- 27 ส.ค. 2559
ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ www.http://panyayan.tnews.co.th/
“หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” นับเป็นพระโพธิสัตว์เจ้าที่มีบารมีเต็มอีกพระองค์หนึ่ง ท่านได้รับการยืนยันจากนักปฏิบัติหลายท่านว่า “เป็นหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดกลับชาติมาเกิด” หรือ จะกล่าวว่าท่านเป็นภาคหนึ่งขององค์หลวงปู่ทวดก็ได้
หลวงปู่ดู่ท่านมีเมตตาจิตต่อทุกๆ คนที่ไปหาท่าน ตั้งแต่เช้าท่านจะคอยนั่งรับแขกคนโน้นคนนี้ อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยหรือความลำบากของสังขารแต่อย่างใด ท่านให้ความเมตตาต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ท่านไม่เคยรังเกียจว่าคนโน้นคนจนหรือยกย่องว่าคนนี้มีเงินท่านไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะใดๆ ทั้งสิ้น
(ภาพหลวงปู่ทวด)
ด้วยเหตุนี้ใครก็ตามที่ไปกราบท่านจะรู้สึกถึงเมตตาจิตที่ท่านแผ่ออกมา เกิดความชุ่มเย็นไปทุกคน แม้จะมีพระเถระแนะนำว่าควรมีคนคอยจัดคอยดูแลการรับแขกของหลวงปู่ ท่านก็จะห้ามปรามไว้ เพราะเหตุที่ว่าทุกผู้ทุกคนที่มาหาท่าน ก็หวังจะได้กราบได้สนทนา ได้รับการอนุเคราะห์ ทั้งเรื่องทางโลกบ้าง ทางธรรมบ้าง ถ้าไม่พบก็จะทำให้เสียกำลังใจได้ หลวงปู่ดู่ท่านจะมีเมตตาเป็นพิเศษกับผู้สนใจในการปฏิบัติกรรมฐาน ผู้ที่ถามทางกรรมฐานจากท่าน จะได้รับการเมตตามาก และจะได้รับคำตอบทางธรรมจนชื่นใจหายขัดข้องในการปฏิบัติได้ในที่สุด
นอกจากนี้ ท่านยังเคยกล่าวกับศิษย์ของท่านอีกว่า “ถ้าข้าตายคงจะลงนรก”
ลูกศิษย์ถามว่าเพราะอะไร ท่านก็ตอบว่า “ก็ข้าจะไปเตะพวกเอ็งขึ้นจากนรกนะซิ”
(หลวงปู่ดู่)
นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงเมตตาอันไม่มีประมาณของหลวงปู่ดู่อย่างชัดเจน ที่ว่าแม้ลูกศิษย์ของท่านจะตกระกำลำบากพลาดพลั้งไปในนรกก็ดี ท่านก็จะยังคงมีเมตตาตามไปสงเคราะห์อยู่เสมอ กล่าวได้ว่าหลวงปู่ดู่ท่านมีเมตตาจิตไม่มีประมาณ เป็นเมตตาเจโตวิมุตติ เป็นอัปปมัญญาพรหมวิหาร ที่นำความร่มเย็นมาสู่ผู้เข้าใกล้หรือน้อมใจศรัทธาเป็นที่มาแห่งความไม่มีเวรซึ่งกันและกัน และเป็นไปเพื่อพ้นจากทุกข์แห่งวัฏฏสงสารโดยแท้
หนังสือแนะนำ : หัวใจกรรมฐาน จากหลวงปู่ทวด สู่หลวงปู่ดู่
(ผลงานของทิพยจักร)
