- 01 ก.พ. 2560
รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
“เราจะต้องเรียนคาถากันฝนนี้ให้จงได้”เพื่อใช้แก้ข้อสงสัยเมื่อสังฆราชชื่นเจอพายุฝนท่านเปียกแต่หลวงปู่กงมากลับแห้ง
ตอนที่ได้รับการทูลฟ้องว่า “ท่านพระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ” ประพฤติตนไม่ถูกต้องตามพระวินัย เวลาไปธุดงค์ พระอาจารย์กงมาทำตัวเป็นผู้วิเศษ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตโต) วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งยังเป็นที่ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ และเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้ทำ การสืบสวน ซึ่งการสืบสวน ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นี้สุขุมมาก กล่าวคือ พระองค์ไม่ทรงพระกรรณเบา ขณะที่พระองค์มาพักอยู่ที่วัดทรายงาม พระองค์ทรงกระทำวัตรปฏิบัติอย่างปกติธรรมดาของหมู่คณะ คือฉันหนเดียวเหมือนกับพระอาจารย์กงมา แม้พระอาจารย์กงมาจะให้บรรดาญาติโยมนำภัตตาหารเพลมาถวาย พระองค์ก็ไม่ฉัน พระองค์ตรัสว่า “เราอยู่ที่ไหน ก็ต้องทำตามระเบียบเขาที่นั่น”
อยู่ต่อมาวันหนึ่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงชวนพระอาจารย์กงมาไปธุดงค์ด้วยกัน ไม่ให้ใครไปด้วย ไปเพียง ๒ องค์เท่านั้น พระองค์ทรงแบกกลดสะพายบาตรเอง แม้พระอาจารย์กงมาจะขอช่วยเท่าใด พระองค์ก็ไม่ยอม พระองค์ตรัสว่า “เธอเคยไปทางใด เธอจงพาเราไปทางนั้น”
พระอาจารย์กงมา ได้พาสมเด็จพระสังฆราชเจ้าออกเดินธุดงค์ไปในสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ท่านเคยออกเดินธุดงค์มาแล้ว เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เศษ ไม่ว่าท่านจะพักปักกลด ณ ที่แห่งใด ก็จะมีประชาชนที่สนใจในธรรมะปฏิบัติ มาเฝ้าห้อมล้อมเพื่อฟังธรรมะและประพฤติปฏิบัติกรรมฐานกับพระอาจารย์กงมาในที่ทุกๆ แห่ง
จนสมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงห้ามพระอาจารย์กงมาในใจความตอนหนึ่งว่า “กงมา...อย่าเรียกเราให้ใครได้ยิน ว่าเราเป็นสมเด็จพระสังฆราชเลย อย่าบอกใครเป็นอันขาด เวลาพูดหรือแสดงออกให้เหมือนกับเป็นพระธรรมดาด้วยกัน”
วันหนึ่ง ท่านได้เดินธุดงค์ไปพักปักกลดที่บริเวณเชิงเขาสระบาป พอดีเกิดฝนตกลมแรง กลดที่นำมาไม่สามารถป้องกันลมฝนได้ เพราะพายุลมฝนรุนแรงเหลือเกิน การปักกลดนั้น เป็นไปตามกฎกติกาของพระอยู่ป่าทั่ว ๆ ไป คือต้องพักอยู่ห่างกันพอสมควร สมเด็จฯ ท่านทรงเปียกปอนหมด พระองค์ต้องทรงนั่งตากฝนอยู่เช่นนั้น ส่วนพระอาจารย์กงมาท่านก็นั่งตากฝนเช่นเดียวกัน แต่บริขารไม่เปียกเพราะรู้วิธีปฏิบัติ ฝนหยุดแล้ว ท่านก็ได้ครองจีวรไปเฝ้าสมเด็จฯ พระองค์ตรัสว่า“ท่านคุณไม่เปียกล่ะ เราเปียกหมดเลย”“ก็กระผมมีคาถาดี ขอรับพระคุณท่าน” พระอาจารย์กงมากราบทูล พระองค์จึงตรัสว่า “เราจะต้องเรียนคาถานี้ให้จงได้”
ภายหลังกลับจากการเดินธุดงค์ กลับมาถึงวัดทรายงามเรียบร้อยแล้ว ขณะที่สามเณรเข้าไปนมัสการปฏิบัติปัดกวาดกุฏิที่ประทับ พอดีพระองค์ทรงนึกขึ้นได้จึงตรัสถามสามเณรว่า
“เณร...ขอถามหน่อย คาถากันฝนว่าอย่างไร เธอรู้บ้างไหมา”เมื่อรู้บ้างฝ่าบาท”
“เออ...ว่าไปให้เราฟังที เราจะได้จำเอา”
“เมื่อเวลาฝนตก ต้องเก็บของทั้งหมดลงใส่ในบาตร ซึ่งพระธุดงค์กระทำเช่นนี้ทุกองค์ อันมีจีวร สังฆาฏิ เป็นต้น แล้วใช้ฝาบาตรปิดให้สนิท”
พระองค์ทรงอุทานว่า “อ้อ... ไม่บอกกัน ที่แท้จริงมันเป็นอย่างนี้เอง นึกว่าจะเป็นคาถาอะไร” พระองค์ตรัสเสร็จก็ทรงพระสรวล แล้วก็ทรงตรัสต่อไปว่า
“การธุดงค์ของท่านกงมาและพระปฏิบัติกรรมฐานนี้ ได้ประโยชน์เหลือหลาย อย่างนี้ธุดงค์ให้มาก ๆ จะทำให้ศาสนาเจริญรุ่งเรือง”
นี้เป็นลักษณะของผู้นำและนี่คือการสอบสวนหาข้อเท็จจริงของพระประมุขสงฆ์ในสมัยนั้น ซึ่งพระองค์ก็ได้ทรงประสบความจริง ทั้งยังให้ความยุติธรรมอย่างยอดเยี่ยมแก่ผู้ที่ถูกกล่าวหา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระองค์ทรงให้ความคุ้มครองและสรรเสริญพระอาจารย์กงมาเสมอ ๆ
ที่มา : หนังสือ ประวัติ พระครูสุทธิธรรมรังษี หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง
วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดประทุมธานี
ข่าวโดย : กิตติ ทีนิวส์ / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์
