- 17 ธ.ค. 2559
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมาย ได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th
“หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป” หรือ “พระอุดมญาณโมลี” เป็นพระเถระผู้ใหญ่สายพระป่าที่เด่นด้านกรรมฐานศิษย์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตฺตมหาเถระ แม่ทัพธรรมแห่งอีสานฝ่ายวิปัสสนาธุระ, เป็นพระผู้มากด้วยเมตตาที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา และเป็นแบบอย่างอันงดงามของพระภิกษุสงฆ์ ด้วยยึดหลักธรรมแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง มีพลังเกื้อหนุนจากธรรมะของครูบาอาจารย์ที่คอยสนับสนุนตลอดมา ปฏิปทาอันงดงามของหลวงปู่จึงเป็นครูของชีวิตที่คณะศิษยานุศิษย์ภาคภูมิใจยิ่งองค์หนึ่งในแดนอีสาน
ซึ่งหลวงปู่จันทร์ศรี ได้เทศน์คำสอนไว้หลายๆเรื่อง ทางเราจึงขอยกมาให้ท่านได้อ่านอยู่เรื่องหนึ่งจากหนังสือ “จันทร์ศรีผ่องเพ็ญ อนุสรณ์ ๑๐๐ ปี หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป” ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย และเข้ากับเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนต่างสับสนในการดำเนินชีวิต ข้อธรรมนี้น่าจะช่วยท่านให้ได้หลักยึดสำหรับชีวิตไปไม่มากก็น้อย ...ดังนี้
ในการที่เราปฏิบัติขัดเกลาจิตใจของเรานั้น ถือว่าเป็นบุญเป็นกุศล อันจะนำจิตใจของตนให้พ้นจากกองทุกข์ เราทุกข์มาตั้งหลายชาติหลายภพซึ่งนับไม่ถ้วน มาชาตินี้ เราเกิดมาดี ได้มาพบพระพุทธศาสนา คือ คำสอนของพระองค์ ให้ละชั่ว ประพฤติดี มีจิตใจผ่องใส เมื่อทำได้อย่างนี้ ชื่อว่าเป็น ศาสนทายาท เป็นญาติแห่งพระพุทธศาสนา เป็นญาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราทุกคนเมื่อมุ่งอย่างนี้ ก็เรียกว่า เป็นผู้เข้ามาดี เข้ามาใกล้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ฝังไว้ในใจ ใครจะมาติฉิน นินทา ว่าร้ายอย่างไร ใจของเรามันก็ไม่ยึดไม่ถือ เรียกว่า ใจวางได้ หรือว่างได้จากสิ่งเหล่านั้น ในขณะใดที่ใจเราว่างจากอารมณ์ทั้งหลาย นั่นแหละเรียกว่า เป็นผลแห่งการปฏิบัติธรรม คือตัวของเรานี่เองเป็นตัวทำ
ครูบาอาจารย์ท่านก็ปฏิบัติอย่างเรานี้เอง มิใช่ว่าท่านบวชมาแล้ว ท่านจะได้สำเร็จโสดา สกิทา อนาคานั้น เป็นไปไม่ได้ ต้องตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ แล้วก็ตั้งใจสมาธิ ให้จิตแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียว ไม่เกี่ยวข้องด้วยอารมณ์ภายนอก เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว ตัวปัญญาก็เกิดขึ้นที่ใจของเรานั่นเอง สามารถที่จะพิจารณาอะไรได้อย่างรอบคอบ
จินต์จุฑา สำนักข่าวทีนิวส์ รายงาน
