- 14 มี.ค. 2560
รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
พุทธประวัติที่อธิบายในเรื่องธรรมปฎิบัติจากพุทธองค์ ได้ในแบบของหลวงปู่ชา
พระท่านว่า ถ้าหากปฏิบัติแล้วเกิดความเดือดร้อนนั่นถูก ถูกแล้ว ถ้าหากมันเดือดร้อน ถ้าปฏิบัติแล้วไม่เดือดร้อน ไม่ถูก ถ้ากินสบาย นอนสบาย อยากจะไปไหนก็ไปตามเรื่อง อยากจะพูดอะไรก็พูดตามเรื่อง อยากทำตามใจมันทุกอย่างนั้น มันไม่ถูก ฉะนั้น ธรรมะ คำสั่งสอนของพระศาสดาท่านว่าขัด ขัดอะไร? โลกุตตระ ขัด โลกียะ ความเห็นชอบ ขัด ความเห็นผิด ความบริสุทธิ์ ขัด ความไม่บริสุทธิ์ เรื่อยไป
ฉะนั้น จึงมีอุบายที่ตามตำรากล่าวว่า “สมเด็จพระบรม ศาสดาก่อนตรัสรู้นั้น ท่านไปรับข้าวจากนางสุชาดา เมื่อท่านทรงฉัน เสร็จแล้ว ก็ทรงลอยถาดลงในน้ำ ธรรมดาน้ำมันไหลลง ท่านได้ทรง อธิฐานจิตว่า ถ้าหากว่าได้ตรัสรู้เป็นพระอนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณ แล้ว ขอให้ถาดนี้ไหลลอยไปเหนือน้ำ แล้วถาดก็ลอยไหลไปเหนือน้ำ” ความจริง ถาดก็คือ ความเห็นชอบของพระองค์ท่านนั่น
แหละ ผู้รู้หรือพุทธภาวะของท่านที่เกิดขึ้นมาจากการพิจารณาแล้วนั้น ไม่ได้ปล่อยตามใจของสัตว์ แต่ไหลขึ้นไปทวนกระแส ใจของท่านทวนขึ้นไปหมดทุกอย่าง ไม่ได้ฟังเสียงใคร ฉะนั้น พระธรรมเทศนาของ พระองค์จึงทวนใจของพวกเราจนทุกวันนี้ โลภท่านก็ว่าไม่ให้โลภ โกรธท่านก็ไม่ให้โกรธ ให้ทำลายมัน อยากหลงก็ไม่ให้หลง ให้ทำลายมัน มีแต่เรื่องทำลายมันอย่างเดียว
ฉะนั้น สมเด็จพระบรมศาสดาของเรา ท่านจึงทรงเชื่อแน่ว่า จิตของท่านนั้นทวนกระแสขึ้นไปนั้นเอง มันทวนสัตว์โลกหมด ทวน กระแสสัตว์โลก สิ่งที่ว่าสกลร่างกายสวย ท่านว่าไม่สวย โลกว่าอัน สกลร่างกายเป็นของเรา ท่านว่าไม่ใช่ของเรา อันนี้ว่าเป็นแก่นเป็นสาร ท่านว่าไม่เป็นแก่นเป็นสาร ความเห็นชอบอย่างนี้เหนือ เหนือสัตว์โลก ขึ้นไป สัตว์โลกนั้นตามลงมากับน้ำ
ติดตามข่าวเพิ่ม : ภาษาไม่ใช่อุปสรรค!!! ปฏิภาณพระป่า..เมื่อโยมถาม “สอนฝรั่งได้รึ” คำตอบหลวงพ่อทำเอาจุก! พระโรเบิร์ต เล่าอารมณ์ขันและอุบายธรรมหลวงพ่อชา
ต่อมา “ท่านได้รับหญ้าคา จากโสตถิยะพราหมณ์ แปดกำมือ ท่านทรงทำอธิฐานเป็นบัลลังก์เพื่อนั่งสมาธิ ว่าถ้าไม่ตรัสรู้จะไม่ทรง ลุกขึ้น แล้วท่านก็ตรัสรู้ที่ตรงนี้” ถ้าจะกล่าวเป็นธรรมาธิษฐานแล้ว หญ้าคาก็คือโลกธรรมแปดนี่แหละ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ สุข ทุกข์ นินทา เหล่านี้แหละโลกธรรมแปดประการ หญ้าคาแปดกำมือ ฟังแต่ชื่อมันซิ หญ้าคา “คา” คาอะไร? นักบวชของเรา เมื่อบวชเข้ามาก็คาสิ่งเหล่านี้แหละ มาคาลาภ มาคา ยศ มาคาสรรเสริญ มาคาสุข มาคาทุกข์ มาคานินทา โลกทั้งหลาย มาคาอยู่ที่นี่หมด
สมเด็จพระศาสดาจึงทรงอธิฐานเป็นบัลลังก์ นั่งทับลงไปด้วย สมาธิธรรม อาการที่นั่งทับคือ สมาธิ นั่งทับคือ จิตของท่านเหนือกว่าโลกธรรม จิตในขณะนั้นเป็นโลกุตรธรรม ทับโลกียธรรมไว้ แต่ก็ยังเกิดเป็นมารต่างๆ นานามาหลอกล่อ ซึ่งความจริงก็เป็นอาการของจิตนั่นเอง จนกระทั่งท่านได้ตรัสรู้ธรรม ก็ได้ชนะมารในที่นั้น ชนะคือชนะโลกนี่เอง ไม่ใช่ชนะอะไรอื่นไกล ฉะนั้น ท่านจึงทรงเจริญมรรคในที่นั้น มรรคจึงฆ่าโลกธรรมทั้งหลายเหล่านั้น
ติดตามข่าวเพิ่ม : "ชาติหน้ามีจริงหรือไม่?" ถ้าบอกว่ามีจริง เชื่อก็โง่" อยากรู้ทำไมหลวงปู่ชาตอบเช่นนั้นมาอ่านดู!!!
ธรรมจาก หลวงพ่อชา สุภัทโท
ที่มา : FB @watpah วัดป่า
ข่าวโดย : กิตติ จิตรพรหม ทีนิวส์ / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์
