เกิด "กบฏผีบุญ"  มหาเถรควรรับผิดชอบ!!  "หลวงปู่พุทธะอิสระ" จี้ มหาเถรฯ-สำนักพุทธฯ บังคับใช้ "พระลิขิต" ให้มีผล !!

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th

วันที่ 1 มีนาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือที่รู้จักในนามว่า พระพุทธะอิสระ หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์ในเพจเฟซบุ๊คส่วนตัว “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ว่า...

 

เกิด "กบฏผีบุญ"  มหาเถรควรรับผิดชอบ!!  "หลวงปู่พุทธะอิสระ" จี้ มหาเถรฯ-สำนักพุทธฯ บังคับใช้ "พระลิขิต" ให้มีผล !!

เกิด "กบฏผีบุญ"  มหาเถรควรรับผิดชอบ!!  "หลวงปู่พุทธะอิสระ" จี้ มหาเถรฯ-สำนักพุทธฯ บังคับใช้ "พระลิขิต" ให้มีผล !!

สถานการณ์ที่พุทธศาสนาปรากฏกบฏผีบุญเกิดขึ้น มหาเถรควรจะมีส่วนรับผิดชอบ

๑ มีนาคม ๒๕๖๐

 

วันจันทร์ที่ ๒๗ ที่ผ่านมา ขณะเดินทางกลับจากเต็นท์หมายเลข ๙ ท้องสนามหลวง ฉันได้สั่งให้ผู้หมวดกุดชี่ โทรไปหาท่านวรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอเพื่อเสนอแนวคิดว่า

 

เพื่อให้มันง่ายขึ้น เป็นไปได้ไหม หากดีเอสไอจะนำสำนวนสอบสวนกรณีพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร อดีตสมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระลิขิตกล่าวโทษต่อหัวหน้ากบฏผีบุญธัมมชโย ว่าต้องอาบัติปาราชิก ในข้อหาอวดอุตริมนุสธรรมและยักยอกทรัพย์ และต่อมามีขบวนการพยายามบิดเบือนกล่าวหาว่าพระลิขิตเป็นของปลอม

 

ต่อมาพุทธะอิสระได้ไปยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาวินิจฉัยว่าพระลิขิตเป็นของจริงหรือไม่

 

และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายหรือไม่

 

และหากเป็นของจริง มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการให้เป็นไปตามพระลิขิต

ต่อมาเมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาได้มีคำวินิจฉัยว่า พระลิขิตเป็นของจริง

 

มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย

 

และผู้ที่รับผิดชอบปฏิบัติให้เป็นไปตามพระลิขิตคือสำนักงานพระพุทธศาสนา และมหาเถรสมาคม

 

เมื่อได้คำวินิจฉัยที่สมบูรณ์แล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาได้ส่งคำวินิจฉัยพร้อมพระลิขิตไปยังหน่วยงาน ๓ หน่วยงาน คือ สำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ

 

มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระลิขิต

 

อีกทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภายังได้แนะนำให้หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา ๔๔ จัดการกับเจ้าลัทธิกบฏผีบุญตัวนี้ด้วย

 

ในเวลาต่อมา พุทธะอิสระได้นำเอาคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ไปแจ้งความกล่าวโทษแก่สองหน่วยงาน คือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคม ในฐานความผิดตามมาตรา ๑๕๗

 

ดีเอสไอได้รับเรื่องเอาไว้พร้อมทำการสืบสวนสอบสวนว่าคดีมีมูลหรือไม่ จนสามารถรวบรวมหลักฐานได้สมบูรณ์ ที่สามารถเอาผิดกับผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

 

ในเวลาต่อมา ดีเอสไอได้ส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอาผิดกับนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพุทธ ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคมที่ไม่นำคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการกับเจ้าลัทธิกบฏผีบุญให้พ้นจากผ้าเหลือง

 

ฉันได้ถาม พ.ต.ท.วรณัน ศรีล้ำ ว่า จะเป็นไปได้ไหม หากดีเอสไอจะมอบสำนวนพระลิขิตให้กับ ผอ.สำนักพุทธคนใหม่ เพื่อนำเข้าที่ประชุมมหาเถรสมาคม ดำเนินการทางศาลสงฆ์ต่อเจ้าลัทธิกบฏผีบุญ ควบคู่กันไปกับศาลอาญาทางโลก อะไรๆ มันจะได้จบลงโดยไม่สิ้นเปลือง

 

พ.ต.ท.วรณัน ศรีล้ำ แจ้งต่อฉันว่า ตามระเบียบองทางหน่วยงาน เมื่อสำนวนถูกส่งยังหน่วยงาน ป.ป.ช.แล้ว จึงถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ป.ป.ช. หน่วยงานดีเอสไอไม่สามารถนำสำนวนนั้นกลับมาดำเนินการใดๆ ในทางศาลสงฆ์ได้ นอกเสียจากผู้เป็นเจ้าของเรื่องคือหลวงปู่จะทำหนังสือร้องขอสำนวนนั้นส่งให้สำนักพุทธดำเนินการด้วยตนเอง

 

ฉันจึงแจ้งต่อรองโฆษกดีเอสไอว่าฉันจะลองประสาน ป.ป.ช.ขอสำเนาสำนวนเพื่อดำเนินการในทางศาลสงฆ์สืบไป

 

งานนี้คงต้องออกแรงอีกซักรอบแล้วล่ะพี่น้อง

 

พุทธะอิสระ

 

 

จินต์จุฑา รายงาน