"ธรรมะจากพระโอษฐ์" ในหลวงร.๙ทรงสอน การควบคุมให้ "จิตผ่องใส ทำอะไรก็ดี"

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

จิตเป็นนามธรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้     

  ... คนเราทุกคนมีที่เรียกว่า “จิต”  บางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก จิตคืออะไร  ก็คือไม่เห็น  คือเขาบอกว่า เขาเรียกว่า          “จิตใจ”  บางคนก็นึกว่าอยู่ที่หัวใจบ้าง  หรือคนสมัยใหม่ก็อาจจะบอกอยู่ที่สมอง เป็นจิต เป็นตัวเรา ที่อยู่ที่ไหนก็ตาม

         จิตนี้เราจะมองเห็นได้ ถ้าเราทำจิตใจนี้ให้ผ่องใส  เมื่อทำจิตใจให้ผ่องใสก็เห็น เห็นจิต  ตามธรรมดานั้นพูดถึงว่า จิตนี่ก็เป็นสิ่งที่จะดูยาก  ที่จิตดูยากเพราะว่า จิตที่อยู่นิ่งๆ ก็จะไม่เห็น

         อย่างเราดูอากาศหรือดูน้ำมันไม่ค่อยเห็น  อย่างในห้องนี้ เราดูอากาศเห็นหรือเปล่า  ก็ไม่เห็น  แต่ว่าถ้าเราดูไปทางหน้าต่างเห็นสีฟ้า มันก็เป็นลักษณะอากาศ  อากาศมีสีฟ้าก็เห็น แต่เห็นยาก  จิตนี้ก็เหมือนกัน เห็นยาก

         แต่ถ้าดูฟ้าหรือดูข้างนอก เราเห็นเมฆ  เมฆมันลอยไป  เมฆมันลอยไปทำไม  ก็เพราะว่าอากาศมันเคลื่อน  แต่เราเห็นเมฆนั้น  มันเป็นเมฆ  ไม่ใช่ลม ไม่ใช่อากาศ

         จิตเหมือนกัน  ถ้าเราอยู่เฉยๆ มันไม่เห็น  แต่ถ้าสมมติว่า เรามองเห็น ดูอะไรเราชอบใจ จะเห็นว่าจิตผ่องใส  อันนี้เป็นวิธีที่จะดูจิต  อันนี้เป็นวิธีที่จะทำให้สามารถรู้จักจิต ...

 

(พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสที่พระครูใบฎีกาเล็ก ญานุตตโร และคณะ เฝ้าถวายต้นเทียนพรรษาและเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย  ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐.)

"ธรรมะจากพระโอษฐ์" ในหลวงร.๙ทรงสอน การควบคุมให้ "จิตผ่องใส ทำอะไรก็ดี"

จิตเป็นสิ่งที่มนุษย์ควบคุมได้

 

         ... จิตใจที่อิ่มใจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะทำอย่างไรให้จิตใจอิ่มใจ ก็ต้องทำอย่างที่ว่า ต้องพยายามที่จะมองดูให้เห็นจิตของตน ถ้ามองอะไรด้วยตา เห็นอะไรก็เอามา จิตเรารู้เท่านั้นเอง เราจะเห็นจิต เห็นอะไรที่น่าพอใจ แล้วก็เห็นว่าจิตนี้ฟู ฟูขึ้นมา ดีใจขึ้นมา จะเห็นจิตว่าดีใจ

         จิตนั้นนะคล้ายๆ เต้นได้  ถ้ามีอะไรเข้ามาไม่พอใจ จิตนั้นก็จะเต้นได้เหมือนกัน เต้นเร่าๆ  รู้สึก  แล้วบางทีเมื่อจิตเราเจออะไรที่น่าดีใจ บางทีก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ หรืออย่างน้อยก็มีการยิ้มหรือหัวร่อ  ถ้าหากว่าเจออะไรที่ไม่พอใจ หน้าจะบึ้ง แล้วก็จะแสดงออกมาเป็นคำว่าเขาหรืออะไรทันที

         ทำไมเป็นอย่างนั้น  ก็เพราะว่า สิ่งที่เข้ามากระทบจิตของเรา จิตของเรานั้นต้องมีปฏิกิริยา และจะเห็นได้ถ้าหากว่าเราตั้งใจจริง  แต่ถ้าเราไม่ตั้งใจจริงก็จะไม่เห็น  เมื่อไม่เห็นแล้วก็ผ่านไป ผ่านไปโดยที่ไร้ประโยชน์

         แต่ถ้าเราเห็นว่าจิตเรามีอาการอย่างไร ก็จะทราบ จะควบคุมได้  เมื่อควบคุมได้แล้ว จะทำอะไรสักอย่างจะมีผลที่สำเร็จดีแน่มากขึ้น มากกว่าเดิม  เพราะว่าจะไม่ประสบอันตราย จะมีความปลอดภัยมากกว่า  เราเรียกว่าไม่ประมาท  ถ้าประมาท มันก็อาจจะเกิดอันตราย

         เช่น  อย่างที่ว่าขึ้นมานี้  ถ้าเราไม่มีจิตตรง ไม่ระมัดระวัง เราก็เดินชนฝา  นี่ก็แปลก  เคยเดิน เดินไปไม่มีสติ เดินไปชนประตูชนฝา ก็เจ็บ แล้วก็เสียหาย  แต่ถ้าเดินถูกที่แล้วก็ไม่เจ็บ ก็ได้ผลตามจุดประสงค์ของเราที่จะเดินไปที่ที่เหมาะสมที่เราต้องการเดิน ก็ถึงจุดประสงค์

อันนี้เป็นในขั้นปฏิบัติธรรมดา  ในขั้นปฏิบัติสูงในด้านปฏิบัติที่เรียกว่า “ปฏิบัติธรรมะ” ก็จะบรรลุผลที่ดี จิตใจจะมีความสุขที่ยั่งยืน

(พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสที่พระครูใบฎีกาเล็ก ญานุตตโร และคณะ เฝ้าถวายต้นเทียนพรรษาและเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย  ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐.)

ณัฐวุฒิ แจ๊ดสูงเนิน เรียบเรียง

จากหนังสือ ธรรมะจากพระโอษฐ์

"ธรรมะจากพระโอษฐ์" ในหลวงร.๙ทรงสอน การควบคุมให้ "จิตผ่องใส ทำอะไรก็ดี"

สนใจสั่งซื้อติดต่อ Line ID : @gppbook