ก็อารมณ์มันพาไป!! หลวงพ่อฤๅษีลิงดำไขข้อข้องใจ ... ทำไมเห็นพระแล้วคันปากอยากจะด่า? พร้อมแนะวิธีแก้ไข...ก่อนจะกลายเป็นกรรมหนัก!!

รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th

ครั้งหนึ่งเคยมีผู้เรียนถามหลวงพ่อฤๅษีลิงดำว่า

"กราบเรียนหลวงพ่อที่เคารพ  ในระยะนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด...ลูกมีอารมณ์อยากจะด่าพระบ้าง ด่าหลวงพ่อบ้าง ปรามาสพระพุทธเจ้าบ้าง  ไม่ทราบว่าทำอย่างไรจึงจะหายครับ?"

 

ก็อารมณ์มันพาไป!! หลวงพ่อฤๅษีลิงดำไขข้อข้องใจ ... ทำไมเห็นพระแล้วคันปากอยากจะด่า? พร้อมแนะวิธีแก้ไข...ก่อนจะกลายเป็นกรรมหนัก!!

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำตอบว่า

"อารมณ์นี้จะเกิดเป็นเรื่องของพระยามาราธิราช  เขาเรียก ‘กิเลสมาร’ น่ะ  มันเกิดเข้ามาครอบงำใจ ทำจิตใจให้ฟั่นเฝือไปโกรธนั่นโกรธนี่  ถ้าห้ามได้ดีก็จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของเขา ... เรียกว่าจะไม่ลงนรก

แต่ว่ามันจะเป็นชั่วคราว  บางทีก็สัก ๔-๕ เดือน แล้วต่อไปก็หาย  ถ้าอารมณ์ดีขึ้นมาก็ขอขมาโทษพระรัตนตรัย ขอขมาโทษพระพุทธเจ้า  ถ้ามันฟุ้งก็ฟุ้งไป  ถ้าเลิกฟุ้ง...รู้สึกตัวขึ้นมาได้ก็ขอขมาโทษใหม่  อย่างนี้ไม่ช้าก็หายนะ ... ไม่เป็นไร

แม้แต่ฉันในช่วงเจริญฌานโลกีย์ มันก็มีเหมือนกัน...ก่อนจะขึ้นลำดับสูงนะ  นี่มันก็มีอาการอย่างนี้เป็นธรรมดา...ที่ท่านบอกว่ากิเลสมารเข้าครอบงำจิต

เรายอมแพ้มัน เราก็ตกต่ำแน่นอน  มันอาจจะเผลอ ขอขมาแล้วเผลอก็ว่ากันไป มีสติใหม่ ก็ตั้งใจขอขมาใหม่  ไม่ช้ามันก็เลิก

อย่างอาจารย์ฉัตร ลูกศิษย์หลวงพ่อปาน หนักกว่านี้ ... ไม่ใช่อารมณ์ด่าใครหรอก นั่นป่วยแบบท่านโคธิกะ (พระภิกษุผู้บรรลุอรหันต์ขณะฆ่าตัวตายเพราะอาการป่วย) เลย บวมทั้งตัวอยู่หนึ่งปี  หลวงพ่อปานบอกว่า ‘คุณฉัตรเอ้ย! ลดกรรมฐานสักหนึ่งวันได้ไหม ... มันจะได้หาย’

อาการอย่างนี้ไม่ใช่อาการไข้ปกติ  มันเป็นเรื่องของกิเลสมารที่แกล้ง  อาจารย์ฉัตรบอกว่า ‘ผมพยายามทำมาตั้งหลายปี ยอมแพ้กิเลสมาวันเดียว...ผมยอมไม่ได้ ผมยอมตายพร้อมกับธรรมะดีกว่า’  พอปฏิญาณแบบนั้น รุ่งขึ้นหาย ... มันสู้ไม่ได้ มันเลยเลิก กลัวคนบ้า!

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน ... อาการอย่างนี้ต้องสู้กันหลายวันหน่อย เพราะมันเป็นอารมณ์ทางจิตใจนะ!  ไม่เหมือนกับการครอบงำทางกาย ซึ่งเปลื้องง่ายกว่า"

 

ก็อารมณ์มันพาไป!! หลวงพ่อฤๅษีลิงดำไขข้อข้องใจ ... ทำไมเห็นพระแล้วคันปากอยากจะด่า? พร้อมแนะวิธีแก้ไข...ก่อนจะกลายเป็นกรรมหนัก!!

ที่มา : board.palungjit.org