เผย! 4 ธรรมเนียม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ยกเลิกไป จนไม่มีโอกาสได้เห็นในยุคปัจจุบัน!!

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th

ในสมัยโบราณ ธรรมเนียมการไว้ทุกข์ในงานพระบรมศพ ก่อนรัชกาลสมัยในรัชกาลที่ ๖ มีธรรมเนียมไว้ทุกข์ในงานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ และพิธีการที่แตกต่างจากยุคปัจจุบัน ซึ่งธรรมเนียมบางอย่างได้ยกเลิกไปแล้ว ตามเงื่อนไขของแต่ละยุคสมัย ซึ่งธรรมเนียมประเพณีแต่เดิมเท่าที่สืบค้นพอสรุปได้ดังนี้

เผย! 4 ธรรมเนียม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ยกเลิกไป จนไม่มีโอกาสได้เห็นในยุคปัจจุบัน!!

1.นุ่งสีน้ำเงินไว้ทุกข์

ในพระราชนิพนธ์ของ ม.จ.หญิงพูนพิศมัย ดิศกุลพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าไว้ในพระนิพนธ์ที่ชื่อ สีไว้ทุกข์ในสมัย ร.5’ ว่า แต่เดิม สีของเครื่องแต่งกาย ที่ใช้สำหรับไว้ทุกข์มี 3 สี 1) สีดำ 2) สีขาว และ 3) สีม่วงแก่หรือน้ำเงินแก่

        ‘สีดำใช้สำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีอายุแก่กว่าผู้ตาย

        ‘สีขาวใช้สำหรับผู้เยาว์ หรือผู้ที่มีอายุอ่อนกว่าผู้ตาย

ส่วน สีม่วงแก่หรือ สีน้ำเงินแก่ใช้สำหรับผู้ที่ไม่ได้ญาติกับผู้ตายแต่อย่างใด

ม.จ.หญิงพูนพิศมัย ยังทรงระบุไว้ด้วยว่า ในงานพระบรมศพที่พระมหาปราสาท เวลาที่จะไปเฝ้าพระบรมศพ ทุกคนต้อง นุ่งขาวไม่มีใครแต่งดำได้ในเวลางาน จะนุ่งดำได้เฉพาะเวลาอยู่บ้าน หรือไปไหนมาไหนตามปกติ

ที่ใช้เฉพาะ สีดำสำหรับไว้ทุกข์อย่างเช่นทุกวันนี้ เป็นเพียงธรรมเนียมที่ปรับใช้ใหม่ในยุคหลังเพื่อความสะดวกเท่านั้น

เผย! 4 ธรรมเนียม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ยกเลิกไป จนไม่มีโอกาสได้เห็นในยุคปัจจุบัน!!

2.โกนผมไว้ทุกข์

ส่วนการโกนผม  เป็นการแสดงความเคารพอาลัยตามโบราณราชประเพณี ในอดีตเมื่อเจ้านายเสียชีวิต ผู้ที่สังกัดมูลนายจะต้องโกนผมเพื่อไว้ทุกข์ต่อนายของตนเอง ยกเว้นแต่การสวรรคตของพระมหากษัตริย์ที่ต้องโกนผมทุกคน  ซึ่งในประกาศบางฉบับในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังช่วยให้ทราบด้วยว่า การโกนผมไว้ทุกข์ยังเป็นธรรมเนียมของราษฎรโดยทั่วไป ที่บิดามารดา และสามี เสียชีวิต ของชนชาวไทยมาแต่เดิม ธรรมเนียมการโกนผมไว้ทุกข์ให้กับเจ้านาย และพระมหากษัตริย์ได้ถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ ๖ โดยมีความว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสไว้ก่อนเสด็จสวรรคตให้ยกเลิกการโกนผมแทนการไว้ทุกข์ตามประกาศของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ความว่า

"มีรับสั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งได้สำเร็จราชการแผ่นดิน ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า สมเด็จพระบรมชนกนารถ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรพระโรคพระธาตุพิการมาแต่ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พระโรคกลายไปในทางพระวักกะพิการ แพทย์ได้ประกอบพระโอสถถวาย พระอาการหาคลายไม่ ถึง ณ วันเสาร์ ที่ ๒๒ ตุลาคม เสด็จสวรรคต เวลา ๒ ยาม กับ ๔๕ นาที จะได้เชิญพระบรมศพสู่พระโกษฐ์แห่จากพระราชวังดุสิต ไปประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม

ความเศร้าโศรกสาหัสอันบังเกิดขึ้นในพระบรมราชวงษ์ครั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ทรงแน่ในพระหฤทัยว่า จะเปนความเศร้าโศรกแก่ประชาชนทั้งหลายทั่วไปในพระราชอาณาจักร เพราะเหตุที่สมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงพระกรุณาทนุบำรุงมาทั่วกัน

อนึ่งตามโบราณราชประเพณี ในเวลาเมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จสวรรคต พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการ ราษฎรทั้งหลายต้องโกนผมแทนการไว้ทุกข์ทั่วทั้งพระราชอาณาจักร แต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนารถ ได้ทรงมีพระราชดำรัสสั่งไว้ว่า การไว้ทุกข์ดังเช่นที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมเปนเครื่องเดือดร้อนอยู่เป็นอันมากให้ยกเลิกเสียทีเดียว

ประกาศมา ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙"

หมายเหตุ

- คงการเขียนและสะกดตามอย่างเอกสารจดหมายเหตุ

- เวลา ๒ ยาม ๔๕ นาที หรือเท่ากับ เวลา ๐ นาฬิกา ๔๕ นาที ของคืนวันที่ ๒๒ นับเป็นวันใหม่ คือ วันที่ ๒๓

เผย! 4 ธรรมเนียม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ยกเลิกไป จนไม่มีโอกาสได้เห็นในยุคปัจจุบัน!!

3.ขบวนนางร้องไห้

"นางร้องไห้" ธรรมเนียมเก่าแก่ที่คนในสมัยก่อนยึดถือและปฏิบัติกันมา พบได้ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น จีน อินเดีย กรีก โรมัน เป็นต้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏหลักฐานการมีนางร้องไห้ในคำให้การ "ขุนหลวงหาวัด" อธิบายถึงการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ว่าได้เกณฑ์นางสนม นางกำนัลมาเป็นนางร้องไห้ ซึ่งในการร้องไห้จะร้องควบคู่กับการประโคมมโหรีปี่พาทย์

ธรรมเนียมนี้ทำสืบเนื่องมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่2 โปรดเกล้าฯ ให้จัดงานพระบรมศพ รัชกาลที่1 ซึ่งมีนางร้องไห้และประโคมกลองชนะตามเวลา เหมือนอย่างพระมหากษัตริย์แต่ครั้งก่อน

วิธีการร้องไห้ต้องใช้คนจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะใช้นางพระสนม นางพระกำนัล หรือผู้ที่ได้ถวายตัว มีต้นเสียง 4 คน และมีคู่ร้องรับประมาณ 80-100 คน ครั้งสุดท้ายที่มี "นางร้องไห้" ตามราชประเพณีคืองานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัด "นางร้องไห้" คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี โดยให้เจ้าจอมและพนักงานคอยร้องไห้ตามบท ในเวลาประโคมย่ำยาม คือ ย่ำรุ่ง เที่ยง ย่ำค่ำ สองยาม สามยาม มีเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมพระองค์สุดท้ายในรัชกาลที่ 5 เป็นต้นเสียงร้องนำ

 

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความเห็นว่า "ให้รู้สึกรกหูเสียจริง ๆ และร้องซ้ำไปซ้ำมา ไม่เป็นการร้องให้จริง ๆ กับทั้งยังส่งเสียงรบกวนเวลาที่พระกำลังถวายพระธรรมเทศนา รวมไปถึงความประพฤติของผู้ที่ไปฟังและตัวของนางร้องไห้เอง ที่แสดงกิริยาขาดความเคารพในกาลเทศะ อย่างยิ่ง"

ความไม่เหมาะสมหลายประการ ที่ไม่ต้องด้วยพระราชนิยม ทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ทรงมีพระราชดำริที่จะยกเลิกธรรมเนียมการพระบรมศพดังกล่า

เผย! 4 ธรรมเนียม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ยกเลิกไป จนไม่มีโอกาสได้เห็นในยุคปัจจุบัน!!

4.การถวายรูด - ถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้ง

เรื่องของราชสำนักเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องการจัดแจงการพระบรมศพของพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายชั้นสูงมาพอสมควร ก็จะทราบข้อเท็จจริงประการหนึ่งได้ว่า ในยุคสมัยก่อนที่ยังไม่มี ฟอร์มาลีนหรือยารักษาสภาพศพนั้น การเก็บหรือตั้งพระบรมศพหรือพระศพไว้บำเพ็ญพระราชกุศลนานๆนั้น สิ่งที่น่ากลัวและหวั่นใจมากที่สุดของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนทุกท่านก็คือเรื่องของ กลิ่นที่เกิดจากการกระบวนการคืนธาตุของพระสรีรกาย อันเป็นไปตามธรรมดาของโลกนั่นเอง

แม้จะเอาน้ำหอมน้ำปรุงมาชโลมเทใส่มากมายมหาศาลสักปานใด ก็ไม่อาจที่จะกลบกลิ่นที่เกิดจากกระบวนการสลายตัวให้เหือดหายได้ไม่

หนทางแก้ไขที่ต้นเหตุ โดยการเอาพระบรมศพหรือพระศพนั้นมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่ ให้พระมังสะเนื้อหนังทั้งสิ้นเปื่อยนุ่ม ก่อน ถวายรูดเพื่อ สำรอกเอาเนื้อหนังแลตับไตไส้พุงตลอดจนน้ำเลือดน้ำหนองของศพออกมา เผาหรือ ถวายพระเพลิงให้สิ้น คงเหลือไว้แต่พระบรมอัฐิ,พระอัฐิ ตามแต่ละกรณี อันไม่อาจจะเน่าเสียเสื่อมสลายส่งกลิ่นอันไม่พึงปรารถนาใดๆได้อีก

 

แล้วจึงค่อยอัญเชิญเอา อัฐิกังคือ กระดูกนี้แลมาใส่โกศ หรือโลง เพื่อบำเพ็ญกุศลต่อไปอีกที

 

 

 

 

ที่มาของเอกสารจดหมายเหตุ : ร.๖ บ ๑.๑/๑ ประกาศยกเลิกการโกนผมแทนการไว้ทุกข์

ที่มาข่าว : FB สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

-    สาระน่ารู้จากเอกสารจดหมายเหตุ ตอน "ประกาศยกเลิกการโกนผมแทนการไว้ทุกข์"

- liekr.com

- thailandonlysociety.com