการเอาชนะเจ้าภาพจีน 3-2 เซต ในรอบชิงชนะเลิศ
ชัยชนะดังกล่าวทำให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างประวัติศาสตร์คว้าสิทธิ์เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิสเป็นครั้งแรก
หลังจบการแข่งขัน โยชิดะเขียนข้อความผ่าน Note ว่า วันที่ทีมชาติไทยคว้าแชมป์และตั๋วโอลิมปิกเป็น “วันที่ดีที่สุดในชีวิต” พร้อมแสดงความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม โดยย้ำว่าความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความพยายามของนักกีฬาและทีมงานทุกฝ่าย ไม่ใช่ผลงานของคนใดคนหนึ่ง
แม้จะเป็นชาวญี่ปุ่น แต่โยชิดะยังมองว่าประเทศไทยได้กลายเป็นเหมือนบ้านอีกแห่งของเขา จากการต้อนรับและการสนับสนุนจากทั้งนักกีฬา ทีมงาน และแฟนวอลเลย์บอลชาวไทย
- เส้นทางต่อไปกับลีกอิตาลี
หลังมีส่วนร่วมกับความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทย เส้นทางอาชีพของโยชิดะยังคงเดินหน้าต่อ โดยฤดูกาล 2026-27 เขาจะไปทำงานในประเทศอิตาลี หลังสโมสร UYBA Volley Busto Arsizio ประกาศแต่งตั้งเขาเป็นหนึ่งในผู้ช่วยโค้ชของทีม
สโมสรอิตาลีให้เหตุผลว่า โยชิดะมีประสบการณ์จากทั้งทีมชาติญี่ปุ่น รวมถึงสโมสรในเยอรมนีและฝรั่งเศส และยังสามารถช่วยนักกีฬาญี่ปุ่นภายในทีมปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
จากอดีตพนักงานบริษัทเภสัชภัณฑ์ที่ตัดสินใจลาออกเพื่อเดินตามความฝันในกีฬาวอลเลย์บอล วันนี้ “ชิน โยชิดะ” กลายเป็นโค้ชหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์จากหลายลีก หลายประเทศ และมีชื่ออยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของวอลเลย์บอลหญิงไทย ในฐานะหนึ่งในทีมงานที่ร่วมพาทีมคว้าแชมป์เอเชียและตั๋วโอลิมปิก 2028
สำหรับแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยที่อยากติดตามเส้นทางของโยชิดะ สามารถติดตามได้ทางอินสตาแกรม @shin_yoshida22
