ดร.ณัชร สยามวาลา ชวนอ่าน!ข้อคิดจากชาวต่างชาติที่ชื่นชมในหลวงร.๙ ในหนังสือ “เรียนรู้จากพระเจ้าแผ่นดิน”

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th

ดร.ณัชร สยามวาลา ชวนอ่าน!ข้อคิดจากชาวต่างชาติที่ชื่นชมในหลวงร.๙ ในหนังสือ “เรียนรู้จากพระเจ้าแผ่นดิน”

ดร.ณัชร สยามวาลา เจ้าของหนังสือแปลชื่อดังอย่าง สมองแห่งพุทธะ (Buddha’s Brain)  ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านคอลัมน์ “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” เล่มที่ 383 วันนี้ จะมาคุยถึงหนังสือชื่อ “เรียนรู้จากพระเจ้าแผ่นดิน” โดย แมนเฟรด คราเมส เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา

 

=ภาพรวม=

 

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยชาวเยอรมันผู้สนใจศึกษาพระพุทธศาสนาและได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ศรีลังกา และประเทศไทย ในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เขาได้ศึกษาพระกรณียกิจตลอดจนพระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างละเอียดและรู้สึกชื่นชมซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

 

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อเรียกร้องให้ชาวไทยประพฤติปฏิบัติตนตามอย่างที่พระผู้ทรงเป็น “ครูของแผ่นดิน” ได้ทรงกระทำเป็นตัวอย่างด้วย

 

การได้รับฟังมุมมองจากชาวต่างชาติผู้ปรารถนาดีต่อชาวไทยและประเทศไทยนั้นเป็นประโยชน์มาก ถึงแม้ผู้เขียนจะเขียนซ้ำไปมาบ้างในบางประเด็น แต่ก็คุ้มค่าที่จะอ่านอย่างยิ่ง

 

=น่าสนใจจากเล่ม=

 

* “...การสรรเสริญและการแสดงความขอบคุณเป็นคนละเรื่องกัน ผมไม่ทราบว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจและรับรู้ข้อมูลจริง ๆ ในสิ่งที่พระองค์ทรงสื่อสารให้ผู้คนได้รับทราบมากน้อยเพียงใด และจะมีสักกี่คนที่สามารถรวบรวมปัญญา และแนวทางที่พระองค์ทรงพระราชทานให้เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตจริง ๆ...”

 

* ผมคิดว่าเป็นการไม่รับผิดชอบที่จะนั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตอย่างสบาย และให้คนคนเดียวทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลและแก้ปัญหาของชาติ ท่าทีเช่นนี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงความไม่เคารพต่อพระองค์

* ประเทศหลายแห่งในโลกจะดีใจที่มีพระมหากษัตริย์เช่นนี้ แต่คุณเองเป็นคนไทย มีพระองค์เป็นกษัตริย์ แต่ถ้าไม่ได้นำสิ่งที่เป็นประโยชน์จากพระองค์มาใช้ในชีวิตเลย ผมคิดว่าน่าละอาย

 

* อันดับแรก ชาวไทยควรจะต้องเข้าใจคุณค่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างถ่องแท้ และผสมผสานแนวทางแห่งพระพุทธศาสนาของพระองค์ลงไปในการดำเนินชีวิตประจำวันเสียก่อน สิ่งเหล่านี้ควรจะได้รับการบรรจุลงไปในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนทุกแห่ง

 

* ผมเคยเขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงเจ้าหน้าที่ประจำคณะรัฐมนตรีศึกษาธิการของประเทศไทย รวมถึงขอเข้าพบเพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหา แต่พวกเขาไม่มีแม้แต่จะตอบกลับมาว่าได้รับจดหมายแล้ว นี่คือผลลัพธ์ของค่านิยมตะวันตกและกระแสแห่งการบริโภคนิยม ซึ่งถูกกระตุ้นโดยนักการเมืองไทย(สมัยหนึ่ง)

 

* เรื่องที่น่าสลดใจก็คือ คนไทยทั้งหลายยังไม่ได้ตระหนักในสิ่งนี้ ทุกคนภาคภูมิใจในการมีพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่แนวคิดอันเป็นรากฐานของสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง การเป็นแรงบันดาลใจ ความเป็นตัวอย่างที่ดีและวิถีแห่งการดำเนินชีวิตของพระองค์ไม่ได้ถูกรับเอามาใช้เต็มที่

 

* ทุกคนควรจะตระหนักว่าหนทางเดียวที่จะแสดงความเคารพต่อครูก็คือเรียนรู้จากพระองค์เพื่อที่จะนำความรู้นั้นไปช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช่เพียงแค่แขวนพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไว้ในบ้าน

 

* เราควรถามตนเองว่าในฐานะปัจเจกบุคคลเราได้ทำอะไรไปแล้วบ้างหรือไม่อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น โดยยึดแนวทางของพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ

 

* ตามปกติ ผู้คนที่มาจากซีกโลกตะวันออกแต่เติบโตในซีกโลกตะวันตกเป็นเวลานานจะได้รับอิทธิพลจากซีกโลกตะวันตกซึ่งยากที่จะขจัดออกไปได้ น่าประหลาดใจที่สิ่งดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นแก่พระเจ้าอยู่หัวเลย

 

* ในทางกลับกัน พระองค์เพียงทรงเรียนรู้ในสิ่งที่ดีงามและเป็นประโยชน์จากโลกตะวันตก โดยมิได้ทรงหลงพระองค์เข้าไปอยู่ในอิทธิพลของโลกตะวันตกเลยแม้แต่น้อย และยังคงทรงยึดมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนา และแนวทางในการดำเนินชีวิตของโลกตะวันออก ที่ฝังแน่นมาในวัฒนธรรมสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน

* พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยซ่อมสิ่งของต่าง ๆ ด้วยพระองค์เอง คุณลองจินตนาการถึงภาพพระราชจริยวัตรดูสิว่า ตัวคุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เห็นภาพเช่นนั้น ทรงแสดงให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีงานใดยกเว้นไว้สำหรับพระองค์”

 

* พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาใช้จริง ๆ ครั้งหนึ่งเมื่อมีรถจักรยานยนต์พุ่งเข้าชนรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงขับด้วยพระองค์เองจนรถพระที่นั่งได้รับความเสียหาย ก็มิได้ทรงตระหนกตกใจ หากแต่ทรงดำเนินการด้วยพระอาการที่สงบ เยือกเย็น (ด้วยกำลังพระสติ – ผู้วิจารณ์) ทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

 

* อีกครั้งหนึ่งระหว่างเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรในถิ่นทุรกันดารเมื่อ 22 ก.ย. 2517 เกิดระเบิดขึ้นห่างจากที่ทรงประทับยืนเพียง 40 ม. ก็ทรงมิได้มีพระอาการตื่นตระหนกประการใด

 

* คุณเคยดุด่าลูก ๆ หรือแสดงอารมณ์โกรธกับลูก ๆ หรือเปล่า คุณมีความรักและความอดทนพอที่จะอธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้ลูก ๆ ได้รับฟังหรือเปล่า คุณควรให้เวลาแก่ลูก บำรุงขวัญลูกโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ นี่เป็นวิธีการที่พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิบัติต่อพสกนิกรของพระองค์

 

* การทำสมาธิ เป็นวิธีการที่จะช่วยให้เราเกิดปัญญาในการตัดสินว่าอะไรเป็นสาระสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรงถือปฏิบัติเป็นประจำ การที่ใครสักคนหนึ่งเลือกใช้ชีวิตด้วยสติปัญญา และยังเป็นพุทธมามกะที่ดีพร้อม...ปรากฏอยู่ต่อหน้าเราตลอดเวลาเช่นนี้แล้ว เหตุใดพวกเราจึงยังคงหลับตากันอยู่

 

* ทั้ง ๆ ที่พระองค์ทรงประสบความสำเร็จในพระราชภารกิจน้อยใหญ่ แต่ก็มิได้ทรงโอ้อวดความสำเร็จของพระองค์เลยแม้แต่น้อย แต่กลับทรงถ่อมพระองค์...และคงความต่อเนื่องในการทรงปฏิบัติพระราชภารกิจเพื่อพสกนิกรที่ต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์

 

* ผมแน่ใจว่าพระเจ้าอยู่หัวจะทรงปลื้มปีติและทรงมีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่พสกนิกรของพระองค์ส่วนใหญ่ได้เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ยึดพระองค์เป็นตัวอย่างและเรียนรู้จากพระองค์แทนที่จะแสดงความจงรักภักดีเฉพาะแต่เพียงวาจาเท่านั้น

 

สนใจอ่านเนื้อหาตัวอย่างของหนังสือ เรียนรู้จากพระเจ้าแผ่นดิน
ตอน “เราได้ปฏิบัติตามแบบอย่างของในหลวงรัชกาลที่9จริงๆหรือ? - จะมีประโยชน์อะไร หากไม่ได้รับรู้และเข้าใจ สิ่งที่พระองค์ทรงเพียรพยายาม"

----------------------------------------

ดร.ณัชร สยามวาลา ชวนอ่าน!ข้อคิดจากชาวต่างชาติที่ชื่นชมในหลวงร.๙ ในหนังสือ “เรียนรู้จากพระเจ้าแผ่นดิน”

สนใจหนังสือติดต่อ Line ID : @gppbook หรือทางเฟซบุ๊ค Gppbook

สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2525 4242 ต่อ 201-202