- 12 ต.ค. 2559
รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
ครั้งหนึ่งเคยมีผู้เรียนถามหลวงพ่อฤๅษีลิงดำว่า
"กราบเรียนหลวงพ่อที่เคารพ ในระยะนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด...ลูกมีอารมณ์อยากจะด่าพระบ้าง ด่าหลวงพ่อบ้าง ปรามาสพระพุทธเจ้าบ้าง ไม่ทราบว่าทำอย่างไรจึงจะหายครับ?"
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำตอบว่า
"อารมณ์นี้จะเกิดเป็นเรื่องของพระยามาราธิราช เขาเรียก ‘กิเลสมาร’ น่ะ มันเกิดเข้ามาครอบงำใจ ทำจิตใจให้ฟั่นเฝือไปโกรธนั่นโกรธนี่ ถ้าห้ามได้ดีก็จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของเขา ... เรียกว่าจะไม่ลงนรก
แต่ว่ามันจะเป็นชั่วคราว บางทีก็สัก ๔-๕ เดือน แล้วต่อไปก็หาย ถ้าอารมณ์ดีขึ้นมาก็ขอขมาโทษพระรัตนตรัย ขอขมาโทษพระพุทธเจ้า ถ้ามันฟุ้งก็ฟุ้งไป ถ้าเลิกฟุ้ง...รู้สึกตัวขึ้นมาได้ก็ขอขมาโทษใหม่ อย่างนี้ไม่ช้าก็หายนะ ... ไม่เป็นไร
แม้แต่ฉันในช่วงเจริญฌานโลกีย์ มันก็มีเหมือนกัน...ก่อนจะขึ้นลำดับสูงนะ นี่มันก็มีอาการอย่างนี้เป็นธรรมดา...ที่ท่านบอกว่ากิเลสมารเข้าครอบงำจิต
เรายอมแพ้มัน เราก็ตกต่ำแน่นอน มันอาจจะเผลอ ขอขมาแล้วเผลอก็ว่ากันไป มีสติใหม่ ก็ตั้งใจขอขมาใหม่ ไม่ช้ามันก็เลิก
อย่างอาจารย์ฉัตร ลูกศิษย์หลวงพ่อปาน หนักกว่านี้ ... ไม่ใช่อารมณ์ด่าใครหรอก นั่นป่วยแบบท่านโคธิกะ (พระภิกษุผู้บรรลุอรหันต์ขณะฆ่าตัวตายเพราะอาการป่วย) เลย บวมทั้งตัวอยู่หนึ่งปี หลวงพ่อปานบอกว่า ‘คุณฉัตรเอ้ย! ลดกรรมฐานสักหนึ่งวันได้ไหม ... มันจะได้หาย’
อาการอย่างนี้ไม่ใช่อาการไข้ปกติ มันเป็นเรื่องของกิเลสมารที่แกล้ง อาจารย์ฉัตรบอกว่า ‘ผมพยายามทำมาตั้งหลายปี ยอมแพ้กิเลสมาวันเดียว...ผมยอมไม่ได้ ผมยอมตายพร้อมกับธรรมะดีกว่า’ พอปฏิญาณแบบนั้น รุ่งขึ้นหาย ... มันสู้ไม่ได้ มันเลยเลิก กลัวคนบ้า!
ไอ้นี่ก็เหมือนกัน ... อาการอย่างนี้ต้องสู้กันหลายวันหน่อย เพราะมันเป็นอารมณ์ทางจิตใจนะ! ไม่เหมือนกับการครอบงำทางกาย ซึ่งเปลื้องง่ายกว่า"
ที่มา : board.palungjit.org
