- 01 มี.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
จากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 12/2560 โดยให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และให้พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้บัญชาการ สำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาดำรงตำแหน่งแทนว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นไปเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ต้องดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ ทำนุบำรุงส่งเสริมและพัฒนากิจการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้พระศาสนาเกิดความมัวหมอง และประสานประโยชน์กับทุกฝ่ายนำไปสู่การปฏิรูปอย่างยั่งยืน
ซึ่งยุทธวิธีอันหนึ่งที่สาวกธรรมกาย พยายามปลุกปั่น และปลุกเร้าว่า เบื้องหลังของการดำเนินการจับกุมเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย "ธัมมชโย" เป็นแผนล้มศาสนาที่กระทำโดยคนศาสนาอื่น ...โดยล่าสุดเพจเฟซบุ๊คของทาง “ธรรมกาย” ในชื่อ “น้องแสนดี” ได้ออกมาโพสต์บนเพจว่า...
"โอ้โห วาระเร่งด่วน ต้องเป็นม. 44 เลยนะครับ ใช้เยอะใช้บ่อยจริงๆ
ทีนี้มาดูประวัติกันครับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ท่านเป็นถึง อดีตหน.ชุดลุยคดีเบนซ์”สมเด็จช่วง” จำกันได้ไหมครับ
ที่คดีซากรถโบราณ ที่เขาดันไปเรียกกันว่า รถหรู ให้ดูโลภน่ะครับ
ใช้วาทกรรมกันได้เก่งจริงๆ ทีนี้เรื่องที่ท่านจะได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ก็ต้องพับไปก่อน เขาบอกเดี๋ยวไม่เหมาะสม ……… ครับพี่
ทั้งที่ท่านได้เสียงเป็นเอกฉันท์จากม.ส.
ทางด้านกฎหมาย ก็เอาตามมติมส. แล้วนายกก็เอาขึ้นทูลเกล้า ก็แค่นั้นเอง (แต่นั่นแหละครับปัญหา)
และด้วยธรรมเนียมปฏิบัติตั้งแต่อดีต ความเป็นภัณเต ท่านก็ต้องได้ตามนั้นอยู่แล้ว
แต่ท่านก็ไม่ได้เพราะเขาหาว่าท่านมีมลทิน ต้องตรวจสอบก่อน ทีนี้ก็เนิ่นนานเลยครับ คดีรถของท่าน ทั้งที่มันก็ไม่ได้น่าจะต้องนานเลยคดีแบบนี้
แต่หลังจากที่สนช.แก้ พ.ร.บ. สงฆ์ เพื่อปรับแก้เรื่องของการแต่งตั้งพระสังฆราชแล้ว ไม่ให้เป็นอำนาจของมหาเถรสมาคม โดยผ่าน 3 วาระรวดภายในวันเดียว (27 ธ.ค. 59) คราวนี้ทำงานกันเร็วจริงๆ
หลังจากนั้นแค่ไม่กี่วัน อัยการยกฟ้อง สมเด็จช่วงก็พ้นมลทิน !!! (13 ม.ค. 60)
ซึ่งนายพนม ศรศิลป์ (อดีตผอ.พศ.) บอกว่า
สมเด็จท่านไม่อยู่ในรายชื่อแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่ต้นแล้ว!!!
โอ้ววววว พอตามกฎหมายเดิม ท่านต้องมลทิน ต้องตรวจสอบเป็นปี ทั้งที่ท่านไม่ได้มีรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาตั้งแต่ต้นแล้ว ที่จริงไม่มีชื่อตั้งแต่ต้น แล้วทำไมมันจบยากจัง แต่พอปรับแก้กฎหมายสงฆ์เสร็จ ท่านก็พ้นมลทินได้เลยนะครับ เจ๋งจริง ๆ ดูเจตนายากมากเลยนะครับ ว่าต้องการอะไร!
แล้วดูเฮียภัยบูลย์ ของเรากันนะครับ ทันทีที่สมเด็จพ้นมลทิน ก็รีบออกตัวกันนะครับ ว่า แค่ตรวจสอบ ถ้าผ่านก็..โอเค
โอ้ววว นี่ขนาดแค่ขอตรวจสอบนะครับ โดนยำเละจากสังคม บางคนเรียกท่านยังกับไม่ใช่พระด้วยซ้ำ ทั้งที่ท่านบริสุทธิ์ ทุกอย่างเป็นแค่ข้อกล่าวหาจากใครก็ไม่รู้
ขอให้เจริญลง ๆ นะครับ คนที่ทำแบบนี้กับท่าน
มาดูอีกท่านกันครับ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ท่านเป็น สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
(ที่ดัง ๆ เรื่องที่เขาให้มาเป่านกหวีดให้มาปฏิรูปกันน่ะครับ )
และท่านก็เป็นหัวหน้าชุดฝ่าย ตร.ในคดีวัดพระธรรมกาย
ผู้ให้คดีกว่า 300 คดี ในเวลาไม่กี่วัน
เอาหมดครับ ทั้งรถโดนตะปุตำล้อ ก็บอกวัดทำ ทั้งที่โดนอยุ่คันเดียว โดนไป 2 คดี เพราะ 2 ล้อ สายไฟ 7 เส้น โดนไป 7 คดี ที่ห่างจากป่าสงวนเป็นสิบโล บอกว่ารุกที่ป่าสงวน แต่สถานที่ของคนนามสกุลดัง ๆ แถวนั้น อยู่ติดป่าเลย เข้าไปด้วยซ้ำ ไม่เป็นไรนะครับ
แปลกดีนะครับ กฎหมายเมืองนี้
แล้วทราบกันใช่ไหมครับ ว่านามสกุลพระราชทานเหล่านี้ เขาจะมีชื่อแยกให้ตั้งแต่สมัยอดีต
และในบางอาชีพ ก็จะต้องมีคำเหล่านี้ด้วย
พราหมณ์ มีคำว่า พราหมณ ประกอบในนามสกุล เช่น จุลละพราหมณ์, พราหมณายน, วินทุพราหมณกุล , วุฒิพราหมณ์ , รัตนพราหมณ์
และแน่นอนครับ สำหรับคนเก่งของเรา พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล
ท่านเป็นพราหมณ์ อันนี้เราทราบกันดีอยู่แล้ว
เราก็รู้อยู่แล้วว่า ท่านก็อาจจะไม่ได้เกรงใจพระมากมาย เพราะท่านเป็นคนละศาสนา
แต่ที่น่าแปลกใจคือ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ท่านน่าจะเป็นพราหมณ์ด้วย เพราะนามสกุลมีพราหมณ์ แต่ทำไมถึงได้ขึ้นมาดูแล เป็น ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา
และจะเกิดอะไรกับวัดทุกวัด และอนาคตของพระพุทธศาสนาต่อไป
และท่านกำลังจะทำอะไร เพราะขึ้นมาด้วยเหตุฉุกเฉินระดับความมั่นคง จึงต้องใช้ ม.44
กรุณาแชร์ไปในทุกวัด เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องวัดพระธรรมกาย
น้องแสนดี
27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560"
------------------------------------------------------------------
ติดตามอ่าน :
จินต์จุฑา รายงาน
