พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประทับอยู่ใน"พระราชวัง" น้อยกว่า"การเสด็จฯ" ไปปัดเป่าทุกข์ร้อนให้พสกนิกรในถิ่นทุรกันดาร

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

   การที่เราจะพิจารณาผลงานของพระประมุขของชาติของเรานี้ ผู้ที่มีใจเป็นธรรมทั้งหลายจะมองเห็นทั้งๆ ที่เราอยู่ไกลพระองค์ จะมองเห็นว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของเรานี้มิได้ทรงเห็นแก่ความสุขส่วนพระองค์เลย  ทรงเห็นแต่ความสุข ความผาสุกของประชาชน  ทรงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประชาชน  ทุกข์ของประชาชนก็คือทุกข์ของท่าน

            อันนี้ปรากฏชัดแจ้งมาเป็นหลายลำดับการณ์แล้ว  ประจักษ์พยานก็จะเห็นได้ว่า  ปีหนึ่งๆ พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงประทับอยู่ในนครหลวงเป็นเวลาไม่กี่เดือนเลย  ทรงออกบ้านนอกทั้งสิ้น  ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และอาจจะจ่อไปทิศอื่นๆ อีกทุกปี มาไม่มีขาด

           การออกไปไม่ใช่ไปตากอากาศ ไม่ใช่ไปสบาย  พวกที่ติดตามท่าน เจ้าหน้าที่ที่ติดตามในที่นี้ก็มี  ท่านผู้ที่ร่วมงานใกล้ชิดท่านจะเป็นพยานได้ว่า  พระเจ้าอยู่หัวไปบ้านนอก ไม่ได้ทรงพักผ่อนแต่อย่างใดเลย  ทรงออกทุกวัน ออกพบประชาชน แก้ปัญหา คิดตั้งโครงการ แก้ปัญหาโครงการ ติดตามผลงานของโครงการ โดยมีรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐบาล ร่วมไปด้วย  ไม่ได้ทรงพักสบายเหมือนกับที่เราไปพักตากอากาศหัวหิน พัทยา เปล่าเลย  เวลาส่วนมากทรงออกไปพบประชาชนในท้องถิ่นทุกภาคของราชอาณาจักร ทรงถามถึงความเป็นอยู่ของเขาว่า มีปัญหาประการใดหรือไม่ มีทุกข์ประการใดหรือไม่ มีความยากแค้นประการใดหรือไม่ แล้วก็ทรงให้รีบแก้ปัญหา บำบัดปัดเป่า จะในเวลานั้นหรือในเวลาต่อมาก็ตามที  ทรงพระอุตสาหะวิริยะศึกษาปัญหาของท้องถิ่นทั้งของแผ่นดิน สภาวะของดินฟ้าอากาศและของพื้นดิน และผู้คนในท้องถิ่น อาชีพ การทำมาหากิน การคมนาคม ทุกอย่างรอบด้าน

               อย่างในเวลานี้เป็นปรากฏว่า  พระองค์ท่านทรงอ่านแผนที่ทางเทคนิค  ไม่ใช่แผนที่ที่เราอ่านในโรงเรียน  แผนที่ทางเทคนิคเรียกว่า “Contour Map”  ความสูงต่ำของแผ่นดิน แล้วก็ทางน้ำ ทางภูเขา ทรงอ่านได้เร็ว และบางทีก็เหนือกว่าเจ้าหน้าที่ของเราเสียอีก  คือทรงศึกษาวิริยะอุตสาหะมาก  และทรงสนพระราชหฤทัยอย่างยิ่งในเรื่องเกษตรกรรม เพราะทรงทราบดีเหมือนอย่างเราทราบกันทุกคนว่า ไทยยังคงเป็นประเทศเกษตรกรรม แม้จะมีอุตสาหกรรมก็เป็นสิ่งส่งเสริมเกื้อกูลเกษตรกรรม  และทรงเป็นห่วงเป็นทุกข์เรื่องน้ำ  การขาดแคลนน้ำอย่างที่นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชลประทานไม่สามารถจะแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมในตำบลหนึ่งได้  ได้ทรงไปศึกษาอยู่ปีเศษถึงสภาวะของดินฟ้าอากาศและภูมิแผ่นดิน  ในที่สุดก็พระราชทานพระราชดำริว่า เขาเห็นชอบไหม ถ้าจะแก้อย่างนี้  เขาก็ศึกษาเห็นชอบพร้อมกัน  บัดนี้สภาวะน้ำท่วมไม่มีแล้ว หายไปแล้ว  อย่างนี้เป็นที่ประจักษ์

            รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัฐบาลได้เห็นความตั้งพระทัยของพระองค์ท่านจึงร่วมงานกับพระองค์ท่านอย่างสุดฝีมือ คือส่งคนออกติดตามรับพระราชดำริ ลงมือกระทำการศึกษาวิจัย  และเพื่อใคร ก็เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามทั้งสิ้น  ไม่ใช่เพื่อชนหนึ่งชนใดหรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่เป็นทั่วไปทั้งสิ้น

 

 

จินต์จุฑา สำนักข่าวทีนิวส์ เรียบเรียง
จากหนังสือ "สองธรรมราชา" โดย คุณอัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์

พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประทับอยู่ใน"พระราชวัง" น้อยกว่า"การเสด็จฯ" ไปปัดเป่าทุกข์ร้อนให้พสกนิกรในถิ่นทุรกันดาร

หนังสือสองธรรมราชา

 “สองธรรมราชา” หนังสือเล่มเดียวที่เจาะลึกถึงพระราชประวัติในทางธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่ทรงเป็น “ธรรมราชา” แห่งราชอาณาจักร ขนานไปกับฐานะที่ทรงเป็น “ศิษย์” แห่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยจำแนกเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน หลักๆ ส่วนแรก - สมเด็จพระญาณสังวรฯ ผู้เป็นสังฆราชาในทางธรรม ตรัสถึงพระธรรมจริยาวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นมหาราชาแห่งแผ่นดิน  ส่วนที่สอง - ปาฐกถาประวัติศาสตร์ของศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตประธานองคมนตรี ที่กล่าวถึงทศพิธราชธรรมที่สถิตอยู่ในพระราชหฤทัยของในหลวง และส่วนสุดท้าย - พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร อดีตนายตำรวจประจำราชสำนัก เล่าถึงการปฏิบัติธรรมและสมาธิในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                เรียบเรียงโดยคุณอัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ นักเขียนชื่อดัง นอกจากหนังสือ”สองธรรมราชา” ที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว คุณอัครวัฒน์ยังมีผลงานเขียน ทางด้านธรรมะอื่นๆอีกมาก เช่น "ธรรมะพระเจ้าอยู่หัว" "ธรรมะสมเด็จพระญาณสังวร" และ "ธรรมะสมเด็จย่า" ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้พระราชทานตอบคำถามเกี่ยวกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนาด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์แก่คุณอัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์เอง

สนใจสั่งซื้อ ติดต่อ Line ID : @gppbook