"ผมคือ1ใน6คนที่ท่านเรียกไปรับพระราชทานปริญญาบัตรใหม่ เพราะไฟดับ" เรื่องเล่าวันพระราชทานปริญญาบัตรจากในหลวงรัชกาลที่9 เมื่อปี2528

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

เรื่องนี้ได้รับการบอกเล่าจาก นายตราชู กาญจนสถิตย์ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ วันพระราชทานปริญญาบัตร ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีพ.ศ.2528 อันมีเรื่องราวดังต่อไปนี

 

            ในปี 2528 ขณะที่ผมและเพื่อนๆกำลังก้าวเข้าไปต่อหน้าพระพักตร์เพื่อรับพระราชทานปริญญาบัตรจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เวลานั้นเองเกิดเหตุการณ์"ไฟดับ"ทั่วประเทศไทย

            ไฟที่ทำการส่องสว่างเพื่อการถ่ายภาพบัณฑิตที่กำลังเข้ารับพระราชทานปริญญาในหอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่สามารถสร้างแสงไฟเพื่อการถ่ายภาพสำคัญของชีวิตได้ ผมไม่มีภาพถ่ายครับเพราะแสงไม่พอ ....

             แต่การพระราชทานปริญญาไม่ได้หยุดลง แม้ไฟจะมืดลงแต่พิธีการสำคัญยังคงดำเนินต่อไป....

ปริญญาบัตรลงมาพร้อมๆกับผมด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวว่า ทำไมต้องเป็นเราที่จะไม่มีภาพสำคัญนี้ เศร้า

แต่............

อีกสักพักหนึ่งซึ่งนานพอสมควร ......อาจารย์ที่ผมไม่รู้จักเดินมาบอกพวกผมว่า

ในหลวงทรงรับสั่งให้บัณฑิตที่รับพระราชทานปริญญาช่วงที่ไฟดับที่ถ่ายภาพไม่ติดประมาณ 6 คนขึ้นไปรับพระราชทานปริญญาอีกรอบหนึ่ง.......!!!!

อะไรกันนี่ เป็นไปได้เหรอ !

อะไรกัน ในหลวงท่านทรงรับรู้ถึงความเศร้าของพวกผมได้อย่างไร!

ท่านไม่ทรงเหนื่อยล้าแล้วหรอกเหรอ ทรงพระราชทานปริญญาให้กับบัณฑิตมากมายแล้ว!

ท่านสงสารพวกเราขนาดนั้นเลยเหรอ!

ถ้าท่านจะมีพระราชดำริว่า ทรงงานมามากแล้วขอเสด็จกลับ

คงจะไม่มีใครคิดว่าอะไร

ผม 6 คนก็แค่ผงธุลีที่ไร้ความหมายใดๆ จะทรงให้ความสำคัญให้เหนื่อยไปอีกเพื่ออะไร

แต่ท่านมิได้คิดเช่นนั้น ท่านเห็นความสำคัญของความรู้สึกของคนไทยน้อยๆ6 คนนั้นอย่างที่ผมไม่รู้จะพูดบรรยายความรู้สึกนั้นได้อย่างไร

ผมปลาบปลื้มจนน้ำตาไหล

แล้วผมก็ขึ้นไปรับพระราชทานปริญญาบัตรมาจนได้ภาพนี้มาครับ

ผมกลับมานั่งที่เก้าอี้และคิดได้ว่า เหตุผลท่านจึงไม่มองข้ามเราไป ในหลวงท่านทรงมีพระประสงค์อย่างแน่วแน่ที่จะให้เรารับปริญญามาด้วยความรู้สึกว่าเรา เราต้องเป็นคนดีของสังคม ผมมีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับสิ่งเดียวที่ในหลวงทรงสัมผัสมาแล้วนั่นคือปริญญาใบนี้นี่เอง ปริญญาใบนี้จะเป็นสิ่งสูงสุดที่จะคอยเตือนใจให้ผมทำความดีตามพระประสงค์ของในหลวง

พระองค์ที่สูงเทียมฟ้าแต่กลับเห็นความรู้สึกของผงธุลีอย่างพวกผม

ผมสัญญากับตัวเองในวันนั้นว่า ผมจะเป็นคนดีของสังคม และจะรักในหลวงยิ่งชีวิต

ขนาดคนอย่างผมยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณขนาดนี้ สังคมไทยในหลายๆส่วนคงต้องได้รับจากพระองค์ท่านมากมายเหลือคณานับ

นี่เป็นเรื่องเล็กๆของผมที่จะบอกว่า ทำไมผมรักในหลวง .....ผมรักในหลวงยิ่งชีพครับ