- 23 ก.ย. 2559
รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
เรื่องของ "ไก่ขาว" ตัวที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ทำให้ชาวบ้านและพระเณรพากันแตกตื่นด้วยความแปลกใจ
ไก่ขาวตัวนี้เป็นไก่ของ "เจ๊กเบ๊" ซึ่งบ้านของแกอยู่ห่างจากป่าช้าที่ "พระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ" พักอยู่ ประมาณระยะทางหนึ่งทุ่งนา และต้องข้ามไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร
ในบ้านของเจ๊กเบ๊นั้นมีไก่เยอะมาก คืนวันที่พระอาจารย์กงมามาถึงป่าช้าก็เป็นวันเดียวกันกับที่เจ้าของไก่จะจับมันไปต้มยำเพื่อเลี้ยงพระในตอนเช้า เจ๊กเบ๊เข้าไปไล่ตะลุมบอนจับไก่ในเล้า แต่ตัวไหนก็ไม่เอา กะจะเอาเจ้าขาวตัวนี้ เพราะมันอ้วนพีดีนัก แต่เล้ามันสูง จับยังไงก็ไม่ได้ และมันก็หนีตายสุดฤทธิ์
ในที่สุดเจ๊กเบ๊ก็หมดความพยายาม คิดไว้ในใจว่าพรุ่งนี้จะเอาใหม่ คือจะฆ่าด้วยวิธีใหม่ กลางคืนฆ่ายาก ต้องฆ่ากลางวันแสก ๆ ด้วยการยิง
พอวันรุ่งขึ้นเท่านั้นแหละ ไก่ขาวตัวนั้นก็ลุกมาขันแต่เช้ากว่าเพื่อน เหมือนจะระบายอะไรบางอย่างที่อัดอั้นตันใจที่เขาเลี้ยงมาใช่อื่นใดนอกจากฆ่า สัตว์อื่นนอกจากเรานี้ไม่มีสัตว์อะไรที่จะซวยเท่า คือเขาเลี้ยงดีอย่างไรก็เพื่อฆ่าแกงเท่านั้น เพื่อนซวยที่อยู่ไม่ไกลนัก...อยู่ข้างคอกใกล้เคียงก็คือหมู ตอนเล็ก ๆ เจ๊กเขาก็เลี้ยงดีเหมือนกับเรา แต่พอโตขึ้นอ้วน ๆ ก็หายไปทุกที ... สงสัยไปตาย
คิดอย่างนี้ไก่ขาวก็จิตใจไม่ดี เดินกระวนกระวายระมัดระวังภัยในวันนี้เป็นพิเศษ เพราะเมื่อคืนนี้รอดมาได้ วันนี้อาจจะไม่เป็นเช่นนั้น คิด ๆ เสร็จก็คุ้ยเขี่ยหาอาหารแต่เช้ามืดเพื่อตุนเอาแรง พร้อม ๆ กับความไม่มั่นใจในการหลบหนีออกจากบ้าน
พอได้เวลาอรุณรุ่ง มองเห็นสลัว ๆ ว่าอะไรเป็นอะไร ไก่ขาวก็รีบขันและกระโจนพุ่งโบยบินออกจากเล้า บินร่อนไปจับกิ่งไม้ ขันไปเรื่อย ๆ แต่มันไม่ไปที่อื่น ดันตรงมาที่ที่พระอาจารย์กงมาอยู่พอดิบพอดี
เจ้าของคือเจ๊กเบ๊ก็ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด พยายามไล่จับและไล่กลับไปที่บ้านได้ถึงสามครั้งสามหน
แต่ครั้งที่สามนี้สำคัญมากที่จะต้องจารึกไว้ในชีวประวัติของไก่ขาวตัวนี้ เพราะมันหนีมาแล้วบุกตะลุยแหวกผู้คนมาถึงกุฏิของพระอาจารย์กงมาเลยทีเดียว
เจ๊กเบ๊ก็ไม่กล้าเข้าไปตาม มันก็อยู่ที่นั่น ไม่ไปที่ไหน เข้าไปอยู่ใกล้ ๆ พระอาจารย์ หากินอยู่ที่นั่น นอนอยู่ที่นั่น แสดงถึงความเป็นผู้เจอะเจอสถานที่สัปปายะ คนทั้งหลายก็มาดูมันอยู่ที่นั่น
อยู่มาวันหนึ่ง พระอาจารย์กงมาย้ายไปนอนที่กุฏิอื่น เจ้าไก่ขาวมันก็ตามไปด้วย ท่านย้ายไปหลังไหนวันไหน มันก็ย้ายตามไปหลังนั้นวันนั้นเหมือนกัน เป็นอย่างนี้อยู่โดยตลอด
พระอาจารย์กงมาสั่งสอนให้มันขึ้นไปนอนบนต้นไม้ต้นไหน มันก็ขึ้นต้นนั้น บอกให้หยุด...มันก็หยุด! บอกให้เดิน...มันก็เดิน! มันทำให้ท่านรักและสงสาร เหมือนมันรู้ภาษาที่ท่านพูด
เมื่อพระอาจารย์กงมาอ่านหนังสือวินัย เจ้าไก่ขาวก็ไปนั่งอยู่ข้าง ๆ นอนอยู่ข้าง ๆ อย่างน่าอิจฉา มันเหลือบตามองดูหนังสือที่ท่านอ่านอยู่นั้น คนทั้งหลายก็เฮฮากันมาดู...ต่างก็พูดว่า "ไก่ตัวนี้มันเป็นอะไร!"
ครั้นต่อมาอีกไม่นานนัก คนทั้งหลายก็มาล้อเล่นกับมัน หยอกมันต่าง ๆ นานา มันก็ชักจะรำคาญจึงเกิดการเตะตีคนขึ้น
เป็นอันว่า ใครมากวนมัน มันเตะเลย!! เด็กเล็กเด็กน้อยมาเล่นกับมัน มันเตะหมด และไม่มีใครกล้าทำอะไรมัน เพราะมันเป็นไก่ของพระอาจารย์กงมาไปแล้ว
คนที่อยู่ภายในวัดจึงคิดจะตัดเดือยมันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่คน
ในที่สุด เจ้าไก่ขาวก็ถูกตัดเดือยแห่งความเป็นผู้กล้าของมันออก!! ปรากฏว่า มันโมโหเป็นวรรคเป็นเวร โกรธจัดเหลือกำลัง วิ่งไปขันไปทั่วบริเวณวัด มันแหกปากร้องจนน่ารำคาญ แต่ไม่ทำลายสิ่งของ ขี้ก็ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน
พระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ
หลังจากวันนั้น เจ้าไก่ขาวก็ไม่ยอมเล่นกับใครและไม่ปันใจให้ใครอีกต่อไป มันหนีไปอยู่ตัวเดียว หากินอยู่ตัวเดียวในที่ไกล ๆ แต่ถึงแม้มันจะไปอยู่ที่ไกล ๆ คนก็ยังตามไปกวนมันอีก เพราะมันน่ารัก ตัวใหญ่ เป็นไก่โอก ไก่เชื่อง ๆ
ท้ายที่สุด เจ้าไก่ขาวรำคาญมนุษย์มากเข้า มันก็ตัดสินใจเดินคอตกกลับบ้านเจ๊กเบ๊ด้วยความเศร้าสร้อยเหงาหงอย กลายเป็นไก่ขาดความอบอุ่น เสียความรู้สึกดี ๆ กับคนที่วัด แล้วก็ไม่เดินทางกลับมาอีกเลย ... มันคงจะคิดได้ว่า
"ถึงแม้เราจะอยู่ที่ใด เขาก็คงไม่คิดว่าเราเป็นคนดอก เขาคงเห็นเราเป็นไก่ ... ตายเกิดเอาชาติใหม่ดีกว่า
มนุษย์นี้นอกจากจะยุ่งกับตัวเองก็ยังไม่พอแล้ว ยังมายุ่งกับเราซึ่งเป็นไก่ ไม่มีสัตว์ประเภทใดที่จะทำให้มนุษย์พอใจในการละเล่น มนุษย์นี้เป็นเหมือนสัตว์ที่เป็นโรคประสาท เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ขนาดเราเป็นไก่ยังอดทนไม่ได้ มนุษย์เล่า...จะทนกันและกันได้อย่างไร?!"
เรื่องราวของไก่ขาวตัวนี้ทำให้ฆราวาสญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์กงมาเปลี่ยนแปลงไปเยอะ บางคนถึงกับคิดจะเลิกฆ่าสัตว์ตลอดชีวิต บางคนตั้งสัจจะอธิษฐานจะรักษาศีลตลอดชีวิต บางคนก็เสียใจในสิ่งที่ตนได้กระทำไว้กับไก่ แสดงอาการรู้สึกผิด แต่สำหรับบางคนมาดู ๆ แล้วก็ไป เหมือนทัพพีไม่รู้รสแกง
แต่ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ก่อนหน้านี้ โยมท่านหนึ่งฝันว่าได้ช้างเผือกแม่ลูกมาสองเชือก (อันหมายถึงพระอาจารย์กงมากับสามเณร) แล้วเมื่อลูบคลำไปมา ช้างเผือกก็กลายเป็นไก่ขาว และในที่สุด...ไก่ขาวตัวนั้นก็มาจริง ๆ!!
----------------------------------------------------------------------------
