- 04 ก.ย. 2559
http://panyayan.tnews.co.th/
“หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” นับเป็นพระโพธิสัตว์เจ้าที่มีบารมีเต็มอีกพระองค์หนึ่ง ท่านได้รับการยืนยันจากนักปฏิบัติหลายท่านว่า “เป็นหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดกลับชาติมาเกิด” หรือ จะกล่าวว่าท่านเป็นภาคหนึ่งขององค์หลวงปู่ทวดก็ได้
(หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่)
หลวงปู่ดู่ท่านมีเมตตาจิตต่อทุกๆ คนที่ไปหาท่าน ตั้งแต่เช้าท่านจะคอยนั่งรับแขกคนโน้นคนนี้ อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยหรือความลำบากของสังขารแต่อย่างใด ท่านให้ความเมตตาต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ท่านไม่เคยรังเกียจว่าคนโน้นคนจนหรือยกย่องว่าคนนี้มีเงินท่านไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะใดๆ ทั้งสิ้น
ว่ากันว่าเมตตาอันไม่มีประมาณของหลวงปู่ดู่นั้น แม้ลูกศิษย์ของท่านจะตกระกำลำบากพลาดพลั้งไปในนรกก็ดี ท่านก็จะยังคงมีเมตตาตามไปสงเคราะห์อยู่เสมอ นอกจากนี้ สมัยที่หลวงปู่ยังดำรงสังขาร ก็ยังเคยพาไปไหว้พระอริยะในแดนต่างๆ หรือแม่แต่การเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เอง ด้วยบารมีหลวงปู่ดู่ ก็สามารถพาไปได้
“คุณอุ๋ย” นับเป็นศิษย์รุ่นเก่าท่านหนึ่งที่มีบุญลาภอันประเสริฐ เพราะเธอได้กราบหลวงปู่ดู่ในสมัยที่ท่านยังดำรงสังขารอยู่ คุณอุ๋ยเล่าว่า ครั้งแรกที่ได้ไปกราบนั้นสืบเนื่องจากเพื่อนนำหนังสือธรรมะของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำมาให้อ่าน พออ่านแล้วรู้สึกศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก ไม่เคยรู้ว่าการทำบุญนั้นดีอย่างไร เมื่ออ่านแล้วเกิดประทับใจอยากทำบุญขึ้นมาทันที เพื่อนได้ชวนว่าจะไปทำบุญที่วัดสะแก เป็นพระบ้านๆนะ คุณอุ๋ยก็ตกลงวัดไหนก็ได้จะไป เพราะอยากทำบุญมาก
คืนก่อนที่จะถึงวันได้ลงมือเตรียมอาหารไปถวาย ลงมือทำด้วยตัวเองทุกอย่าง และมีความสุขจนนอนไม่หลับ พอถึงเวลาเดินทางไปวัดสะแก ตอนนั้นไม่รู้จักด้วยว่า หลวงปู่ดู่คือใคร รู้แต่ว่าเป็นวัดต่างจังหวัดเท่านั้น พอไปถึงเท่านั้นแหละลงจากรถ ลงมายกอาหารกำลังจะก้าวขึ้นบันไดกุฏิหลวงปู่ เห็นหลวงปู่ท่านหันหน้ามา รู้สึกว่าหลวงปู่ผ่องมากๆ คิดในใจว่านี่นะหรือพระต่างจังหวัด พระบ้านนอก ทำไมท่านถึงงามอย่างนี้
(หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่)
คุณอุ๋ยบอกว่าใบหน้าท่านงามมาก ผิวของท่านขาวอมชมพู รู้สึกเหมือนว่าตัวท่านผ่องใสอย่างมาก ซึ่งความจริงแล้วก็คือรัศมีกายของท่านที่แผ่ออกมาอย่างอ่อนๆ จิตของคุณอุ๋ยรับเมตตาธรรมและบารมีธรรมจากท่านได้ จึงเห็นเช่นนั้นและความรู้สึกในใจก็เช่นเดียวกัน เธอเล่าว่าตัวเองยืนตัวแข็งไปอึดใจหนึ่งที่ท่านหันหน้ามามอง ทำอะไรไม่ถูกเลย ปลื้มมาก
(ภาพประกอบ จากซีรีย์เรื่องพระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก)
ในวันนั้นเองหลังจากถวายอาหารท่านเรียบร้อยแล้ว ท่านก็พานั่งกรรมฐานทันที เวลานั่งกรรมฐานท่านให้ภาวนาว่า “พุทธัง สรณังคัจฉามิ ธัมมัง สรณังคัจฉามิ สังฆัง สรณังคัจฉามิ”
(หนังสือแนะนำ : ผลงานของทิพยจักร หัวใจกรรมฐาน จาหลวงปู่ทวด สู่หลวงปู่ดู่)
แบบนี้ พอนั่งเพียงไม่นานจิตก็สงบรู้สึกสว่างไสวไปหมด
หลวงปู่ท่านก็ถามว่า “สว่างรึยัง”
ตอบท่านไปว่า “สว่างแล้ว”
ท่านก็ให้น้อมจิตไปนมัสการพระพุทธองค์ ท่านถามว่าได้ยินพระพุทธองค์ตรัสว่าอะไร ตนตอบหลวงปู่ท่านไปว่า “ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” ท่านก็กล่าวสาธุขึ้นแบบนี้
เรื่องนี้ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านกัน แต่ศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ดู่ ล้วนทราบดีว่า หลวงปู่ดู่ท่านมีบารมีเต็มเปี่ยม เป็นพระโพธิสัตว์ที่สามารถโปรดศิษย์ ทั้งยังเพิ่มศรัทธาและกำลังใจที่เข้มแข็ง ในการปฏิบัติธรรมต่อๆ ไปอีกด้วย เป็นเรื่องที่ต้องประสบเอง รู้เอง เห็นเอง ดังนั้นผู้ไม่รู้ก็ไม่ควรปรามาสไปให้เป็นบาปกรรมติดตัว
