เมื่อครั้งสมเด็จพระเทพฯ ต้องเสด็จพระราชดำเนิน จ.เพชรบูรณ์ (ปี ๒๕๕๔)  ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย!...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

เมื่อวันที่ ๒๗ ก.ย.๒๕๕๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพลับพลาที่ประทับ ณ บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ริมแม่น้ำป่าสัก สถานที่จัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อทอดพระเนตรงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ท่ามกลางการเปล่งเสียงตะโกน.... ทรงพระเจริญ… ของพสกนิกรที่มาชมงานและรอเฝ้ารับเสด็จ ดังกึกก้อง จากนั้นพิธีเริ่มต้นขึ้นเมื่อขบวนเรือพระพุทธมหาธรรมราชา แห่ทางน้ำมาถึงบริเวณพิธี นายกองเอก วิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ ในชุดเจ้าเมืองโบราณพร้อมเหล่าเสนาบดี ทั้ง๔ คน ก็ได้ร่วมกันอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ ลงประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ในช่วงเวลา ๐๙.๐๙ น.
เมื่อครั้งสมเด็จพระเทพฯ ต้องเสด็จพระราชดำเนิน จ.เพชรบูรณ์ (ปี ๒๕๕๔)  ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย!...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

โดยในปีนี้มีการอุ้มพระดำ รวมทั้งสิ้น ๙ ครั้ง โดย ๓ ครั้งแรกเป็นการอุ้มพระดำน้ำ ทางด้านทิศใต้เพื่อถวายพระพรในหลวงในวโรกาสเจริญพระชนม์มายุ ๘๔ พรรษา ส่วนที่เหลืออีก ๖ ครั้ง เป็นการอุ้มพระดำน้ำ ตามผลเสี่ยงทายคือ ทิศเหนือ ๓ ครั้ง และทิศใต้ ๓ ครั้ง ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาตลอดพิธี
เมื่อครั้งสมเด็จพระเทพฯ ต้องเสด็จพระราชดำเนิน จ.เพชรบูรณ์ (ปี ๒๕๕๔)  ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย!...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

สำหรับงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวเพชรบูรณ์ ที่จัดสืบทอดกันมานับร้อยปี โดยมีความเชื่อกันว่าหลังการอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ประกอบพิธีดำน้ำแล้ว จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขร่มเย็น ปราศจากโรคระบาด รวมไปถึงความเชื่อที่ว่า จะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าได้ผลผลิตดี บ้านเมืองรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ ตลอดจนตามความเชื่ออีกทางว่า องค์พระพุทธมหาธรรมราชาจะไม่หายไปดำน้ำเอง เหมือนในตำนานเรื่องเล่าขานที่สืบทอดกันมากว่า ๔๐๐ ปี.

เมื่อครั้งสมเด็จพระเทพฯ ต้องเสด็จพระราชดำเนิน จ.เพชรบูรณ์ (ปี ๒๕๕๔)  ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย!...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
Cr.ขอบพระคุณเจ้าของภาพ
ขอขอบคุณ
www.welovethaiking.com