- 10 ต.ค. 2559
ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th/
หนึ่งในพระโพธิสัตว์ที่สืบสายธรรมแห่งครูบาศรีวิชัย ครูบาชัยวงศา ท่านนับเป็นเพชรน้ำเอกแห่งภาคเหนือที่มีบารมีธรรมสูง และเป็นที่ยอมรับกันว่าท่านมีอภิญญาเป็นที่ปรากฏ และมากด้วยเมตตาบารมี ในช่วงชีวิตของท่านได้แสดงอภินิหารเหยียบแผ่นหินให้เกิดรอบพระบาทขึ้นได้ ทั้งยังชี้จุดแห่งพระธาตุข้าวบิณฑ์ที่ถูกฝังไว้นับพันปี เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ทรงไว้ซึ่งบุญฤทธิ์อย่างยิ่ง
นอกจากนี้ท่านยังเป็นสหมิกธรรมที่สำคัญยิ่งของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ทั้งนี้องค์ท่านได้เปิดเผยต่อศิษย์ว่าท่านปรารถนาโพธิญาณ ทั้งยังได้สั่งได้สอนลูกศิษย์ของท่านไว้ว่า
(รอยเท้าครูบาชัยวงศาที่วัดบ้านปาง ท่านยืนเหยียบก้อนหินปรากฏเป็นรอย)
"ลูกคนใดที่มีบารมีแก่กล้าให้ไปนิพพานก่อนส่วนท่านนั้นจะรอเพราะลูกๆ แต่ละคนบารมีแก่กล้าไม่เท่ากัน ท่านรอจนกว่าลูกคนสุดท้ายจะไปนิพพาน แม้ว่าจะตกลงนรกก็จะรอเว้นแต่จะตกลงนรกชั้นโลกันต์มหานรกเท่านั้น”
อ่านเพิ่มเติมเรื่องคำสอนครูบาชัยวงศ์
ความเมตตาเยี่ยงนี้เป็นพระโพธิสัตว์เต็มภูมิโดยไม่ต้องขยายความหรืออธิบายอื่นใดนอกเหนือไปกว่านี้
การอดทนต่อการกลั่นแกล้งนั้นแทบจะไม่มีใครสู้ครูบาวงศ์ได้ ในสมัยที่ท่านเป็นเณรท่านโดนแกล้งถึงขนาดที่ว่าเพื่อนๆ ที่อิจฉาริษยาท่านนำเอายางรักมาทาที่นอน ตอนจะนอนไม่มีไฟตะเกียงดังนั้นจึงมองไม่เห็นพอล้มตัวลงนอนจึงรู้ตัวว่าถูกแกล้งเข้าแล้ว ผลก็คือน้ำรักได้กัดผิวหนังของท่านทั้งแสบทั้งคัน เมื่อเกาเข้าก็เป็นแผลขึ้นมาอีก
เป็นไม่เป็นเปล่ากลับกลายเป็นหนองเน่าเปื่อยสร้างความเจ็บปวดน่าเวทนายิ่งนักแต่จิตใจท่านกลับมีมีความอัศจรรย์ด้วยอำนาจแห่งโพธิญาณที่บำเพ็ญมา ท่านกลับไม่คิดโกรธผู้ที่กระทำต่อท่านและยังสามารถอดทนต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิดได้ เรียกได้ว่าท่านเป็นผู้มีอภัยทานอย่างสูงส่งพร้อมทั้งขันติธรรมอีกด้วย
แม้ว่าครูบาอาจารย์ท่านจะถามว่าใครแกล้งทั้งๆ ที่ท่านรู้ดีแต่ก็จะตอบไปว่า “ขออภัยให้เขาเหล่านั้น” หลวงปู่ครูบาวงศ์แต่น้อยมาจนเติบใหญ่จิตใจที่ใฝ่ทางธรรมมีมากขึ้นจนเป็นบารมีที่แก่กล้า หวังเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งจิตใจไม่โกรธเกลีดผู้หนึ่งผู้ใด หวังไว้แต่จะพ้นจากสังสารวัฏฏ์เพียงถ่ายเดียวเท่านั้น
และด้วยความดีที่เกินกว่าปุถุชนคนธรรมดาจะทำได้เช่นท่าน เทพเทวดาทั้งหลายย่อมไม่อาจนิ่งเฉย บันดาลให้วันหนึ่งมีชายชราลึกลับขึ้นมาหาท่าน ชายชราดังกล่าวเป็นชาวขมุนำยามาขนานหนึ่ง ไม่ทราบว่าชายชราผู้นี้มารู้จักท่านได้อย่างไร ตัวท่านเองก็ไม่รู้จักมาก่อน และไม่ทราบอีกว่าชายชราผู้นี้รู้ได้อย่างไรว่าท่านกำลังป่วยเพราะพิษน้ำยางรัก ยาที่ชายชราลึกลับนำมาให้ประกอบด้วยยากินและยาทา สั่งให้ท่านทาเป็นเวลา ๓ เดือน
ปรากฏว่าหลังจากที่ท่านได้ยาจากชายชราลึกลับอาการบาดแผลจากน้ำรักที่ทำให้เนื้อหนังท่านเปื่อยกลับหายอย่างรวดเร็ว เร็วกว่ากำหนด ๓ เดือนเสียอีก
เมื่อท่านหาย ชายชราลึกลับผู้นี้ก็มาปรากฏกายและก็ไม่ทราบได้ว่าชายชราผู้นี้รู้ได้อย่างไร ว่าท่านหายดีแล้ว ทั้งยังพูดในสิ่งลึกลับอีกว่า
"เป็นผลบุญของเณรน้อยที่ได้สร้างสมมาแต่อดีตถึงปัจจุบันไว้ดีมาก และมีความกตัญญูเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ครูบาอาจารย์ดีมาก จึงทำให้แผลหายเร็ว ขอให้เณรน้อยจงหมั่นทำความดีปฏิบัติธรรม และเคารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์ต่อไปอย่าได้ท้อถอย ไม่ว่าจะมีมารมาขัดขวางอย่างไรก็ดี ขอเณรน้อยใช้ความดีชนะความไม่ดีทั้งหลาย ต่อไปในภายภาคหน้าสามเณรน้อยจะได้เป็นพระสงฆ์เนื้อนาบุญของพุทธบริษัทต่อไป "
ความน่าอัศจรรย์เพิ่มขึ้นเมื่อชายชราลึกลับพูดจบลง แล้วขอตัวกลับ เมื่อชายชราลึกลับผู้นั้นเดินลงกุฏิของครูบาชัยวงศ์ ท่านก็วิ่งตามลงไปเพื่อขอบคุณ และตั้งใจจะถามชื่อเสียงเรียงนาม เพราะตั้งแต่เจอกันครั้งแรกจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบชื่อ น่าอัศจรรย์อะไรอย่างนั้นเพราะเมื่อครูบาท่านวิ่งตามลงมาปรากฏว่าชายชราลึกลับผู้นั้นหายไปอย่างไร้วี่แวว ลองสอบถามคนที่อยู่ข้างล่างว่าเห็นชายแก่หรือไม่ ก็ยิ่งแปลกไปกันใหญ่เพราะทุกคนต่างตอบว่าไม่เห็นใครเดินลงมาสักคนเดียว
ครูบาวงศ์ถามว่าคืนก่อนๆเห็นชายชราขึ้นกุฏิตนหรือไม่ก็ได้คำตอบที่พิศวงอีกว่าไม่เห็นมีชายชราที่ไหนสักคนทั้งๆที่ ๓ คืนก่อนหน้านี้ชายชราดังกล่าวก็มาพูดคุยอยู่เสมอ องค์ท่านเชื่อว่าชายชราลึกลับที่นำยาวิเศษมามอบให้ท่านต้องเป็นเทพเทวดาจำแลงแปลงกายมาโปรดท่านแน่ๆ หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้ทรงอภิญญาในป่าในเขาที่มีจิตเมตตาสงสารท่านนำยาวิเศษมาสงเคราะห์ให้
ครูบาวงศ์ต้องอดทนต่อการริษยาการกลั่นแกล้งของเพื่อนๆท่านอย่างยิ่ง ต้องอาศัยขันติและเมตตาอย่างสูง ทั้งอภัยทานอันยิ่งใหญ่ ท่านโดนสารพัดบางคราวเมื่อหลับลงไปแล้วเพื่อนๆก็เอาทรายมากรอกใส่ปากท่าน อาหารก็โดนเขาแย่ง ถึงขนาดนั้นท่านก็ยังอโหสิกรรม อภัยให้กับทุกคนโดยไม่ถือสาหาความแต่อย่างใดเรียกว่าน้ำใจของท่านประเสริฐพร้อมทั้งมีขันติยิ่งกว่าปุถุชนคนสามัญทั่วไปมากนัก เพราะถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงหนีออกจากสำนักหรือไม่ก็คงต้องต่อยตีไปตามอำนาจโทสะที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เรื่องการโดนกลั่นแกล้งทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับครูบาชัยวงศ์นั้นมิได้รอดพ้นจากความรู้ความเห็นของครูบาชัยลังก๋า และไม่ได้ถูกเพิกเฉยแต่อย่างใด ครูบาชัยลังก๋าได้เมตตาสั่งสอนหลวงปู่ครูบาวงศ์ว่า
"มันเป็นกรรมเก่าของเณรน้อย ตุ๊ลุงขอให้เณรน้อยใช้ขันติและความเพียรต่อไป เพื่อโลกุตตรธรรมอันยิ่งใหญ่ในภายหน้า เมื่อถึงเวลานั้นแล้วทุกคนที่เคยล่วงเกินเณรน้อยเขาจะรู้กรรมที่ได้ล่วงเกินเณรน้อยมา"
