- 15 ก.ย. 2559
ติดตามเรื่องรวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก แห่งเมืองกรุงเก่านั้น ได้รับความเคารพนับถือเป็นอันมาก ถึงแม้ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่ความศรัทธาของบรรดาสาธุชนก็มิเคยเสื่อมคลาย เพราะเรื่องราวของความเมตตาของท่านยังคงเป็นที่โจษจันจงถึงปัจจุบันนี้
เรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้ เป็นหนึ่งในเรื่องของความเมตตาของท่านที่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก อันมีเรื่องราวดังต่อไปนี้ ...
ในปี พ.ศ.๒๕๒๙ โยมลูกศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งซึ่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ ๖ เดือนเริ่มไม่แข็งแรงเพราะต้องทำงานมากเนื่องจากค้าขายดี ต่อมาสุขภาพทรุดลงถึงขนาดต้องไปนอนพักที่โรงพยาบาลถึง ๒ ครั้ง ๆ ละ ๑๕ วัน และคุณหมอได้สั่งให้หยุดงานเพราะลูกไม่แข็งแรง
เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ประมาณ ๘ เดือน ก็เกิดอุบัติเหตุหกล้มเข้าอีก ผ่านไปได้ ๒ วัน ท้องมีอาการบวม และเธอรู้สึกเจ็บมาก ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ และพลันนึกขึ้นได้ว่าลูกไม่ดิ้นมา ๒ วันแล้ว สามีของเธอระลึกถึงหลวงปู่ดู่ หวังให้ท่านเป็นที่พึ่ง จึงรีบขับรถยนต์ตรงไปวัดสะแกทันที ถึงวัดประมาณ ๔ โมงเย็น ซึ่งเวลานั้น มีแต่หลวงปู่ดู่อยู่เพียงองค์เดียว เขาได้กราบเรียนให้ท่านฟังถึงเรื่องที่ภรรยาเจ็บท้องไม่สบายมากและลูกในท้องไม่ดิ้นแล้ว
ตลอดเวลาที่เขากราบเรียนท่าน เขาสังเกตเห็นว่าหลวงปู่ดู่ท่านไม่ได้มองหน้าเขาเลย ท่านกลับมองตรงออกไปเบื้องหน้า โดยไม่กระพริบตาเลย จนกระทั่งเขาเล่าเรื่องจบ ท่านก็นั่งนิ่งไปอีกประมาณ ๔-๕ วินาที แล้วท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรให้เอาขวดน้ำมาให้ท่าน ทำน้ำมนต์ให้ หลวงปู่ได้เมตตาอธิษฐานค่อนข้างนาน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็สั่งให้ข้าพเจ้ารีบนำน้ำมนต์ไปให้ภรรยาดื่มและกำชับว่าห้ามแวะที่ไหนเด็ดขาด
เมื่อเขากลับไปถึงบ้านตอนประมาณ ๖ โมงเย็น เธอซึ่งนอนภาวนาอยู่ตลอดเวลาได้เล่าว่า ช่วงเวลาที่สามีเธอไปถึงวัดสะแก ก็รู้สึกว่าในท้องมีเสียงตอดดังตุ๊บขึ้นมา แล้วลูกก็เริ่มดิ้น จากนั้นมา ครรภ์ของเธอก็เป็นปรกติ กระทั่งให้กำเนิดทารกเพศหญิง ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ทั้งนี้ ก็ด้วยเมตตาอันหาประมาณมิได้ของหลวงปู่ซึ่งครอบครัวนี้ยังคงระลึกถึงพระคุณของหลวงปู่อย่างมิรู้ลืม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :คุณราชสีห์,oknation.net
