เป็นบุญในชีวิต! อดีตนักเรียนนายร้อยเล่า เมื่อได้เป็น นร.ของสมเด็จพระเทพฯ “ทูลกระหม่อมของพวกผมไม่เคยขาดการสอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว"

ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ http://panyayan.tnews.co.th/

เรื่องราวนี้ถูกถ่ายทอด ไว้ที่เฟสบุ๊คของ “มนัสนันท์ เดชบดีณีรวรรณ”  เมื่ออดีตนักเรียนนายร้อย ได้เล่าความหลังครั้งได้มีโอกาสเรียนกับสมเด็จพระเทพฯ ข้อความว่า

 

เรื่องของ “สมเด็จพระเทพฯ”  ที่ประทับอยู่ในใจชาวไทย

 

ผมในฐานะที่จบจากโรงเรียน นายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลกระหม่อมอาจารย์อยู่หลายๆครั้ง

ผมขออนุญาตเล่าเรื่องต่างๆที่ ทูลกระหม่อมอาจารย์ ทรงปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบันนี้ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เพื่อให้ คนอื่นๆที่อาจไม่เคยรู้มาก่อนได้ทราบถึง พระจริยะวัตรอันงดงาม ความไม่ถือพระองค์ และความเรียบง่ายของพระองค์ท่านนะครับ

นักเรียนนายร้อยต่อไปจะพิมพ์ว่า นนร. นะครับ นนร.นับว่าโชคดีมากที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระองค์ท่านอยู่เสมอๆ

เริ่มจาก ตอนเปิดภาคการศึกษาแรกนั้น นนร.ทั้งหมดจะต้องเดินแถวไปยังส่วนการศึกษาในตอนเช้า ซึ่งปกติจะทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้วแต่ ใน

วันแรกของปีการศึกษาทูลกระหม่อมอาจารย์จะมารับแถวในตอนเช้าให้พวกเรา นนร.ได้แสดงความเคารพพระองค์ท่าน ในวันแรกวันนั้น หลังจากนั้น นนร.ทุกคนจะเฝ้ารอจนถึง ชั้นปีที่ ๒

 

เพราะ ในชั้นปีนี้ พวกเราทุกคนจะได้เรียน วิชาประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่พระองค์ทรงสอน หลายท่านอาจสงสัยว่าพวกเราเรียนกันยังไงนะครับ

เริ่มแรกก็จะเข้าห้องเรียน เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ที่กองประวัติศาสตร์ ห้องเรียนรวมนะครับ (อาทิตย์ ละ ๑ ครั้งนะครับ ) พวกเราจะไปพร้อมกันก่อนอยู่แล้ว

 

ลืมบอกไปหน่อยนะครับ ขบวนเสด็จของทูลกระหม่อมอาจารย์ จะมีเพียงรถนำแค่ ๑ คันและก็รถที่ประทับเท่านั้นนะครับ

และก็สภาพภายในห้องเรียนก็จะมีผู้ติดตามพระองค์ไม่กี่ท่าน และก็พวกเรา นนร.ชั้นปีที่ ๒ ทั้งชั้นปี องครักษ์นี่ ไม่มีนะครับ

ส่วนการสอนทูลกระหม่อมอาจาย์ จะสอนในครั้งแรก ครั้งที่ ๒ และ ครั้งสุดท้ายตอนสรุปจบนะครับ ส่วนในคาบอื่นๆ ก็จะมีอาจารย์ จากภายนอกที่มี ความรู้ดีในด้านนั้นๆ มาทำการสอน นนร.

โดยมีทูลกระหม่อมอาจารย์ นั่งประทับฟังอยู่ด้วยโดยตลอด ครั้น เมื่ออาจารย์เปิดโอกาสให้ซักถาม พวกเราก็จะซักถามกัน

และ ในบางครั้งทูลกระหม่อมอาจารย์ก็จะทรงพูดอธิบาย เพิ่มเติม ในประเด็นต่างๆ ให้พวกเรา นนร.ได้เข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ตรงนี้ครับที่ผมอยากบอกให้ทุกคนได้รับรู้นะครับ ตั้งแต่ทูลกระหม่อมอาจารย์ เสด็จมาทรงสอนตั้งแต่วันแรกที่ทรงเสด็จมาเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อย จนถึงปัจจุบัน

ทูลกระหม่อมอาจารย์ของพวกผมไม่เคย ขาดการสอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าเราจะเห็นข่าวพระองค์ท่านอยู่ต่าง ประเทศหรือมีพระราชกรณียกิจที่อื่นใด

ในวันรุ่งขึ้นที่ต้องทรงสอน ผมก็จะเห็นพระองค์ท่านประทับอยู่ที่นั่งตรงนั้นเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พระองค์ท่านมีพระราชกรณียกิจมากทั้งวัน

วันรุ่งขึ้นเพื่อนผมสังเกตเห็นพระองค์ท่าน นั่งแล้วเผลอหลับไป เพื่อนผมมันบอกผมว่า เฮ้ย ๆ… ดูเร็ว ดูเร็ว พระเทพหลับ พระเทพหลับ ผมก็หันไปดูก็เห็นอย่างนั้น ผมและพวกเพื่อนๆ รู้สึกเป็นห่วงพระวรกายของพระองค์ท่านมากเลยครับ

ในใจคิดเสมอครับว่าทูลกระหม่อมถึงแม้ว่าจะมีพระราชกรณียกิจมากมายเพียงใด พระองค์ท่านก็ไม่เคยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทูลกระหม่อมอาจารย์ของพวกกระผมเลย ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ นนร. และเป็นโอกาสอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ที่พวกเราได้รับการสอนจากพระองค์ท่าน

  เป็นบุญในชีวิต! อดีตนักเรียนนายร้อยเล่า เมื่อได้เป็น นร.ของสมเด็จพระเทพฯ “ทูลกระหม่อมของพวกผมไม่เคยขาดการสอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว"

ระหว่างเรียนวิชาประวัติศาสตร์ในชั้นปีที่ 2 นั้น จะมีการดูงาน พวกเราก็จะได้ไปดูงานที่วัดพระแก้ว และ วังหลัง (ตำหนักใน) ที่ที่อยู่ด้านหลังวัดพระแก้วนะครับ

ซึ่งในวังหลังนี่เองเป็นที่ที่ห้ามมิให้ผู้ชายเข้าไปโดยเด็ดขาด ก็มีแต่พวกเรา นนร.นี่แหละครับที่ได้รับอนุญาต เป็นกรณีพิเศษจากทูลกระหม่อมอาจารย์ ให้เข้าไปข้างในได้ ข้างในเราก็จะได้เห็นจุดกำเนิดของพวกเราที่มาจาก ทหารมหาดเล็กไล่กา (ในสมัยรัชกาลที๕ พระปิยมหาราช ได้แต่งตั้งลูกขุนนางชั้นสูงในวัง มาเป็นทหารมหาดเล็กประจำพระองค์ จำนวน ๑๒ นาย ซึ่งในขณะที่ พระปิยมหาราชทรงผนวช อยู่นั้นในระหว่างเสด็จบิณฑบาตร มักจะมีอีกามาคอยจิกเศษข้าวที่ตกหล่น เหล่าทหารมหาดเล็กก็จะคอยไล่อีกาเหล่านั้นไม่ให้มาต้องพระวรกาย จึงเป็นที่มาของทหารมหาดเล็กไล่กา และก็เป็นต้นกำเนิด นนร. ของพวกเราด้วย )

เป็นบุญในชีวิต! อดีตนักเรียนนายร้อยเล่า เมื่อได้เป็น นร.ของสมเด็จพระเทพฯ “ทูลกระหม่อมของพวกผมไม่เคยขาดการสอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว"

และก็การดูงานในพระบรมมหาราชวัง หรือวัดพระแก้วนั้น ก็จะมีบุคคลที่คอยให้ความรู้แก่พวกเราที่มาจากในวังสวนจิตรฯเลยซึ่งทำให้เราทราบข้อสงสัยต่างๆ ที่เราอยากรู้ในเรื่องต่างๆได้ และก็ในวันที่พวกเราไปดูงานนั้น ในส่วนที่ปิดก็จะเปิดให้เราได้เข้าไปหมด เช่น ประสาทพระเทพบิดร พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และที่ประดิษฐานของพระสยามเทวาธิราช

ผมขอเล่าในส่วนที่ผมได้ไปเห็นมาหล่ะกันนะครับ เริ่มจากที่บรรทมของพระเจ้าอยู่หัว หลังพระที่นั่งอะไรสักอย่างผมก็จำไม่ได้ แต่จำได้แม่นว่า อยู่ในพระที่นั่งเดียวกับที่ประดิษฐานของพระสยามเทวาธิราช

ภายในห้องบรรทมนะครับ ก็เป็นเตียงไม้ขึ้นเป็นอู่ธรรมดาๆ เหมือนที่เราเห็นในหนังจักรๆ วงศ์ๆ นี่แหละครับ คิดภาพตามนะครับเพื่อให้เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ เหมือนกับวัดนะครับ

มีหน้าต่างแต่ว่าที่ผนังไม่ได้วาดรูปอะไรลงไปและก็แบ่งกั้นห้องด้วยฉากไม้แกะสลักเหมือนบ้านทรงไทยที่อยุธยา หรือในหนังไทยแหละครับ ส่วนที่โต๊ะเครื่องหอม (หรือโต๊ะเครื่องแป้ง) ก็จะมีโลหะสัมฤทธ์ไม่แน่ใจว่าเป็นทองหรือเปล่า ขัดมันให้เป็นเงาวาว ไว้แทนกระจกครับ

ส่วนหน้าห้องก็จะเป็นที่เก็บเครื่องบรรณนาการต่างๆ รวมถึง ของที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างสยามและชาติมหาอำนาจ วางประดับไว้ในตู้ไม้ เท่าที่เห็นก็มี ดาบ กระบี่ ทองคำฝังเพชรทั้งเล่ม มีดาบของอเมกาด้วยนะครับ หัวดาบเป็นรูปนกอินทรีครับ

ตรงนี้ครับที่อยากบอกคุณรู้ไหมครับว่า ที่บรรทมตรงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑ ๒ และ ๓ สวรรณคต ณ ที่บรรทมนี้

และก็พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ก่อนที่จะปราบดาภิเษก ต้องเสด็จประทับบรรทมที่นี่ ก่อนวันปราบดาภิเษกนะครับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ก็ทรงประทับมาก่อนแล้ว จริงๆแล้วมีเรื่องเยอะแยะมาก ทั้งเรื่องอิทธิฤทธิ์ของพระสยามเทวาธิราช หลายเรื่องมากครับ

 

แต่ที่เล่ามา ก็เพื่อจะบอกให้ได้รู้ว่า ทูลกระหม่อมอาจารย์ให้ความสำคัญแก่พวกเรา นนร.มาก ให้พวกเราได้เห็นในสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครจะได้เห็น แม้แต่เพื่อนนักเรียนนายร้อยเหล่าอื่นๆ ยังอิจฉาพวกเรานักเรียนนายร้อยจปร.เลย

 

สิ่งที่พวกเราได้เห็นนั้น ทำให้พวกเรารู้สึกรักและหวงแหนสมบัติอันมีค่าของชาติไทยของเรา และจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายสมบัติอันมีค่าเหล่านี้ได้ กว่าจะจบโรงเรียนนายร้อย ได้ดูงานมากมายหลายที่ เรียนตั้ง ๗ ปี ไปดูงานที่วังสวนจิตรฯก็ไปมาแล้ว

อีกที่หนึ่งครับที่ผม อยากเล่าให้ฟัง วังของทูลกระหม่อมอาจารย์ที่ ปทุมธานีครับเป็นที่ที่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ ซึ่งที่แห่งนี้ที่ผมได้ถามคนในนั้นดูนะครับ จะได้เข้าเฉพาะ นนร.ชั้นปีที่ ๕ และ คณะอาจารย์จาก จุฬาฯ ซึ่งเป็นวังสวนปทุมน่ะครับ พิมพ์ไม่ผิดนะครับ

  เป็นบุญในชีวิต! อดีตนักเรียนนายร้อยเล่า เมื่อได้เป็น นร.ของสมเด็จพระเทพฯ “ทูลกระหม่อมของพวกผมไม่เคยขาดการสอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว"

ที่หลังสยามพารากอน นั้นวังสระปทุมนะครับ ที่วังนี้ผมยังตกใจเลยครับ ทางเข้าวังที่นี่ขอบอกเลยครับ ไม่อยากเชื่อเลยครับว่าในซอยนี้จะมีวังของทูลกระหม่อมอยู่ข้างใน ทูลกระหม่อมทรงเป็นตัวอย่างที่ดี ด้านความเป็นอยู่อย่างพอเพียงมากเลยครับ พระตำหนักที่ประทับเป็นบ้านไม้ สูง ๓ ชั้น ทรงไทยแบบ ธรรมดาๆ กำแพงวังหรือรั้วที่เรารู้จัก คุณเชื่อไหมครับ เป็นเสาแล้วมีลวดหนามขึง ๓ เส้น พวกคุณคงนึกออก

ส่วนด้านหน้าเป็นกำแพงธรรมดาๆ ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่า เป็นวังเลยนะครับ ข้างในก็จะมีสวนพฤษศาสตร์ รวมพืชนานาพรรณจากที่ ต่างๆ

และก็มี สุนัขทรงโปรดของทูลกระหม่อมอาจารย์อยู่ด้วยนะครับ เป็นสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด ชื่อ คล้ายๆ ยาหม่องยี่ห้อนึง ผมก็จำไม่ค่อยได้กลัวสะกดผิด

 

ตัวนี้นะครับทูลกระหม่อมทรงโปรดมาก เพราะเป็นสุนัขที่ในหลวงพระราชทานให้ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ตัวนี้นี่นอนหน้าห้องบรรทมเลยนะครับ ผมก็โอบกอดมาแล้ว ตัวใหญ่มาก ตัวนี้นี่ถ้าไม่ใส่เครื่องแบบนี่โดนเห่า เข้าใกล้ไม่ได้เลยนะครับ และก็ทานเก่งเสียด้วย

มีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากบอก ของที่บุคคล หรือคณะบุคคลต่างๆ ทูลเกล้าถวาย ทูลกระหม่อมทรงโปรดให้นำมารวบรวมไว้เป็นคล้ายๆ กับพิพิธภัณฑ์ แบ่งแยกเป็นหมวดหมู่มีคำอธิบาย และมีบาร์โค้ดบอกว่าได้มาเมื่อไหร่ ที่ไหน ในโอกาสอะไร

ผมไปดูมานี่เยอะมากจริงๆครับ มีของที่รอจัดหมวดหมู่อีกเยอะแยะไปหมดเลยครับ เช่นที่จำได้นะครับ ระนาดแก้ว จะเข้ ที่เป็นรูปจะเข้จริงๆ เครื่องดนตรีไทยต่างๆ พระเครื่อง เครื่องเบญจรงค์ งานหัตถกรรม ฯลฯ

 

ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

 ขอบคุณเรื่องราวจากเฟซบุ๊ค : มนัสนันท์ เดชบดีณีรวรรณ

นำเสนอข่าวโดย : ไญยิกา เมืองจำนงค์ (ทีมข่าวปัญญาญาณ ทีนิวส์)