- 19 ก.ย. 2559
รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ "หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม" ได้รับนิมนต์ให้ขึ้นเทศน์ในการจัดอบรมกรรมฐานให้แก่พระและญาติโยม ซึ่งมีผู้สนใจใคร่ธรรมมาเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น
ในวันนั้น หลวงปู่ตื้อแสดงธรรมได้อย่างจับใจและได้อรรถรสว่า อะไรเป็นธรรม เป็นวินัย เป็นตัวทุกข์ เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ตลอดจนวิธีดับทุกข์ อะไรที่ควรมั่น อะไรที่ควรปลง ควรปล่อยวาง ไม่ควรยึดมั่นว่าเป็นตัวกูของกู
ว่ากันว่า หลวงปู่ตื้อได้แสดงธรรมให้สาธุชนที่อยู่ ณ ที่นั้น ไตร่ตรองตามแล้วเห็นจริงได้ เสมือนหงายสิ่งที่คว่ำ เสมือนจุดประทีปโคมไฟในที่มืด เสมือนชี้ทางให้กับผู้ที่หลงทาง
อุบาสกและอุบาสิกาที่ได้สดับเทศนาของหลวงปู่ตื้อแล้วต่างก็รู้สึกปีติ อิ่มเอิบในบุญ รู้สึกปลอดโปร่ง เบากายเบาใจ ต่างก็รู้สึกว่าภายในจิตใจได้ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว
พอหลวงปู่ตื้อเทศน์จบลง ท่านก็ว่า
"เอวัง...ก็มีด้วยประการฉะนี้"
แล้วญาติโยมก็ "สาธุ" เสียงดังสนั่น น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม
คงเป็นเพราะสุดจะเก็บความปีติไว้ได้ ... อุบาสิกาท่านหนึ่งจึงแหวกผู้คนเข้ามาทางข้างหน้าสุดใกล้กับหลวงปู่ตื้อ แล้วก็รายงานผลให้ท่านทราบว่า
"หลวงปู่เจ้าคะ... ดิฉันได้ฟังหลวงปู่เทศน์แล้วรู้สึกเบากายเบาใจ ดิฉันปล่อยวางได้หมดเลยเจ้าค่ะ!"
หลวงปู่ตื้อกล่าวด้วยเมตตา อนุโมทนาด้วยที่คุณโยมได้ดวงตาเห็นธรรม
"จริง ๆ นะคะหลวงปู่ ... ตอนนี้ดิฉันไม่ยึดมั่นถือมั่นอีกต่อไปแล้ว ปล่อยวางได้หมดเลยเจ้าค่ะ!"
"...อีตอแหล...!!"
"ว้าย... ตายแล้ว! ทำไมหลวงปู่ถึงมาด่าฉัน?!"
เท่านั้นแหละ อุบาสิกาท่านนั้นก็ผลุนผลันลุกหนีไปด้วยความโกรธอย่างเป็นฟืนเป็นไฟ!!
หลวงปู่ตื้อได้แต่หัวเราะหึหึในลำคอ ...
ขณะเดียวกัน บนศาลาการเปรียญก็เงียบกริบ...ตามมาด้วยเสียงซุบซิบ
อ้อ! คนปล่อยวางมีลักษณะเช่นนี้เองหนอ!!
ที่มา : board.palungjit.org
