"หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" เตือน! ตายไปเป็น"เปรต"แน่ ..ถ้าแย่งข้าวจากบาตรพระ !

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

บางคนอาจเคยรับประทานข้าวจากบาตรพระด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม หากตั้งใจรับประทานอาจเพราะคิดว่า พระท่านคงให้อภัย ไม่เป็นอะไร แต่แท้จริงแล้วนี่เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดบาป เพราะถึงแม้ว่า ข้าวในบาตรนั้นญาติโยมยังไม่ได้กล่าวถวาย หรือ พระท่านยังไม่ได้รับถวาย ก็ตาม

จากเรื่องราว ที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้ยกมาเล่าให้ฟังเป็นข้อเตือนตนดังนี้...

"หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" เตือน! ตายไปเป็น"เปรต"แน่ ..ถ้าแย่งข้าวจากบาตรพระ !

เรื่อง

ตายจากกาไปเกิดเป็นเปรตมีชื่อว่า "กากะเปรต"

 

ถอยหลังไปกัปนี้เองสมัยพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า "สมเด็จพระพุทธกัสสป" เวลานั้นบรรดาประชาชนทั้งหลายตั้งใจถวายอาหารแก่พระสงฆ์ สมัยนั้นเขาจะถวายพระองค์ไหนเขาก็รับบาตรจากท่านไป เมื่อชาวบ้านเขารับบาตรจากพระเถระไปแล้ว ก็นำอาหารที่มีรสเลิศหมายความว่าอาหารที่ทำดีแล้วใส่บาตร

ในขณะที่ใส่อาหารลงไปในบาตรนั้น ยังไม่ทันจะถวายพระ ก็มีกาตัวหนึ่งจับอยู่บนยอดไม้มองเห็นอาหารในบาตรเป็นที่ชอบใจ จึงได้โฉบลงมาคาบเอากับข้าวในบาตรไปเต็มปากตามกำลังที่จะนำไปได้ แล้วก็ไปยืนกิน

พระพุทธเจ้าทรงกล่าวว่า กาทำบาปเพียงเท่านี้ เมื่อตายจากความเป็นกาก็ไปเกิดเป็นกากะเปรต มีหัวเป็นคนตัวเป็นกายาว ๒๕ โยชน์ มีไฟไหม้ก่อตัวทางหัวพุ่งไปถึงหาง ไฟไหม้ก่อตัวทางหางพุ่งมาทางหัว ไฟไหม้ก่อตัวตรงกลางลามไปทั่วตัว ต้องไหม้อยู่อย่างนี้นับเป็นพุทธันดร

และพระองค์ตรัสอีกว่า อาการที่กาขโมยอาหารเขากิน ถึงแม้ข้าวนั้นยังไม่ได้เป็นของสงฆ์คือยังไม่ได้ประเคนพระ ยังเป็นเจตนาที่จะถวายพระอยู่ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ของบุญ ยังไม่เป็นอาหารของสงฆ์ จึงได้มาเกิดป็นกากะเปรตอยู่ในแดนของเปรต

พระพุทธเจ้าทรงกล่าวว่าอาหารที่ถวายสงฆ์แล้ว ถ้าขโมยกินอย่างนี้เป็นขโมยข้าวสงฆ์ จะมีโทษมากกว่านี้มาก จะไปเกิดแค่เปรตไม่ได้ จะต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรกก่อนในอเวจีมหานรก หรือข้าวที่เขาถวายพระเสร็จแล้ว เขาจะนำไปเลี้ยงคน ตอนนั้นถ้าฉกฉวยเอาไปกินเป็นส่วนตัวก็ถือว่าเป็นขโมยของสงฆ์เหมือนกัน แต่ถ้าพระท่านอนุญาตว่ากินได้ อันนี้ไม่มีโทษเพราะพระให้แล้ว

มีหลายท่านถามว่า "กินข้าววัดต้องชำระหนี้สงฆ์ไหม"

ถ้าขโมยกินต้องชำระหนี้สงฆ์ ถ้าพระให้กินไม่ต้องชำระหนี้สงฆ์ คือพระให้ไม่เป็นหนี้

รวมความว่าการที่จะเกิดมาเป็นคนได้ต้องอาศัยศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐ จะมีทรัพย์สินบ้าง ก็เพราะผลของทาน จะมีปัญญาบ้าง ก็เพราะการอบรมธรรม

และการเกิดมาเป็นคนแล้วกลับทำความชั่ว ก็จะต้องกลับไปเกิดเป็นสัตว์นรก กว่าจะมาเกิดเป็นคนใหม่ก็ยํ่าแย่ ใช้เวลาอีกนานเป็นการถอยหลัง ทางที่ดีควรจะก้าวหน้าต่อไป อย่างน้อยจากการเป็นคนแล้วก็ไปเกิดบนสวรรค์ เป็นเทวดา หรือนางฟ้า ไปเป็นพรหมก็ยิ่งดีกว่า ไปพระนิพพานดีถึงที่สุด..."

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : BuddhaSattha