เมื่อ "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ทรงสอนลูกศิษย์  ..."อย่ามองปัญหาในมุมแคบ และแก้ปัญหาด้วยความใจเย็น"

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายทอดความรู้ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับครู อีกทั้งยังทรงมีเทคนิคและวิธีการสอนที่น่าสนใจด้วย
 พระองค์ทรงถ่ายทอดความรู้ ทรรศนะ และพระราชวินิจฉัยในเรื่องต่างๆ ที่ทรงมีประสบการณ์จริง ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศแก่นักเรียนนายร้อยฯ โปรดการซักถาม การอภิปราย และด้วยพระอารมณ์ขัน จึงทำให้การบรรยายมีคุณค่าและมีชีวิตชีวา
 “ทูลกระหม่อมอาจารย์” ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทรงวางแผนการสอนร่วมกับอาจารย์ประจำ ทรงแบ่งแนวการสอนของพระองค์เป็น 2 ด้าน คือ ด้านหนึ่งเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดี ย้อนเรื่องราวในอดีต อีกด้านหนึ่งทรงสอนวิชาการพัฒนาชุมชนซึ่งเป็นเรื่องของการสร้างสิ่งใหม่

เมื่อ "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ทรงสอนลูกศิษย์  ..."อย่ามองปัญหาในมุมแคบ และแก้ปัญหาด้วยความใจเย็น"
 

เตรียมการสอน
    เนื้อหา และเอกสารประกอบการสอนด้วยพระองค์เอง ทรงค้นคว้าจากหนังสือต่างๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ โดยข้อมูลที่ได้ทรงนำมาใช้ประโยชน์ในการบรรยาย และการทำเอกสารประกอบการสอน
    ถึงแม้ว่าพระองค์จะมีพระราชกรณียกิจด้านอื่นๆ มากมาย แต่ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทูลกระหม่อมอาจารย์จะทรงมีเอกสารประกอบการสอนพระราชทานแก่นักเรียนทุกครั้ง
    ถ้าไม่ชำนาญ จะทรงเชิญอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องมาบรรยาย เพื่อให้ความรู้อย่างละเอียดทุกด้านด้วย
    จากบทพระราชทานสัมภาษณ์ในฐานะครูประวัติศาสตร์ ความตอนหนึ่ง ในเรื่องวิธีการสอนว่า
     “….ด้านวิธีการสอน พยายามใช้ทุกวิธีการเท่าที่จะทำได้ ได้แก่ การบรรยายถ่ายทอดความรู้ของอาจารย์ให้นักเรียน การเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมออกความคิดเห็น การให้นักเรียนอ่านหนังสือ การค้นคว้าในห้องสมุด การไปศึกษาต่อในสถาบันที่มีข้อมูลเช่น การออกไปสัมภาษณ์ ออกไปเห็นอะไรๆ ให้กว้างขวาง
     ..และรู้จักโยงวิชาการต่างๆ ที่ได้เรียนรู้มาเข้าด้วยกัน ประวัติศาสตร์คือศาสตร์ที่ว่าด้วยความเป็นมา ไม่จำเป็นจะต้องเป็นอดีตที่ห่างไกลอย่างเดียว ความเป็นมาทุกๆนาทีที่เปลี่ยนไปก็ถือเป็นประวัติศาสตร์ โดยคิดอย่างกว้างที่สุด…”
     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ความสำคัญกับการสอนด้วยการนำนักเรียนออกไปศึกษาโบราณสถานที่ทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้พบกับสถานที่จริง ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ในแง่ต่างๆ
     แล้วยังทรงสอดแทรกในเรื่องของความเป็นอยู่ของชุมชน การเจริญเติบโตของชุมชนในด้านต่างๆ ตามยุคตามสมัยไว้ด้วยทุกครั้งไป พระองค์ทรงวางแผนและมีการเตรียมการเป็นอย่างดี
     โดยกองวิชาการประวัติศาสตร์ จะจัดพิมพ์หนังสือซึ่งมีลักษณะเป็นเอกสารคู่มือ เพื่อให้นักเรียนได้รับประโยชน์จากการไปทัศนศึกษาแต่ละครั้ง ทรงพระราชนิพนธ์คำนำให้นักเรียนทราบแผนการทัศนศึกษาและการเตรียมตัวศึกษาด้วย
เมื่อ "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ทรงสอนลูกศิษย์  ..."อย่ามองปัญหาในมุมแคบ และแก้ปัญหาด้วยความใจเย็น"

คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกอปรไปด้วยคุณลักษณะแห่งความเป็นครู โดยพิจารณาจากคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณครู พระองค์ทรงมีความศรัทธาในอาชีพครู ความเชื่อที่มีเหตุผล
     ทรงพระวิริยอุตสาหะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจใหญ่น้อยตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ควบคู่กับการศึกษาเล่าเรียน ทรงมีความเพียรความอดทน และอดกลั้น
     ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ซึ่งแม้ต้องเผชิญต่อความยากลำบาก ความเหนื่อยยากก็มิได้ทรงย่อท้อ

ปัญหา
    ทรงสั่งสอนเสมอว่า อย่ามองปัญหาในมุมแคบ และแก้ปัญหาด้วยความใจเย็น และอย่าทำอะไรที่ค้านกับคำสั่งหรือนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพราะเมื่อยังเด็กเรามองปัญหาแบบหนอน ซึ่งคลานอยู่บนดินในบริเวณแคบ
    ส่วนใหญ่ผู้มีประสบการณ์สูงจะมองปัญหาแบบนก คือ มองในมุมกว้างไกลกว่า
    “อาจารย์” ที่ไม่เคยทรงใช้พระราชอำนาจกับลูกศิษย์ ไม่เคยทรงลงโทษหรือตัดแต้มคะแนนความประพฤติผู้ใด
     แต่หากลูกศิษย์มีความผิดทางด้านการปกครอง และหวังพึ่งพระบารมีแล้ว จะไม่ทรงสนับสนุนอย่างเด็ดขาด ทรงปล่อยให้รับโทษทัณฑ์ตามที่ผู้บังคับบัญชาฝ่ายปกครองกำหนด

เมื่อ "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ทรงสอนลูกศิษย์  ..."อย่ามองปัญหาในมุมแคบ และแก้ปัญหาด้วยความใจเย็น"

ขอขอบคุณ ที่มา : ข้อมูลจาก crma39
ขอขอบคุณ
http://www.chaoprayanews.com/