- 31 ต.ค. 2559
รู้จริง...รู้แจ้ง...ทุกเรื่องราวแห่งพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
พระพุทธศาสนาสอนในสิ่งที่อธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะชาวพุทธแขวงห้วยขวาง เขตพญาไท ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
วันจันทร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
--------------------------------------------------------------------
"คนอาจเห็นว่า ศาสนาอย่างที่เรานับถือเป็นวิธีที่ครึ ดูจะไม่เกิดประโยชน์ในทางวัตถุใดๆ มีแต่ไปนั่งสวดมนต์หรือไปฟังเทศน์ แต่ความจริง การน้อมรำลึกถึงสิ่งที่ดีงามเป็นนิจนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังมาก เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากจริงๆ
พวกท่านทุกคนก็คงพิจารณาโดยถ่องแท้แล้วว่า คิดถึงของดี คิดถึงสิ่งที่ดีที่งาม คิดถึงความจริงนั้น มีประโยชน์หลายอย่าง ประโยชน์อันแรกก็คือทำให้จิตใจผ่องใส เราก็สบายใจ เกิดความสบายตั้งแต่แรก ต่อไป เมื่อเรายึดถือจริงๆ จังๆ เราก็ต้องใช้ความมีสมาธิ และต้องใช้ความตั้งใจ ใช้ความตั้งใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่าทำให้เราเสริมสร้างปัญญาของเราหรือกำลังของเราที่จะคิดขึ้นมาได้ เราก็คิด แล้วเพ่งถึงความจริง ความดี ความงาม อะไรเป็นอะไร
เมื่อไปถึงเหตุก็ได้ประโยชน์อีกต่อไป คือระลึกถึงว่า เราทำอะไรอย่างหนึ่งแล้วก็ต้องเกิดผลอะไรอย่างหนึ่ง ถ้าเราทำอะไรดี ผลนั้นย่อมไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการได้ ถ้าเราทำไม่ดี เรารู้ว่าไม่ดี ผลจะออกมาดีได้ยังไง ไม่ได้ แต่โดยมาก ใครบอกว่าทำดีแล้วก็จะได้ดี
เราดูตามสูตรของทางวิทยาศาสตร์ เขาก็อาจไม่แสดงเอาไว้ แต่ถ้ามาดูทางวิทยาศาสตร์แล้ว เราจะเห็นได้ชัดว่า ถ้าทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ใดๆ เขามีการเริ่มต้นด้วยการจัดสิ่งของให้พร้อม เสร็จแล้วก็ดำเนินการทางทฤษฎี ก็ต้องสร้างหลักประกอบ
อย่างเช่น มีสิ่งของอย่างหนึ่ง วัตถุอย่างหนึ่ง เป็นน้ำหนัก แล้วก็อยู่บนมือ เราพลิกมือ เราทราบได้แน่ว่าสิ่งนั้นนะจะไม่ติดอยู่กับมือ แต่จะต้องตกลงพื้น เรารู้ดี เพราะว่าเราเคยชินไป เราไม่ได้พิจารณา ทำไมเป็นอย่างนั้น
แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องบอกว่ามีความดึงดูด จึงทำให้เป็นอย่างนั้น ความดึงดูดแรงกว่าการที่สิ่งของนั้นวางอยู่บนมือ แต่มือนั้นคว่ำไปเสียแล้ว
ก็เห็นได้ว่า เราโยงเหตุที่เราคว่ำมือนั้น ทำให้เกิดผล ทำให้สิ่งของนั้นตกลงไปบนพื้น ถ้าตกลงไปบนพื้นแล้ว เราไม่ระวัง เรายืนอยู่ ตกลงไปบนพื้น น้ำหนักมาก ไปโดนเท้าเราเข้า มันก็มีผลอีกเหมือนกัน มีผลว่า ถ้าน้ำหนักมากก็อาจทำให้เกิดเจ็บปวดที่เท้าที่โดนน้ำหนักนั้นจนถึงขนาดอาจกระดูกหักขึ้นได้ หรืออย่างน้อยเป็นแผลก็ได้
เมื่อเป็นแผลแล้วก็จะเกิดผลอะไรขึ้นอีกต่อไป เป็นการที่น้ำหนักตกลงไปบนเท้า เป็นเหตุให้เราร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก็ได้ หรือถ้าเรารู้ตัวดีแล้วไม่ร้อง พยายามระงับ ใช้ความอดทน ไม่ร้องออกมา แต่อย่างน้อยก็จะมีความเสียหายขึ้น ซึ่งจะทำให้เราเดินกระเผลกก็ได้ ไม่เรียบร้อยก็ได้ ใส่รองเท้าก็ไม่สะดวก เพราะว่าเท้าจะบวมขึ้นมา ก็เป็นเหตุให้ใส่รองเท้าไม่ได้ หรือเป็นเหตุให้ต้องพันผ้า หรือให้แพทย์มารักษา รักษาก็ต้องใช้หยูกยาซึ่งมีราคา เราก็ต้องเสียเงิน ก็เพ่งไปตลอดถึงเหตุและผลซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา
ถ้าเราดูตามเส้นทางของเหตุและผลแล้ว เราก็จะทราบได้ว่า เมื่อทำเหตุอะไรอย่างหนึ่งก็เกิดผลอย่างนั้นด้วยแน่นอน ไม่มีปัญหา
นี่เป็นเรื่องของพุทธศาสนา เป็นเช่นนั้น คือให้เพ่งถึงเหตุและผลด้วยความตั้งใจ ด้วยความเพียร ด้วยความที่มีจิตใจที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และด้วยความเพียรพยายามที่ไม่ท้อใจ ไม่เลิกคิด จนกว่าจะไปถึงผลที่เราต้องประสงค์ อันนี้ก็ต้องมีความเพียรหรือวิริยะ ...
... ฉะนั้น ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า การทำการเข้าหาพระศาสนานี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแน่นอน ไม่ใช่สิ่งที่ครึๆ หรือสิ่งที่เสียเวลา ถ้าทำอย่างถูกต้อง
ที่เขาว่าครึเพราะเหตุว่าทำไม่ถูก อย่างเช่น พวกที่ไปวัด อย่างที่เขาล้อกัน ไปฟังเทศน์แล้วก็หลับ พระเริ่มนั่งลงก็พนมมือ ศีลยังไม่ทันจบก็หลับแล้ว สะดุ้งขึ้นมาก็เวลาเอวังก็มี ก็ยกมือไหว้ท่วมหัวขึ้นไปแล้วร้องสาธุ นี่ได้เพียงขั้นแรก หมายความว่าเข้าหาความสงบ ก็สงบจริงๆ ก็หลับ อันนี้ก็หมายความว่าเป็นประโยชน์นิดหน่อยแล้ว คือได้หลับได้ มีความสงบ แต่ไม่ลึกซึ้ง
คนที่เล่าเรียนมาได้ปริญญา ได้เกิดความรู้ หรือแม้ไม่ถึงปริญญา ได้ประกาศนียบัตร หรือได้เรียนรู้ว่าขั้นหนึ่งๆ เขาก็บอกไอ้นี่ครึ นี่ครึ ไม่ไหว ไม่รู้เรื่อง ไปเข้าวัดก็หลับ แต่หารู้ไม่ ก็ได้ขั้นหนึ่งแล้ว ผู้นั้นไม่ได้เบียดเบียนผู้อื่น ผู้นั้นได้ความสงบส่วนหนึ่งแล้วตามอัตภาพของเขา
แต่ถ้าเราอยากที่จะได้ประโยชน์ยิ่งขึ้นไปก็ทำอย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้ ก็ค่อยๆ ยกขึ้นไป ยกตัวขึ้นมาถึงขั้นที่จะใช้เหตุและผลซึ่งถูกต้องตามวิทยาศาสตร์ให้ดี ด้วยความเพียรและด้วยความแข็งกล้า จะเป็นประโยชน์มากสำหรับบ้านเมืองและเป็นประโยชน์สำหรับตนเอง"
-----------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : หนังสือ "ธรรมะจากพระโอษฐ์", ณัฐวุฒิ แจ๊ดสูงเนิน
อ่าน "ที่สุดแห่งธรรมะ" ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ตรัสด้วยพระองค์เองทั้งหมดได้ในหนังสือ "ธรรมะจากพระโอษฐ์" โดย ณัฐวุฒิ แจ๊ดสูงเนิน
สนใจหนังสือสั่งซื้อได้ที่ Line ID: @gppbook
โทรศัพท์. 0 2525 4242 ต่อ 201-203
