- 22 ต.ค. 2559
รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
จากการที่มีครูบาอาจารย์พระอริยสงฆ์หลายท่านได้กล่าวถึง "ในหลวงรัชกาลที่ ๙" ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์ผู้ปรารถนาพุทธภูมิ และตามคติของพระพุทธศาสนาที่เชื่อกันว่า เมื่อผู้บำเพ็ญบารมีธรรมของพระโพธิสัตว์ละจากโลกมนุษย์แล้วจะไปเกิดเป็นมหาเทวดาบนสวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นสถานที่พำนักของเหล่าพระโพธิสัตว์เพื่อสั่งสมบารมีธรรมสำหรับการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าต่อไปนั้น เรื่องนี้อาจจะทำให้ใครหลายคนสงสัยว่า ระหว่างที่พำนักอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญอะไรหรือมีกิจหน้าที่ใดที่จะต้องปฏิบัติบ้าง และกิจนั้นมีลักษณะเหมือนเมื่อครั้งที่บำเพ็ญอยู่ในโลกมนุษย์หรือไม่?
"หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" วัดท่าซุง ได้เคยตอบคำถามในเรื่องนี้ไว้เมื่อมีคนไปถามท่าน ดังหลักฐานที่บันทึกไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งว่า ...
ผู้ถาม :
พระโพธิสัตว์ที่อยู่ชั้นดุสิตเมื่อยังไม่ตรัสรู้... อยากเรียนถามหลวงพ่อว่า ท่านมีหน้าที่การงานอย่างไรบ้างหรือเปล่าครับ?
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ :
ฉันยังไม่เคยอยู่ชั้นนี้เลย ... ความจริงพระโพธิสัตว์นี่หาเวลาว่างยาก บนสวรรค์ ๖ ชั้น พระโพธิสัตว์ก็เหมือนกับพระ...ก็มีหน้าที่สงเคราะห์พวกพรหมและเทวดาด้วยการเทศน์ อย่างพระอินทร์ เวลาถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ หรือวันโกนสิ้นเดือน เทวดาต้องไปประชุมกันที่เทวสภา แล้วตามปกติพระอินทร์ท่านจะไปเชิญพระโพธิสัตว์มาเทศน์ บางคราวก็หาพระโพธิสัตว์ว่างไม่ได้ พระอินทร์ต้องเทศน์เอง พระโพธิสัตว์ท่านไม่มีเวลาว่าง ถ้าไม่ได้ไปไหนก็ไม่ว่าง
ผู้ถาม :
ทำอะไรครับ...หลวงพ่อ?
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ :
ต้องนั่งสิ!
ผู้ถาม :
แล้วไม่ได้หลับไม่ได้นอนหรือครับ?
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ :
เอ... นอนหรือเปล่า... ไม่เคยเห็นนอนสักที
ผู้ถาม :
ลืมตาแจ๋ว...เป็นเหน็บชาแย่
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ :
เทวดาไม่มีประสาทปวดนะ แล้วก็ประการที่สอง สวรรค์ก็ดี พรหมก็ดี นิพพานก็ดี ไม่มีกลางคืน ไม่มีกลางวัน และไม่มีพระอาทิตย์ ในแดนนรกก็ไม่มีกลางวันและกลางคืน ไม่มีพระอาทิตย์เหมือนกัน ฉะนั้นก็ไม่มีคำว่าหยุด ไม่มีคำว่าพัก เพราะไม่มีคำว่าเหนื่อย สภาวะของท่านไม่เหนื่อยเลย หนักก็ดี กลุ้มก็ดี ไม่มีสำหรับเทวดา
ผู้ถาม :
อย่างนั้นเขาก็มีความสบายอย่างเดียวสิครับ?
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ :
นั่นเขารับส่วนสบายฝ่ายเดียว คำว่าเหนื่อยหรือเพลียไม่มีสำหรับที่นั้น เพราะท่านมีสภาวะเป็นทิพย์ ไม่มีสภาพหนัก มนุษย์นี่มีธาตุดินจึงทำให้หนัก ของท่านไม่มีทั้งสี่ธาตุ
ผู้ถาม :
แล้วถ้าธาตุไม่มีนี่จะพูดจากันรู้เรื่องหรือครับ?
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ :
ก็พูดกันอย่างประสาไม่มีธาตุ เป็นนามธรรมที่เรียกว่า "รูปในนาม" ไม่มีของหนักอย่างเรา ก็มีสภาพคล้ายอากาศ เบา ๆ ทุกอย่าง ... ฉันตอบได้เพราะว่าฉันเคยตายมาหลายอสงไขยกัป
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
ที่มา : "หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม" ฉบับพิเศษ เล่ม ๗ โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ (อ้างในเว็บไซต์ "พลังจิต")
