ผีมีไว้ให้พระไล่!! เมื่อ "คนทรง" ไม่อยากเป็นร่างทรงให้ผีอีกต่อไป ... "หลวงปู่บัวพา" กับ "หลวงปู่หลอด" จึงอาสาเป็นสองแรงแข็งขันช่วยกันไล่!!

รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th

ครั้งหนึ่ง "หลวงปู่หลอด ปโมทิโต" กับ "หลวงปู่บัวพา ปัญญาภาโส" ได้ออกธุดงค์ไปที่บ้านควนปุ่น แถบจังหวัดหนองคาย พวกท่านได้รู้จักกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ชื่อ "คำต้น"

แม่คำต้นแนะนำตัวเองว่าเป็นคนทรงผีประจำหมู่บ้าน  เวลาชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อนอะไรหรือเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมาหาเพื่อให้แม่คำต้นเข้าทรงผี แล้วผีที่มาสิงร่างก็จะให้คำแนะนำต่าง ๆ ให้กลับไปทำตาม ซึ่งก็จะต้องมีการจัดหาเครื่องเซ่นสังเวยมาบูชาผีทุกครั้งไป

แม่คำต้นเล่าให้ฟังว่า  การเป็นคนทรงผีนี้ลำบากทรมานเหลือเกิน  จะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังไปหมดทุกอย่างเพราะกลัวจะผิดผี  เวลาทำผิดผีคราวใด ผีก็จะเข้าสิงจนหมดสติ ไม่รู้สึกตัว  ผีต้องการให้ทำอะไรก็ต้องทำตามที่ผีบัญชาทุกอย่าง  ไม่มีความสุขสบายใจเช่นคนธรรมดาทั่วไปแม้แต่น้อย

แม่คำต้นถามหลวงปู่หลอดและหลวงปู่บัวพาว่า ท่านทั้งสองพอจะช่วยเหลือ...อย่าให้ผีเข้าสิงอีกได้หรือไม่ เพราะไม่ต้องการให้ผีมากระทำอย่างเช่นที่ผ่านมาอีก และไม่ต้องการจะเป็นคนทรงผีอีกต่อไป

หลวงปู่หลอดจึงได้ปรึกษากับหลวงปู่บัวพา และบอกให้แม่คำต้นมาทำพิธีในวันรุ่งขึ้น พร้อมกำชับให้พาลูกหลานมาด้วยหลาย ๆ คน เพราะเวลาวิญญาณที่สิงร่างอาละวาด มันจะมีแรงเกินกว่าคนธรรมดาหลายเท่า

 

ผีมีไว้ให้พระไล่!! เมื่อ "คนทรง" ไม่อยากเป็นร่างทรงให้ผีอีกต่อไป ... "หลวงปู่บัวพา" กับ "หลวงปู่หลอด" จึงอาสาเป็นสองแรงแข็งขันช่วยกันไล่!!

ผีมีไว้ให้พระไล่!! เมื่อ "คนทรง" ไม่อยากเป็นร่างทรงให้ผีอีกต่อไป ... "หลวงปู่บัวพา" กับ "หลวงปู่หลอด" จึงอาสาเป็นสองแรงแข็งขันช่วยกันไล่!!

หลวงปู่บัวพา ปัญญาภาโส

เช้าวันรุ่งขึ้น หลวงปู่ทั้งสองได้เริ่มทำพิธีด้วยการทำน้ำพระพุทธมนต์ในบาตร  จากนั้นก็บอกให้แม่คำต้นสงบใจตั้งจิตรำลึกนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้แน่วแน่  แล้วหลวงปู่บัวพาก็กล่าวนำสวดมนต์ไหว้พระ โดยมีหลวงปู่หลอดแผ่กระแสกุศลเมตตาเป็นพลังช่วยอีกทางหนึ่ง  ส่วนแม่คำต้นก็นั่งหลับตาพนมมือ

ตอนแรกแม่คำต้นก็นั่งนิ่งเฉยเป็นปกติ  แต่พอเวลาผ่านไปได้ครู่หนึ่งก็เกิดอาการกระสับกระส่าย ร่างกายสั่นเทิ้มไม่หยุด พร้อมกับส่งเสียงครางฮือในลำคอตลอดเวลา  พอดีกับที่หลวงปู่บัวพาทำน้ำพระพุทธมนต์เสร็จ ท่านจึงใช้กำหญ้าคาจุ่มน้ำพระพุทธมนต์แล้วพรมไปที่แม่คำต้น

ทันทีที่หยาดน้ำพระพุทธมนต์กระทบกับร่างแม่คำต้น หญิงวัยกลางคนก็กรีดร้องสุดเสียง ทะลึ่งพรวดสุดตัวประหนึ่งน้ำพระพุทธมนต์เป็นน้ำร้อนเดือดพล่าน  ญาติพี่น้อง ๔-๕ คน ซึ่งคอยทีอยู่แล้วก็ต่างถลันเข้าไปช่วยกันจับตัวแม่คำต้นเอาไว้ทั้งแขนทั้งขา ก่อนจะดิ้นรนเกลือกกลิ้งไปกับพื้น

หลวงปู่บัวพาสาธยายมนต์ไม่หยุด พร้อมกับพรมน้ำพระพุทธมนต์เข้าใส่อย่างต่อเนื่อง  แม่คำต้นพยายามดิ้นสะบัดให้หลุดจากการถูกจับยึด เบิ่งนัยน์ตาขุ่นขวางจนแทบถลนออกนอกเบ้า หน้าตาบิดเบี้ยวถมึงทึงเหมือนไม่ใช่แม่คำต้นคนเดิม คำรามเสียงแหบห้าวอย่างกราดเกรี้ยวว่า

"เอาน้ำร้อนมารดกูทำไม!  กูร้อน!  ปวดแสบปวดร้อน...ทนไม่ไหวแล้ว!  หยุดสาดน้ำร้อนใส่กูเดี๋ยวนี้... หยุดเดี๋ยวนี้!!"

หลวงปู่บัวพากับหลวงปู่หลอดก็มิได้โต้ตอบแต่อย่างใด กลับยิ่งพรมน้ำพระพุทธมนต์หนักมือกว่าเดิมเข้าไปอีก  แม่คำต้นก็อาละวาดด้วยกิริยาโกรธแค้นสุดขีด ปากก็ตะโกนโวยวายไม่ยอมหยุด  หลวงปู่บัวพาบอกให้ผีที่สิงอยู่ในร่างแม่คำต้นออกไปเสีย แต่ผีก็ยังดื้อดึงสุดฤทธิ์

คราวนี้หลวงปู่บัวพาไม่พรมน้ำพระพุทธมนต์แล้ว  ท่านยกบาตรขึ้นเทน้ำพระพุทธมนต์รดลงไปที่กลางกระหม่อมแม่คำต้นตรง ๆ เลย  ผลปรากฏว่า หญิงกลางคนซึ่งเป็นร่างทรงของผีทะลึ่งพรวดสุดตัว นัยน์ตาเหลือกค้าง เห็นแต่ตาขาว หวีดร้องโหยหวน น่าขนพองสยองเกล้า

"โอย! ทนไม่ไหวแล้ว... ข้ายอมแล้ว... จะออกไปแล้ว... อย่าทำข้า!!"

สิ้นเสียงร้อง แม่คำต้นก็ฟุบหมอบคาที่  หลวงปู่บัวพาจึงรดน้ำพระพุทธมนต์ที่เหลือในบาตรลงไปบนศีรษะจนหมด  คราวนี้แม่คำต้นไม่มีปฏิกิริยาอะไรแล้ว คงฟุบหมอบหายใจรวยรินแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น แสดงว่าวิญญาณผีที่สิงร่างอยู่ได้เตลิดเปิดเปิงหนีหายไปหมดแล้ว

พักใหญ่ ๆ แม่คำต้นจึงได้ฟื้นคืนสติ เงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทางมึนงงเต็มที่ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองบ้างในขณะที่วิญญาณผีร้ายเข้าสิง

เมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมดจากญาติพี่น้องแล้ว แม่คำต้นก็ดีใจมากที่หลุดพ้นจากอำนาจผีเสียที หลังจากทนทุกข์ทรมานมานาน  หลวงปู่บัวพากับหลวงปู่หลอดจึงได้ผูกข้อมือแม่คำต้นด้วยด้ายสายสิญจน์และทำมงคลคล้องคอให้เพื่อป้องกันไม่ให้ผีมาเข้าสิงอีกต่อไป

นับแต่นั้น แม่คำต้นก็ไม่ถูกผีมาเข้าทรงเข้าสิงอีกเลย  ทว่าหลวงปู่หลอดและหลวงปู่บัวพาก็ต้องอยู่ที่บ้านควนปุ่นต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะผีที่เข้าสิงแม่คำต้นได้กลับไปรังควานชาวบ้านคนอื่น ๆ เป็นภาระให้หลวงปู่ทั้งสองต้องทำพิธีไล่ออกอีกหลายราย ...

 

ผีมีไว้ให้พระไล่!! เมื่อ "คนทรง" ไม่อยากเป็นร่างทรงให้ผีอีกต่อไป ... "หลวงปู่บัวพา" กับ "หลวงปู่หลอด" จึงอาสาเป็นสองแรงแข็งขันช่วยกันไล่!!

ผีมีไว้ให้พระไล่!! เมื่อ "คนทรง" ไม่อยากเป็นร่างทรงให้ผีอีกต่อไป ... "หลวงปู่บัวพา" กับ "หลวงปู่หลอด" จึงอาสาเป็นสองแรงแข็งขันช่วยกันไล่!!

หลวงปู่หลอด ปโมทิโต

ที่มา : www.dharma-gateway.com