สาธุบารมี "หลวงปู่สีทัตน์" สร้างพระธาตุท่าอุเทน ด้วยหินแก้วนางฝาน"ธาตุกายสิทธิ์"!! ว่ากันว่าผู้มีบารมีเท่านั้นที่ทำได้!

ติดตามเรื่องราวดี ๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

หลวงปู่สีทัตถ์ วัดพระพุทธบาทบัวบก พระโพธิสัตว์ผู้ได้รับการพยากรณ์

สาธุบารมี "หลวงปู่สีทัตน์" สร้างพระธาตุท่าอุเทน ด้วยหินแก้วนางฝาน"ธาตุกายสิทธิ์"!! ว่ากันว่าผู้มีบารมีเท่านั้นที่ทำได้!

หลวงปู่สีทัตถ์ ท่านเป็นชาวท่าอุเทนโดยกำเนิด ท่านเกิดที่หมู่ที่ ๔ ตำบลท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เมื่อพ.ศ. ๒๔๐๘โยมบิดาชื่อ นายมาก โยมมารดาชื่อ นางดา สุวรรณมาโจเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ท่านได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดโพนแก้ว อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรมทางบาลีจากท่านพระอาจารย์ขันธ์ พระอาจารย์ผู้มีวิทยาคมสูงยิ่งแห่งวัดโพนแก้วนั่นเองเมื่อเห็นว่ามีความรู้ขั้นพื้นฐานดีแล้ว ท่านจึงได้ย้ายสำนักไปเรียนอยู่กับ พระอาจารย์ตาคำ แห่งวัดศรีสะเกษในตัวเมืองท่าอุเทนเช่นกัน

การเรียนในสำนักของพระอาจารย์ตาดำนั้น ท่านมุ่งเรียนในวิชามูลกัจจายน์และคัมภีร์ทั้ง ๕ จนมีความรู้แตกฉานในทางบาลีเป็นอย่างดีในสมัยนั้นการศึกษาทางฝ่ายปริยัติธรรม ยังไม่ได้แยกเป็นชั้นเช่นทุกวันนี้ คือนักธรรมชั้นตรี โท เอก และมหาเปรียญแต่อย่างใด เพียงแต่เรียนรวมกันทีเดียวเป็นปี ๆ เลย

ในประวัติเมืองท่าอุเทนซึ่งเขียนโดย นายเมธี ดวงสงค์ ได้เขียนถึงประวัติของหลวงปู่สีทัตถ์พระอาจารย์ผู้สร้างพระธาตุท่าอุเทนเอาไว้ว่า

หลวงปู่สีทัตถ์ท่านบวชถึง ๓ ครั้ง และได้ลาสึกถึง ๒ ครั้ง ส่วนสาเหตุที่ทำให้ท่านต้องลาสิกขาบทออกไป แล้วเข้ามาบวชอีกว่า เป็นเพราะมีเรื่องทางโลกเข้ามารบกวนความสงบของท่านกล่าวคือ มีเหตุอันเป็นกระแสแห่งโลกทำให้ท่านต้องสึกไปแต่งงานซ้ำแล้วซ้ำอีก

           หลังจากหลวงปู่สีทัตถ์ท่านเข้ามาบวชเป็นครั้งที่สองนั้น ท่านมักจะออกแสวงหาความวิเวกตามสถานที่สงบต่าง ๆ อยู่เสมอและการอุปสมบทครั้งที่สองของท่านนั้น ท่านอุปสมบทหลังจากที่พระบางได้มาประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุท่าอุเทนแล้ว คือหลังปี พ.ศ. ๒๔๕๐

ส่วนสาเหตุที่ท่านต้องสึกอีกครั้งนั้น มีเรื่องเล่าว่า ท่านพร้อมกับลูกศิษย์องค์หนึ่งได้ถือธุดงคกรรมฐานไปที่ฝั่งลาว

วันหนึ่ง ขณะที่ท่านนั่งกรรมฐานอยู่นั้น ท่านได้ยินเสียงร้องรำของหญิงสาวชาวบ้านมีความไพเราะจับใจมาก ถึงขนาดตัดสินใจลาสิกขาบทในคืนวันนั้นทันทีหลวงปู่ท่านได้ลาสิกขาเปลื้องผ้ากาสาวพัสตร์แล้ว ไปสู่ขอหญิงสาวชาวบ้านผู้ที่ร้องรำคนนั้นกับบิตามารดาทันที ซึ่งบิดามารดาของหญิงสาวก็ไม่ขัดข้องเพราะมีความเคารพนับถือท่านมากอยู่แล้ว

การลาสิกขาบทของท่านสร้างความประหลาดแก่ผู้พบเห็นในเวลานั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะจู่ ๆ พระผู้ทรงศีลาจารวัตรอันงดงาม ต้องมาพ่ายแพ้กิเลสอันเป็นตัวมารอย่างง่าย ๆ เรื่องหลวงปู่สีทัตต์สึกไปแต่งง่านนั้นบางคนเข้าใจผิดว่าเป็นอาถรรพ์ของพระพุทธรูปชื่อพระบางเป็นพระพุทธรูปเมืองลาว ที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีอาถรรพณ์จนกระทั่งต้องอัญเชิญพระบางออกไปไว้วัดอื่นในเวลาต่อมา แต่หากพิจารณาอีกมุมนึงก็อาจเป็นด้วยบุพเพสันนิวาสก็ได้เช่นกันแล้วแต่มุมมองของใครแต่ละคนจะเข้าใจกันไป

สาธุบารมี "หลวงปู่สีทัตน์" สร้างพระธาตุท่าอุเทน ด้วยหินแก้วนางฝาน"ธาตุกายสิทธิ์"!! ว่ากันว่าผู้มีบารมีเท่านั้นที่ทำได้!

หลวงปู่สีทัตถ์ ท่านเป็นพระที่มีบุญญาบารมีสูงยิ่งจริง ๆ และท่านมีอภินิหารแก่กล้ามากท่านสามารถก่อสร้างพระธาตุต่าง ๆ สำเร็จมาแล้วหลายแห่ง เช่น

๑. พระธาตุท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

สาธุบารมี "หลวงปู่สีทัตน์" สร้างพระธาตุท่าอุเทน ด้วยหินแก้วนางฝาน"ธาตุกายสิทธิ์"!! ว่ากันว่าผู้มีบารมีเท่านั้นที่ทำได้!

๒. พระธาตุพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

สาธุบารมี "หลวงปู่สีทัตน์" สร้างพระธาตุท่าอุเทน ด้วยหินแก้วนางฝาน"ธาตุกายสิทธิ์"!! ว่ากันว่าผู้มีบารมีเท่านั้นที่ทำได้!

๓. มณฑปโพนสัน ประเทศลาว

สาธุบารมี "หลวงปู่สีทัตน์" สร้างพระธาตุท่าอุเทน ด้วยหินแก้วนางฝาน"ธาตุกายสิทธิ์"!! ว่ากันว่าผู้มีบารมีเท่านั้นที่ทำได้!

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง “พระธาตุท่าอุเทน” นั้น หลวงปู่สีทัตถ์ท่านมีความสามารถสร้างเหมือนพระธาตุพนมสมัยก่อนได้ทั้งๆ ที่ฐานรองรับก็เพียงขุดหลุมแล้วใส่หินนางเรียง หรือหินแก้วนางฝาน เป็นฐานรองรับพระธาตุซึ่งยังไม่ทรุดแต่ประการใด และมีอายุยาวนานมากว่า ๗๐ ปีแล้ว

             นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์มิใช่น้อยที่คนในสมัยนี้คงไม่มีบารมีก่อสร้างได้เช่นท่าน เพราะการนำเอาหินแก้วนางฝานหรือแก้วนางเรียง อันเป็นธาตุกายสิทธิ์ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อแรกเห็นตัวหินจะอ่อนนุ่มจนสามารถตัดให้ขาดได้ จึงเรียกกันว่าแก้วนางฝาน อานุภาพของแก้วนางฝานกล่าวกันว่ามีอำนาจทางชุ่มเย็นและเป็นสิริมงคลล้างอาถรรพณ์ทั้งหลายทั้งปวงได้ แก้วนางฝานหรือแก้วนางเรียงก็คือหินเขี้ยวหนุมานอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นที่เชื่อถือของคนโบราณว่ามีอำนาจทางคงกระพันกันอัคคีภัย ในสมัยก่อนการหาแก้วนางฝานหรือแก้วนางเรียงนั้นยาก เพราะยังไม่มีเครื่องไม่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ การพบแก้วนางฝานหรือแก้วนางเรียงมารองรับองค์พระธาตุได้นี้ นับว่าเป็นบุญบารมีอภินิหารอันแก่กล้าของท่าน