ภาพประวัติศาสตร์หาชมยาก! เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสต่างแดน...

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

 เป็นภาพถ่ายเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาส ในต่างแดน เมื่อปี พ.ศ.2439-2440

ภาพประวัติศาสตร์หาชมยาก! เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสต่างแดน...


รัชกาลที่ 5 เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประพาส เมืองสิงคโปร์ ใน หนังสือชื่อ ระยะทางเที่ยวชวากว่าสองเดือน ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์ในคราวเสด็จประพาสสิงคโปร์ บรรยายว่า “รูปหมู่ถ่ายที่บ้านสุลต่านยะโฮในเมืองสิงคโปร์” ดูพระราชนิพนธ์ บอกว่าฉายเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2439
 

 

 

ภาพประวัติศาสตร์หาชมยาก! เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสต่างแดน...


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ.1897) โดยประเทศที่ได้เสด็จประพาส คือ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก สวีเดน เบลเยี่ยม อิตาลี ออกสเตรเลีย ฮังการี สเปน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ อียิปต์และเยอรมัน ทั้งนี้มีเหตุผลอยู่หลายประการในการเสด็จประพาสครั้งนี้ คือ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศมหาอำนาจ และร่วมปรึกษาหารือในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ซึ่งในขณะนั้นมีปัญหาการสู้รบกันอยู่ การเสด็จประพาสของพระองค์ในครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติของพระมากษัตริย์ไทย โดยในช่วงที่ทรงเสด็จประพาสนั้นทรงให้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

 

ภาพประวัติศาสตร์หาชมยาก! เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสต่างแดน...

ในปี พ.ศ 2449 พระองค์ได้เสด็จประพาสยุโรปอีกเป็นครั้งที่ 2 การเสด็จประพาสครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เพราะเมื่อพระองค์ได้เสด็จประพาสประเทศในทวีปยุโรปแล้วพระองค์ได้นำความรู้ และวิทยาการต่างๆที่ได้ไปศึกษาหรือเยี่ยมชมจากประเทศในยุโรปมาปฏิรูปประเทศ ให้มีความเจริญทัดเทียมอารยะประเทศ อีกทั้งยังเป็นการถ่วงดุลอำนาจของประเทศมหาอำนาจในขณะนั้นซึ่งก็คือ ฝรั่งเศสและอังกฤษ ได้อีกด้วย

ภาพประวัติศาสตร์หาชมยาก! เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสต่างแดน...


สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวีเดนนั้น นับได้ว่ามีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน นับตั้งแต่ที่ไทยกับสวีเดนได้ทำสนธิสัญญาทางไมตรีการพาณิชย์และการเดินเรือ (The Treaty of Friendship, Commerce and Navigation of 1868) เมื่อปี 2411 และนับตั้งแต่ปี 2425 เป็นต้นมา ไทยได้แต่งตั้งอัครราชทูต ประจำประเทศในยุโรป ให้ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทย ประจำประเทศสวีเดนด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง และมีความสัมพันธ์ทางการทูตอันดีต่อกันตลอดมาจวบจนปัจจุบัน
ปัจจุบันประเทศสวีเดนมีการปกครองเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐ ธรรมนูญและองค์กษัตริย์เองมิได้มีพระราชอำนาจทางการเมือง กระนั้นก็ยังทรงเป็นสถาบันสูงสุดรวมถึงได้รับความเคารพจากสังคมของราช อาณาจักรสวีเดนมาโดยตลอด ในปี ค.ศ. 1810 รัฐธรรมนูญสวีเดนว่าด้วยการสืบทอดราชสมบัติ ได้กำหนดไว้ว่า ราชวงศ์เบอร์นาดอตต์เป็นพระราชวงศ์ผู้ ปกครองราชอาณาจักรสวีเดน อีกทั้งผู้สืบทอดราชสมบัติต้องนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ในสมัยโบราณ นอกจากพระมหากษัตริย์แห่งสวีเดนจะทรงดำรง พระอิสริยยศเป็นระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสวีเดนแล้ว พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นพระมหากษัตริย์แห่งนอร์เวย์ และพระมหากษัตริย์แห่งฟินแลนด์อีกด้วย ปัจจุบันกษัตริย์ของสวีเดนได้แก่ สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ (ภาษาสวีเดน H.M. Konung Carl XVI Gustaf) ทรงเป็นประมุของค์ปัจจุบันแห่งราชอาณาจักรสวีเดน เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1946 ทรงเป็นพระโอรสในเจ้าชายกุสตาฟ อดอล์ฟ มกุฏราชกุมารในขณะนั้นและเจ้าหญิงซิบิลลาแห่ง แซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธา เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสวีเดนเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1973

ขอขอบคุณเรื่อง ภาพ : http://www.oknation.net/blog/panuwat838084/2010/04/17/entry-1