ธรรมะที่ได้รับพระราชทานจากพระโอษฐ์ของในหลวงรัชกาลที่๙ ที่พระราชทานแก่ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th

ธรรมะที่ได้รับพระราชทานจากพระโอษฐ์ของในหลวงรัชกาลที่๙ ที่พระราชทานแก่ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

ธรรมะที่ได้รับพระราชทานจากพระโอษฐ์ของในหลวงรัชกาลที่๙ ที่พระราชทานแก่ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชรได้กล่าวไว้ในหนังสือ .สองธรรมราชา”ความตอนหนึ่งว่า

ถ้าจะถามว่าธรรมะบทไหนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปฏิบัติแล้วผมประทับใจที่สุดคงจะตอบยาก  แต่มีบางบทที่ประทับใจ และผมถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติเรื่อยมาจนทุกวันนี้  อันนี้ต้องเรียกว่าได้มาจากพระโอษฐ์ ได้เคยกราบบังคมทูลถามพระเจ้าอยู่หัวว่า พระราชกรณียกิจที่ทรงมีนั้นมากมายเหลือเกิน แล้วก็ทรงปฏิบัติได้ตลอด และเหมือนไม่ทรงเหนื่อยและทรงเบื่อด้วย ที่ผมเคยกราบบังคมทูลถาม  ท่านรับสั่งตอบว่า ท่านทรงใช้อิทธิบาทในการประกอบพระราชกรณียกิจอันน้อยใหญ่  ผมก็ต้องกลับมาถามว่า “อิทธิบาท” ที่รับสั่งถึงนั้นคืออะไร เพราะว่าถึงจะเคยเรียน เคยได้ยินมา แต่ก็หลงลืมไปเสียแล้ว  จึงได้มาพบและเข้าใจด้วยว่า ได้ทรงปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องสำเร็จได้ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมหาศาลอย่างที่ทุกคนได้เห็นทุกวันนี้ เพราะทรงยึดอิทธิบาทนั่นเอง

ธรรมะที่ได้รับพระราชทานจากพระโอษฐ์ของในหลวงรัชกาลที่๙ ที่พระราชทานแก่ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

ธรรมะที่ได้รับพระราชทานจากพระโอษฐ์ของในหลวงรัชกาลที่๙ ที่พระราชทานแก่ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

อิทธิบาทมี ๔ ประเภท คือ

๑. ฉันทะ หมายความว่า ทรงมีความพอพระทัยในสิ่งที่ทรงปฏิบัติ ทรงรักงาน ไม่ใช่เกลียดงาน  คนไหนถ้าเกลียดงาน ทำงานไม่สำเร็จ

๒. วิริยะ คือ ความพากเพียร ความไม่ละวาง ทำอะไรแล้วไม่ทิ้ง และก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

๓. จิตตะ คือ การเอาใจใส่จดจ่อกับสิ่งที่ทรงปฏิบัติกระทำได้ เพราะเหตุว่าทรงฝึกสมาธิ  การฝึกสมาธิทำให้เราสามารถที่จะเอาใจไปจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนั้นได้ โดยไม่วอกแวก ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ทำเรื่องนี้แล้วไปนึกถึงเรื่องอื่น  เพราะทรงใช้จิตตะ พระราชกรณียกิจต่างๆ จึงสำเร็จเรียบร้อย  และผมจึงได้เข้าใจทีหลังว่า  บางทีเห็นทรงงานดึกๆ ดื่นๆ  บางทีใครเข้าไปเฝ้า อย่างเจ้าหน้าที่เข้าไปเฝ้าเรื่องโครงการในพระราชดำริ เข้าไปตอนบ่าย ออกมาในตอนเกือบสว่างก็มี ถกกันเรื่องงานก็ไม่จบ  พระเจ้าอยู่หัวท่านไม่ทรงเหนื่อย

๔. วิมังสา คือ การไตร่ตรองทบทวนสิ่งที่ทำไปแล้ว อย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Follow Up” คือไม่ทรงทิ้ง  เพราะฉะนั้น  งานทุกชิ้นที่ทรงทำไปแล้ว พระเจ้าอยู่หัวจะต้องหยิบกลับมาเพื่อที่จะมาทรงพิจารณาว่า มันมีอะไรบกพร่องต้องแก้ไขในคราวต่อไปหรือเปล่า  นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะเห็นว่า  เมื่อเสด็จฯ ไปที่ไหนก็ตามที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงจำคนในพื้นที่และงานที่เขาทำเอาไว้ก่อนหน้านั้น  พอเสด็จฯ ไปถึงก็สามารถจะรับสั่งได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาทบทวนกันใหม่  ทรงเก็บข้อมูลเป็นการส่วนพระองค์เอาไว้  ทรงใช้คอมพิวเตอร์มานานแล้ว

นี่เป็นธรรมะบทหนึ่งที่ผมจำได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้  และเมื่อกลับมารับราชการในหน้าที่ ผมก็นึกถึงธรรมะบทเดียวกันนี้ตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ธรรมะที่ได้รับพระราชทานจากพระโอษฐ์ของในหลวงรัชกาลที่๙ ที่พระราชทานแก่ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

ข่าวโดย : กิตติทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์

ธรรมะที่ได้รับพระราชทานจากพระโอษฐ์ของในหลวงรัชกาลที่๙ ที่พระราชทานแก่ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

ที่มา : หนังสือ "สองธรรมราชา", อัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์

ติดตามเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับสมเด็จพระญาณสังวรฯ อีกมากมายได้ในหนังสือ "สองธรรมราชา" โดย "อัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์"

สนใจหนังสือสั่งซื้อได้ที่ Line ID: @gppbook

โทรศัพท์. 0 2525 4242 ต่อ 201-202