นิมิตของครูบาอาจารย์บุญมา ถึงวาระการสิ้นของหลวงปู่ทองรัตน์

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th

นิมิตของครูบาอาจารย์บุญมา ถึงวาระการสิ้นของหลวงปู่ทองรัตน์

นิมิตของครูบาอาจารย์บุญมา ถึงวาระการสิ้นของหลวงปู่ทองรัตน์

ในวันที่ครูบาอาจารย์เฒ่า ท่านละสังขาร ลูกศิษย์ของท่านทั้งพระทั้งโยม เมื่อได้ยินข่าวต่างก็พากันมาอย่างล้นหลาม ก่อนที่ครูบาอาจารย์เฒ่าจะละสังขาร ครูบาอาจารย์บุญมากได้นิมิตว่า ภูมะโรงสั่นสะเทือนไปทั้งลูก จึงคิดว่าสิ่งนี้คงเป็นนิมิตเตือนให้ทราบว่า ครูบาอาจารย์เฒ่าคงใกล้จะจากไปแล้ว  จึงได้รีบมาที่บ้านคุ้ม เมื่อมาถึง ก็เป็นตามนิมิตที่เกิดขึ้นจริงๆ  และท่านได้เป็นกำลังสำคัญคือ เป็นองค์ประธานในการจัดการสรีระของครูบาอาจารย์เฒ่า อย่างเต็มกำลังความสามารถ  ด้วยความเคารพและเทิดทูนในพระคุณของครูบาอาจารย์เฒ่า

นิมิตของครูบาอาจารย์บุญมา ถึงวาระการสิ้นของหลวงปู่ทองรัตน์

ชาวบ้านชีทวน เมื่อทราบว่าครูบาอาจารย์เฒ่าได้ละสังขารไปแล้ว ต่างพากันมาเพื่อจะขอนำสรีระท่านกลับไปทำบุญที่บ้านชีทวน  แต่ชาวบ้านคุ้มไม่ยอมให้ จึงเกิดโกลาหลวุ่นวายขึ้น ชาวบ้านคุ้มได้คัดค้านว่า ถึงอย่างไรก็ไม่ยอมให้ไปเด็ดขาด ถึงแม้ตายก็ยอม  ชาวบ้านชีทวนเห็นความเด็ดเดี่ยวดังนั้นจึงยอม แต่มีข้อแม้ว่า ต้องทำให้สมเกียรติสมศักดิ์ศรีของครูบาอาจารย์เฒ่า

และขอให้ช่างตกแต่งจากบ้านชีทวนชื่อ จารย์ครูคำหมา แสงงาม มาเป็นช่างตกแต่ง พ่อใหญ่ทั้งหลายและชาวบ้านจึงรับปาก จารย์ครูคำหมาจึงได้มาตกแต่งสรีระและหีบเพื่อบรรจุรอการสร้างเมรุ โดยหีบจะทำข้างหนึ่งเป็นกระจกปิดเปิดได้ เพื่อให้คนปิดแผ่นทองได้ ส่วนเมรุได้นำเข่งกว่า ๒๐๐ ลูก มาทำเป็นฐานและเป็นเชื้อเพลิงในตัว ชั้นถัดขึ้นมาเป็นสรีระครูบาอาจารย์เฒ่าบรรจุหีบ ชั้นล่างและชั้นบนบรรจุขี้เลื่อย

นิมิตของครูบาอาจารย์บุญมา ถึงวาระการสิ้นของหลวงปู่ทองรัตน์

เมื่อตกแต่งเมรุเสร็จ ประมาณเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้กำหนดพิธีถวายเพลิง โดยมีทั้งพระทั้งโยมมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก  ทุ่งนาที่มีเนื้อที่สุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยคนและรถ พระเณรต้องข้ามไปปักกลดอีกฝั่งของห้วยข้าวสาร ส่วนญาติโยมจะทำเป็นผามยกร้านเอาใบมะพร้าวมามุงเป็นหลังคา กันแดด ใช้แทนเต็นท์ ใช้ใบตองเหียงหรือใบชาด เย็บเป็นภาชนะใส่อาหาร เพราะถ้วยจานที่มีไม่พอใช้ หลวงพ่ออวนเล่าว่า หลังจากทราบข่าวครูบาอาจารย์เฒ่าทองรัตน์ละสังขาร ความโศกเศร้าได้ครอบคลุมถึงบ้านหนองฮี นครพนม จึงได้พากันไปถวายเพลิงครูบาอาจารย์เฒ่าเป็นจำนวนมาก โดยการนั่งรถไป แต่ไม่มีทางลาดยาง จะมีเฉพาะทางเกวียนเป็นหลัก

 

 

นิมิตของครูบาอาจารย์บุญมา ถึงวาระการสิ้นของหลวงปู่ทองรัตน์

ผู้ไปร่วมงาน มีทั้งพระเณรและญาติโยมจำนวนมาก ได้แก่

หลวงพ่อบุญมาก ฐิตปุญฺโญ วัดอำมาตย์

หลวงพ่อสาย จารุวณฺโณ วัดป่าหนองยาว

หลวงพ่อชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง

หลวงพ่อกิ ธมฺมุตฺตโม วัดสนามชัย

หลวงพ่ออวน ปคุโณ* วัดป่าจันทิยาวาส ฯลฯ

บรรยากาศในวันงานตอนเช้าปลอดโปร่งแจ่มใสดีมาก ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกแต่อย่างใด พอจะเริ่มพิธีตอนบ่าย ท้องฟ้าเกิดปั่นป่วน พร้อมทั้งมีลมพัดฝุ่นตลบไปทั่วบริเวณ เมื่อจุดไฟถวายเสร็จแล้ว ลมจึงสงบลงและมีละอองฝนปรอยๆ ทำให้คนที่มาร่วมงานต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา

ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านได้สร้างประโยชน์มาก สุดท้ายต้องมาจากไปตามกฎธรรมชาติ  แทบจะไม่เหลืออะไรเป็นสมบัติพอให้ลูกศิษย์ และอนุชนรุ่นหลังได้กราบไหว้ระลึกถึงเลย นอกจากสมบัติส่วนตัวติดย่าม

ซึ่งมีแต่ผ้านิสีทนะและมีดโกนที่คมกร่อนจนเกือบจะถึงสันเท่านั้น เมื่อมาก็มาเปล่า ไปก็ไปแบบบริสุทธิ์จริงๆ

 

 

ที่มา : ที่มา  จากหนังสือ “มณีรัตน์ อัญมณีแห่งไพรสณฑ์”

         ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่ครูบาอาจารย์เฒ่าทองรัตน์ กนฺตสีโล

.