- 12 ม.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th
อานิสงส์สวดพระปาฏิโมกข์
“หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย” เป็นพระอริยเจ้าลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่มั่น เดิมทางต้นสกุลท่านนับถือศาสนาพราหมณ์ แต่ตัวท่านเองนั้นสนใจพุทธศาสนามาตั้งแต่เยาว์วัย
หลวงปู่สมชายได้เรียนรู้ธรรมะเรื่อง “มรณสติ” ตั้งแต่วัยเด็ก เพราะโยมมารดาเสียตั้งแต่ท่านอายุได้ ๒ ขวบ เมื่อคุณตาที่อุปการะดูแลท่านได้ไม่นานนักมาเสียไปอีกคน ท่านจึงไปขออาศัยอยู่กับญาติที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายและพี่สะใภ้ หลังจากไปอยู่ได้ไม่นาน พี่สะใภ้ก็มาเสียไปอีกคน ทิ้งไว้ให้ท่านเลี้ยงดูลูกอีกสี่ห้าคนของพี่สะใภ้ การที่ท่านได้เห็นคนที่รักและเคารพจากไปคนแล้วคนเล่านี้เองที่เป็นอุบายธรรมที่ทำให้ท่านได้เห็นและพิจารณาจนเกิดความปลงสังเวชในชีวิต เพียงแต่หน้าที่ในขณะนั้นบังคับอยู่ ท่านจึงยังไม่ได้ออกบวชตามประสงค์
เรื่อง “มรณสติ” นี้ถือเป็นจุดเด่นของหลวงพ่อสมชาย เพราะในที่สุดท่านก็ได้เผชิญกับความตายด้วยตัวท่านเอง (เรียกว่า “ตายแล้วฟื้น”) ท่านจึงพร่ำสอนธรรมะเรื่อง “มรณสติ” ให้ลูกศิษย์พิจารณาอยู่เสมอ
ครั้งหนึ่งหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโยเกิดมีนิมิตว่าได้ถอดร่างแล้วเดินทางไปยังโลกทิพย์ ได้พบเห็นวิมานสถานที่อันน่ารื่นรมย์ อันเกิดจากผลุบุญผลกุศลต่างๆ ของผู้อื่น กระทั่งท่านถูกชาวโลกทิพย์พามาถึงบ้านหลังหนึ่ง
ท่านจึงได้เอ่ยถามเขาว่า "ใครเป็นผู้มาสร้างไว้ให้"
เขาตอบว่า "ที่เราอยู่เวลานี้คือ' ... โลกทิพย์... ของทั้งหมดไม่ต้องมีไครสร้าง เกิดขึ้นเอง เป็นเอง ด้วยอานิสงส์ของความดีที่ทำไว้ในโลกมนุษย์"
พอเขาพูดเพียงแค่นั้น หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ท่านจึงได้รู้ทันทีว่า "ถ้าอย่างนั้นเราก็ตายแล้วนะซี ถ้าตายอย่างนี้จะไปกลัวตายทำไม ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย" และได้ ถามเขาอีกว่า "บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร"
เขาอธิบายให้ฟังว่า "สมัยหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ท่านได้จำพรรษาอูย่กับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าภูธรพิทักษ์ จังหวัดสกลนคร ในปีนั้นท่านได้ตั้งใจสวดปาฏิโมกข์ สวดได้ดีมาก และน้อมใจขึ้นสวดจริง ๆ จึงได้บังเกิดปราสาทหลังนี้ขึ้นเป็นอานิสงส์ตอบสนอง"
(*สวดปาฏิโมกข์ หมายถึง คัมภีร์ที่รวมวินัยของสงฆ์ 227 ข้อ คัมภีร์ที่ประมวลพุทธบัญญัติอันทรงตั้งขึ้นเป็นพุทธอาณา มีพุทธานุญาต ให้สวดในที่ประชุมสงฆ์ ทุกกึ่งเดือน เรียกกันว่า สงฆ์ทำอุโบสถ บทปาติโมกข์เหล่านี้ปรากฏอยู่ในพระวินัยปิฎก หมวดสุตตวิภังค์*)
พอท่านได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก ทั้งดีใจ และเสียใจ ระคนกัน ซึ่งแต่ก่อนนึก ว่าครูบาอาจารย์หานโยบายให้ลูกศิษย์มีความขยันท่องปาฏิโมกข์ แต่พอมาเจอเข้าอย่างนี้ จึงรู้ว่าเป็นเรื่องจริง พอมองออกไปข้างนอก ด้านทิศตะวันออกของปราสาทก็มองเห็นสวน มะม่วงสวยงามขึ้นเป็นระเบียบเรียบร้อยดีร่มรื่นและมีลานหญ้ามีน้ำตกไหลซู่ซ่าน่าสดชื่นจริงๆ มีที่นั่งที่นอนสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ มองดูแล้วรู้สึกว่าเป็นสถานที่น่ารี่นรมย์เป็นอย่างยิ่ง และเป็นสิ่งที่ทำให้เพลิดเพลินจำเริญใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว
จินต์จุฑา เรียบเรียง
