- 15 ต.ค. 2559
รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
ความตอนหนึ่งจากปาฐกถาเรื่อง "ทศพิธราชธรรม" โดย ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑
---------------------------------------------------------------------------------
บัดนี้ถึงเวลาที่กระผมจะบรรยายเรื่อง "ทศพิธราชธรรม"
กระผมจะขอกล่าวอย่างกันเอง ไม่เป็นพิธีการแต่อย่างใด โดยที่หัวข้อเรื่องนี้เป็นหัวข้อที่คนทั้งหลายกล่าวถึงอยู่มากในการบรรยายทศพิธราชธรรมของพระมหาเถระหลาย ๆ รูป แต่การที่คนธรรมดาอย่างกระผมมาพูดครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรก จะมีก่อนกระผมก็เห็นจะเป็นท่านเจ้าคุณศรีวิสารวาจาได้เคยพูดไว้ครั้งหนึ่ง
วาระนี้เป็นวาระที่อยู่ในระหว่างมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉะนั้น การที่สโมสรโรตารี่ ธนบุรี เชิญให้กระผมมาพูดเรื่องทศพิธราชธรรม ก็เดาใจท่านหรือคณะกรรมการของท่านออกว่า ท่านอยากจะฟังเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราพระองค์นี้ เหตุเพราะเป็นที่แน่นอนปรากฏแก่มหาชนทั้งหลายแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราพระองค์นี้ท่านมิใช่เป็นเพียงแต่พระประมุขของชาติ มิใช่เป็นแต่เพียงดำรงตำแหน่งอยู่ในพระราชฐานะสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น หากแต่ว่าท่านทรงเป็น “ดวงใจของประชาชน”
ข้อนี้เราจะได้เห็นประจักษ์ในสถานที่ทุกแห่งที่ท่านได้เสด็จไปถึงทั้งในกรุงและหัวเมืองว่า มหาชนทุกรูป ทุกนาม ทุกวัย แม้แต่ชาวต่างประเทศที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ต่างก็ไปแวดล้อมเฝ้าคอยให้พระเจ้าอยู่หัวเสด็จมา และก็คอยถวายดอกไม้ พวงมาลัย หรืออย่างน้อยก็ไหว้กราบมากมายก่ายกอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวาระปีละ ๔ ครั้งที่เสด็จทรงเปลี่ยนเครื่องทรงแล้วสรงน้ำพระแก้ว และน้ำที่สรงพระแก้วนั้นก็ลงมาอยู่ในอ่างสาครใหญ่เป็นน้ำพระพุทธมนต์ แล้วก็ได้ใส่ภาชนะน้อย ๆ ถวายเพื่อทรงพระสุหร่าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินผ่านประชาชนเมื่อสรงน้ำพระแก้วแล้วและได้ทรงประพรมที่เขาเรียกว่า "พระสุหร่าย" หรือพรมน้ำมนต์ให้ทุกคนที่น้ำมนต์จะไปถึง ข้อนี้เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก และปีแล้วปีเล่าก็มากขึ้นทุกที บางคนไปคอยเป็นชั่วโมง ๆ
เพราะฉะนั้น ความเป็นดวงใจของประชาชน ... คิดว่าเป็นที่ประจักษ์
นอกจากนี้ ในภาพทั้งหลายที่เราเห็นในหัวเมืองจะเห็นว่า ชนชาวชนบททั้งหลายพอรู้ข่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จมาก็เดินทางเป็นสิบ ๆ กิโลเพื่อรอเข้าเฝ้าฯ รอตั้งแต่เช้ายันบ่ายยันค่ำ เป็นอันมาก ทุกหนทุกแห่ง
เคยมีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ท่านเสด็จไปที่แห่งหนึ่ง แล้วก็มีชายผู้เฒ่าคนหนึ่งมาบอกว่า "ขุนหลวงครับ... พ่อหลวงครับ... วันหลังนิมนต์มาเยี่ยมผมอีกนะ" ... นี่แสดงให้เห็นความเป็นกันเองของท่านต่อประชาชนทุกเหล่าทุกหมู่
ความเป็นดวงใจของท่านนี่... ความที่ท่านเป็นดวงใจของประชาชนนี่... มันเกิดขึ้นเพราะอะไร เราจะต้องทำใจให้บริสุทธิ์แล้วก็เป็นกลาง...ก็จะตอบกับตัวเองได้ว่า ความเป็นดวงใจของท่าน การที่ท่านเป็นดวงใจของประชาชน คงไม่ใช่เพราะท่านเป็นพระมหากษัตริย์เท่านั้น จะต้องเป็นสิ่งอื่นด้วย
สิ่งนั้นคืออะไร... เพราะอะไร... เราเห็นเอง แทบจะไม่ต้องบอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราพระองค์นี้ที่ท่านได้เปล่งพระอุทานไว้เมื่อคราวเสด็จขึ้นครองราชย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ท่านทั้งหลายคงจะจำได้ดี ท่านเปล่งพระอุทานว่า
"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
คำนี้ไม่ใช่เพียงคำที่ผ่าน ๆ ไปเท่านั้น หากแต่อยู่ในดวงพระราชหฤทัยของท่านตลอดมา จนเวลานี้เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว พระองค์ท่านก็ได้ทรงปฏิบัติพระองค์เหมือนดั่งพระอุทานเมื่อแรกขึ้นเสวยราชย์ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
เพราะเหตุว่าท่านได้ปฏิบัติตามคำปฏิญญาของพระองค์ท่าน ท่านจึงเป็นผู้ที่ได้รวมจิตใจของชาติอย่างแท้จริง คือ พระองค์ท่านมิใช่เป็นเพียงสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ทรงเป็นสัญลักษณ์ของทั้งชาติเลย คือ "สัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" ด้วยกันทั้งสาม รวมอยู่ในพระองค์ท่าน ในความรู้สึกนึกคิดและสายตาของประชาชนผู้บริสุทธิ์ คือผู้ที่ไม่มีอคติ
การที่สัญลักษณ์ทั้งสามรวมอยู่ในตัวพระองค์ท่านในคนคนเดียวก็มีนัยเหมือนหนึ่งกับคุณพระศรีรัตนตรัย คือ "พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์" นี้ ความหมายที่แท้จริงมิใช่แก้วสามดวง แต่เป็นแก้วดวงเดียวที่รวมทั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้น ในภาษาอังกฤษเขาจึงเขียนถึงคุณพระรัตนตรัยนี้ว่า "The Triple Gem" แก้วดวงเดียว แต่รวมสามเอกลักษณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
นี้ฉันใดก็ฉันนั้น ... สถาบันพระมหากษัตริย์รวมเอกลักษณ์หนึ่งเดียวคือเป็นชาติไทย
ข้อที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราพระองค์นี้ทรงรวมสัญลักษณ์ทั้งหลายเข้าเป็นเอกลักษณ์ของชาติได้นี้ ขอให้เราทุกคนเอาไปคิดให้เป็นธรรมและเป็นกลางว่าจริงหรือไม่ เมื่อเราคิดดูโดยรอบคอบทั้งเหตุการณ์ภายนอก เหตุการณ์ภายใน ทั้งเหตุการณ์ส่วนพระองค์และเหตุการณ์ทั้งหลายแล้ว เราตอบได้เองว่าเป็นความจริง ... องค์พระมหากษัตริย์ของเราพระองค์นี้ทรงประกอบด้วยคุณธรรมประจำพระองค์ที่สูงส่งจริง ๆ
ทั้งนี้มิใช่ว่าเราจะมายกพระเกียรติโดยปราศจากหลักฐาน แต่ผู้ที่ได้ติดตามผลงานของพระองค์ท่านซึ่งปรากฏอยู่ ณ ที่นี้ ก็หลายท่านได้ติดตามและได้ร่วมงานกับพระองค์ท่านมาโดยใกล้ชิด จะเห็นได้ว่า พระองค์ท่านมีคุณธรรมสูงส่งจริง ๆ คือทรงเข้มแข็งเด็ดขาดและมีพระปรีชาสามารถจับเหตุผลได้เร็ว ปัญหายุ่งยากทั้งหลายทั้งในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งพระองค์ท่านไม่ได้ทรงทราบมาก่อน แต่ว่าเจ้าหน้าที่ได้กราบบังคมทูลทุกแง่ทุกมุมแล้ว พระองค์จะวินิจฉัยเด็ดขาดรวดเร็ว และเราจะมาพบภายหลังว่าถูกต้องทุกที
อันนี้จึงเป็นคุณธรรมที่สมแก่ความเป็นผู้นำของท่านโดยแท้จริง ...
ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
ที่มา : หนังสือ "ทศพิธราชธรรม : ธรรมะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว", ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
