- 22 ธ.ค. 2559
ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th/
นับเป็นบุญของเราชาวไทย ที่ประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ และนับเป็นความสูญเสียทางด้านจิตใจ อย่างประเมินค่ามิได้ ในกรณีสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ มหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ทางทีมข่าวจึงได้นำภาพและเรื่องราว ในมุมที่หลายคนยังไม่เคยได้เห็นกัน กลับมาย้อนความทรงจำอีกครั้ง เพื่อให้เห็นว่าเรามีพระมหากษัตริย์ ที่ทรงรักพสกนิกรมากเพียงใด ...
ทรงใกล้ชิดประชาชนของพระองค์ ... มากที่สุด เท่าที่พระองค์ทรงกระทำได้
ทรงวางพระองค์อย่างสามัญกันเองเสมอ กับเด็กและคนแก่
ทรงน่ารักตราตรึงในใจของชาวไทย อย่างมิรู้ลืม...
"พระราชาผู้ไม่เคยถือตน" ...
ด.ช. ปีติ กรรณสูต อายุ ๔ ขวบ เห็นวิทยุสื่อสารที่อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นภาษาเด็ก จึงได้เข้าไปซักถาม ในหลวงทรงมีพระเมตตาและพระราชทานคำอธิบายโดยมิได้ถือพระองค์เลย.... แล้วอย่างนี้จะไม่ให้คนไทยรักพระองค์หมดหัวใจได้เช่นไร
ขอบคุณ : หนังสือในหลวงของฉัน
พระองค์ไม่เคยถือตัว คุยกับประชาชนแบบเป็นกันเองเสมอ
มีเรื่องเล่ากันหลายครั้ง จากสถานที่ต่างๆ (ในสมัยที่กล้องถ่ายรูปยังหาได้ยากสำหรับคนชนบท ในถิ่นทุรกันดาร)
พระองค์มักเข้าไปเยี่ยมเยือนถึงบ้านของราษฎร
หลายครั้งราษฎรก็นึกว่าเป็นเพียงทหารธรรมดา บ้างก็นึกว่าเป็นคนของหลวง
ชาวบ้านผู้ถูกเยี่ยมก็จะนำเอาสุรา ข้าวปลาอาหารมาต้อนรับ
และหลายๆ ครั้งก็ทรงขับรถด้วยพระองค์เอง แวะจอดถามหาแหล่งน้ำ และทุกข์สุขราษฎร โดยไม่ได้บอกสถานะว่าพระองค์คือใคร
กว่าจะทราบความจริง บ้างก็ตื้นตันจนน้ำตาไหล บ้างก็ถึงกับเป็นลมล้มพับไปเลยทีเดียว
ดังเรื่องราวที่วัดสะแก ที่ศิษย์หลวงปู่ดู่ได้ถ่ายทอดไว้ ในเรื่องพ่อลูกปริศนามาเยี่ยมวัด
ค่ำของวันหนึ่งเป็นที่เลื่องลือกันมานานปากต่อปากรุ่นต่อรุ่นนานมาแล้วสมัยหลวงพ่อดู่ยังไม่ย่างเข้าวัยชรามากนัก มีรถคันหนึ่งขับเข้ามาในวัดสะแกและมีคน 2 คนลงจากรถมุ่งไปยังกุฎิหลวงปู่ ภายหลังเป็นที่ทราบมาว่าเป็นพ่อกับลูกสาวมากราบนมัสการหลวงปู่ โดยมากันเองพร้อมคนขับรถและผู้พ่อใส่แว่นดำ พอมาถึงหลวงปู่ก็ได้จัดแจงรออยู่แล้วเสมือนรู้ทั้งๆที่ไม่ได้มีการนัดหมายก่อนมา
พ่อลูกคู่นั้นได้สนทนากับหลวงปู่ประมาณชั่วโมงจึงได้กราบลาหลวงปู่ หลวงปู่ได้ให้พร และยังแซวว่า "มาแบบเงียบๆนี้และดีเพราะเดี๋ยวคนจะล้นวัด" ทั้งหลวงปู่กับพ่อลูกคู่นั้นได้หัวเราะอย่างรู้กัน
หลังคุณพ่อและลูกสาวออกมาจากกุฎิหลวงปู่คุณพ่อและลูกสาวก็ได้ให้คนขับรถขับมาเทียบหน้าวัดพอมาถึงคนลูกสาวก็ได้ลงมาซื้อข้าวแกงกับแม่ค้าแถวนั้นโดยผู้พ่อก็ลงมาสมทบด้วย และพูดคุยกับแม่ค้าอย่างไม่ถือตัวและเป็นกันเองระหว่างนั้นแม่ค้าผู้นั้นก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมพ่อลูกคู่นี้ช่างคุ้นหน้าเสียจริง จนทั้งคู่ได้กลับขึ้นรถและขับออกไปแม่ค้าจึงได้ถึงบางอ้อด้วยความตื้นตัน หลังจากนั้นมีผู้เห็นพ่อลูกคู่นั้นได้มาในลักษณะเดียวกันอีก 2-3 ครั้ง โดยมีบางครั้งผู้พ่อมาคนเดียวก็มี
(ภาพประกอบทั่วไปจากอินเทอร์เน็ต - ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ในเรื่อง)
พ่อลูกคู่นั้นจะเป็นใครอันนี้ก็แล้วแต่ผู้อ่านจะคิดพิจารณาถ้าคิดๆดูคงพิจารณาออกไม่ยาก หากรู้แล้วก็ขอให้ประทับความซึ้งใจนี้ไว้ในจิตเป็นบุญที่ได้รู้ก็พอ
แหมก็คนลูกสาว เมื่อวันเปิดพิพิธพันธ์หลวงปู่ดู่ที่วัดสะแกเมื่อปี 2535 ก็ยังมาร่วมงานอยู่เลย…
(พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ)
เรื่องเล่าจากกลุ่มศิษย์หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องเล่าของ “ม.จ.ภีศเดช รัชนี” (ประธานมูลนิธิโครงการหลวง) ได้ถ่ายทอดที่มาของรูปภาพแสนน่าประทับใจนี้ว่า ภาพนี้เป็นภาพของผู้ใหญ่ แสนคำลือ ซึ่งได้เชิญท่านเสด็จไป “แอ่วบ้าน” และท่านก็ทรงไปเยี่ยมบ้านผู้ใหญ่จริงๆ
“ต่อจากนั้น ผู้ใหญ่แสนคำลือ ได้เชิญท่านเสด็จไปแอ่วบ้าน พอไปถึงบ้าน เขาก็เอาที่นอนมาปูให้ท่านประทับ แล้วเอาเหล้าใส่ ถ้วยตะไลเล็กๆ มาให้ท่านเสวย แต่แก้วมันสกปรก มีสีดำๆ ผม(ม.จ.ภีศเดช)ก็ทูลท่านว่า ทำเหมือนเสวยแล้วส่งมาพระราชทาน ผม แต่ท่านก็เสวยเองหมดเลย ท่านบอกว่า เหล้ามันแรง ฆ่าเชื้อโรคหมดแล้ว”
“ภาพวันแห่งรอยยิ้ม ... ผู้ใหญ่แสนคำลือ โชว์ความแข็งแรง ของสูตรเหล้าป่าที่ทำเอง ด้วยการแบกในหลวง ร.9 ขึ้นเขา โดยมีสมเด็จฯ พระราชินี และชาวบ้านตามเชียร์ ด้วยความสนุกสนาน”
การวางพระองค์ ที่ในหลวง ร.9 ทรงพระราชทานคำแนะนำต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ
ข้อความตอนหนึ่ง ในหนังสือ “70 ปี รักแท้ของในหลวงและพระราชินี” ได้ยกบทสัมภาษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ตอนหนึ่ง ซึ่งตรัสถึงสิ่งที่ ในหลวง ร.9 พระราชทานแนะนำการวางพระองค์ ไว้ว่า
พระองค์ท่านก็ได้ปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่างทำให้ข้าพเจ้ารู้จักการทำตนใกล้ชิดกับราษฎร
เช่นเวลามีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรไม่โปรดทรงยืนทรงถือขนบธรรมเนียมไทยที่จะไม่ยืนค้ำผู้เฒ่าผู้แก่จะประทับลงรับสั่งกับราษฎรเสมอมาแม้จะเป็นตอนเที่ยงแดดร้อนเปรี้ยงก็ตาม...
...พระมหากษัตริย์และพระราชินีของประเทศไทยมีความใกล้ชิดกับประชาชนมาโดยตลอดจริงๆประชาชนมักจะมองพระมหากษัตริย์ดังพ่อของแผ่นดินนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่มีชีวิตส่วนตัวมากนักเพราะประชาชนได้พิจารณาเราในฐานะเป็นพ่อและแม่ของแผ่นดินดังนั้นเราจึงอุทิศเวลาทั้งหมดให้กับประชาชน...
หนังสือแนะนำ : ติดตามเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับพระราชินี สองชีวิต สองดวงใจ หนึ่งความรักเพื่อปวงประชาได้ในหนังสือ “๗๐ ปี รักแท้ของในหลวงและราชินี” เรียบเรียงโดย “สุวิสุทธิ์”
สนใจหนังสือสั่งซื้อได้ที่
Line ID: @gppbook
Facebook : Gppbook
โทรศัพท์. 0 2525 4242 ต่อ 201-202
เขียนข่าวโดย : ไญยิกา เมืองจำนงค์
