- 14 ต.ค. 2559
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th
การที่เราจะพิจารณาผลงานของพระประมุขของชาติของเรานี้ ผู้ที่มีใจเป็นธรรมทั้งหลายจะมองเห็นทั้งๆ ที่เราอยู่ไกลพระองค์ จะมองเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของเรานี้มิได้ทรงเห็นแก่ความสุขส่วนพระองค์เลย ทรงเห็นแต่ความสุข ความผาสุกของประชาชน ทรงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประชาชน ทุกข์ของประชาชนก็คือทุกข์ของท่าน
อันนี้ปรากฏชัดแจ้งมาเป็นหลายลำดับการณ์แล้ว ประจักษ์พยานก็จะเห็นได้ว่า ปีหนึ่งๆ พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงประทับอยู่ในนครหลวงเป็นเวลาไม่กี่เดือนเลย ทรงออกบ้านนอกทั้งสิ้น ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และอาจจะจ่อไปทิศอื่นๆ อีกทุกปี มาไม่มีขาด
การออกไปไม่ใช่ไปตากอากาศ ไม่ใช่ไปสบาย พวกที่ติดตามท่าน เจ้าหน้าที่ที่ติดตามในที่นี้ก็มี ท่านผู้ที่ร่วมงานใกล้ชิดท่านจะเป็นพยานได้ว่า พระเจ้าอยู่หัวไปบ้านนอก ไม่ได้ทรงพักผ่อนแต่อย่างใดเลย ทรงออกทุกวัน ออกพบประชาชน แก้ปัญหา คิดตั้งโครงการ แก้ปัญหาโครงการ ติดตามผลงานของโครงการ โดยมีรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐบาล ร่วมไปด้วย ไม่ได้ทรงพักสบายเหมือนกับที่เราไปพักตากอากาศหัวหิน พัทยา เปล่าเลย เวลาส่วนมากทรงออกไปพบประชาชนในท้องถิ่นทุกภาคของราชอาณาจักร ทรงถามถึงความเป็นอยู่ของเขาว่า มีปัญหาประการใดหรือไม่ มีทุกข์ประการใดหรือไม่ มีความยากแค้นประการใดหรือไม่ แล้วก็ทรงให้รีบแก้ปัญหา บำบัดปัดเป่า จะในเวลานั้นหรือในเวลาต่อมาก็ตามที ทรงพระอุตสาหะวิริยะศึกษาปัญหาของท้องถิ่นทั้งของแผ่นดิน สภาวะของดินฟ้าอากาศและของพื้นดิน และผู้คนในท้องถิ่น อาชีพ การทำมาหากิน การคมนาคม ทุกอย่างรอบด้าน
อย่างในเวลานี้เป็นปรากฏว่า พระองค์ท่านทรงอ่านแผนที่ทางเทคนิค ไม่ใช่แผนที่ที่เราอ่านในโรงเรียน แผนที่ทางเทคนิคเรียกว่า “Contour Map” ความสูงต่ำของแผ่นดิน แล้วก็ทางน้ำ ทางภูเขา ทรงอ่านได้เร็ว และบางทีก็เหนือกว่าเจ้าหน้าที่ของเราเสียอีก คือทรงศึกษาวิริยะอุตสาหะมาก และทรงสนพระราชหฤทัยอย่างยิ่งในเรื่องเกษตรกรรม เพราะทรงทราบดีเหมือนอย่างเราทราบกันทุกคนว่า ไทยยังคงเป็นประเทศเกษตรกรรม แม้จะมีอุตสาหกรรมก็เป็นสิ่งส่งเสริมเกื้อกูลเกษตรกรรม และทรงเป็นห่วงเป็นทุกข์เรื่องน้ำ การขาดแคลนน้ำอย่างที่นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชลประทานไม่สามารถจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมในตำบลหนึ่งได้ ได้ทรงไปศึกษาอยู่ปีเศษถึงสภาวะของดินฟ้าอากาศและภูมิแผ่นดิน ในที่สุดก็พระราชทานพระราชดำริว่า เขาเห็นชอบไหม ถ้าจะแก้อย่างนี้ เขาก็ศึกษาเห็นชอบพร้อมกัน บัดนี้สภาวะน้ำท่วมไม่มีแล้ว หายไปแล้ว อย่างนี้เป็นที่ประจักษ์
รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัฐบาลได้เห็นความตั้งพระทัยของพระองค์ท่านจึงร่วมงานกับพระองค์ท่านอย่างสุดฝีมือ คือส่งคนออกติดตามรับพระราชดำริ ลงมือกระทำการศึกษาวิจัย และเพื่อใคร ก็เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามทั้งสิ้น ไม่ใช่เพื่อชนหนึ่งชนใดหรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่เป็นทั่วไปทั้งสิ้น
จากหนังสือสองธรรมราชา โดย อัครวัฒน์ โอสถานุเครราะห์
