- 12 ต.ค. 2559
รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
หลวงปู่ขาวเล่าถึงคำสอนของหลวงปู่มั่นเกี่ยวกับการหลับนอนของพระดังต่อไปนี้ :
คำว่า “จำวัด” กับคำว่า “นอน” ซึ่งเป็นคำทั่วๆ ไป เทียบกันดูจะเห็นว่าผิดกันและมีความหมายต่างกันอยู่มาก ระหว่างคำว่า “จำวัด” ของศากยบุตร กับคำว่า “นอน” ของคนและสัตว์ทั่วไป
ดังนั้น ความรู้สึกของพระผู้เป็นศากยบุตรที่จะปลงใจจำวัดแต่ละครั้งจึงควรมีความสำคัญติดตัวในขณะนั้นและเวลาอื่นๆ จึงจะสมชื่อว่า ผู้ประคองสติ ผู้มีปัญญา คิดอ่านไตร่ตรองในทุกกรณี ไม่สักว่าคิด สักว่าพูด สักว่าทำ สักว่านอน สักว่าตื่น สักว่าฉัน สักว่าเดิน สักว่านั่ง สักเป็นอาการปล่อยตัวเกินเพศเกินภูมิของศากยบุตรที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ในวงปฏิบัติโดยมากมักเข้าใจกันว่า พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายนิพพานไปแล้ว สาบสูญไปแล้ว ไม่มีความหมายอะไรเกี่ยวกับท่านและตนเองเสียแล้ว ก็พระธรรมอันเป็นฝ่ายเหตุที่สอนกันให้ปฏิบัติอยู่เวลานี้เป็นธรรมของท่านผู้ใดขุดค้นขึ้นมาให้ได้เห็นและได้ปฏิบัติตามเล่า?
ความจริง พุทธะและสังฆะก็คือดวงใจบริสุทธิ์ที่พ้นวิสัยแห่งความตายและความสาบสูญอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จะให้ตาย ให้สาบสูญ ให้หมดความหมายไปได้อย่างไร เมื่อธรรมชาตินั้นมิได้เป็นไปกับสมมติ มิได้อยู่ในอำนาจแห่งความตาย มิได้อยู่ใต้อำนาจแห่งความสาบสูญ มิได้อยู่ในอำนาจแห่งการหมดความหมายใดๆ
พุทธะจึงคือพุทธะอยู่โดยดี ธัมมะจึงคือธัมมะอยู่โดยดี และสังฆะจึงคือสังฆะอยู่โดยดี มิได้สั่นสะเทือนไปกับความสำคัญใดๆ แห่งสมมติที่เสกสรรทำลายให้เป็นไปตามอำนาจของตน
ฉะนั้น การปฏิบัติด้วยธัมมานุธัมมะจึงเป็นเหมือนการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ตลอดเวลาที่มีธัมมานุธัมมะภายในใจ เพราะการรู้พุทธะ ธัมมะ สังฆะ โดยหลักธรรมชาติจำต้องรู้ขึ้นที่ใจ ซึ่งเป็นที่สถิตแห่งธรรมอย่างเหมาะสมสุดส่วน ไม่มีภาชนะใดยิ่งไปกว่า
ที่มา : โอวาทธรรมของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (จากหนังสือ “หลวงปู่ขาว อนาลโย”)
