- 08 พ.ค. 2560
นรกบ่าว ๑๖ ขุม!!! ผลลัพท์จากการกระทำ "กรรมชั่ว" บทลงโทษในดินแดนนรกภูมิ!!!
นรกเล็กต่างๆ อันเป็นบริวารนรกบ่าวนั้นมีจำนวนมากจนไม่สามารถจะบรรยายได้ทั้งหมด จะกล่าวแต่เฉพาะนรกบ่าว ๑๖ ขุมซึ่งอยู่ล้อมรอบสัญชีพนรก ซึ่งมีชื่อว่าอุสุทนนรกบ่าวรก เป็นนรกที่อยู่สูงสุดเหนือนรกทั้งหลาย เมื่อพระมาตุลีจะนำเสด็จ พระยาเนมิราชทอดพระเนตรนรกนั้น ได้นำเสด็จไปทอดพระเนตรนรกบ่าว ๑๖ ขุมก่อนดังนี้
ไพตรณีนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
โลภอยากได้ของของผู้อื่น ชิงเอาทรัพย์สินผู้อื่น
โทษที่ได้รับ
ถูกอาวุธมีคมซึ่งเป็นเหล็กเผาไฟจนร้อนทำร้ายจนต้องหนีลงแม่น้ำชื่อไพตรณี ซึ่งในน้ำมีขวากเหล็กกวาดไปมาทำให้ตัวขาดเป็นท่อน ๆ ห้อยร่องแร่งแล้วมีไฟมาเผาจนไหม้ เมื่อหล่นลงไปจะมีบัวเหล็กร้อนจนมีเปลวไฟลุกคอยเผาไหม้ และเมื่อหล่นลึกลงไปอีกก็จะเจอน้ำเค็มที่จะกัดดบาดแผลให้ปวดแสบแสนสาหัส ใต้น้ำเค็มนั้นยังมีมีดคมร้อนเป็นไฟทั้งบาดทั้งเผาให้เนิ้อตัวขาดวิ่น
สุนักขนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
กล่าวคำหยาบคำร้ายต่อพ่อแม่ สมณพราหาณ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ ครูบาอาจารย์
โทษที่ได้รับ
มีฝูงหมาตัวโตเท่าช้าง และฝูงแร้งกาตัวโตเท่าเกวียนซึ่งมีปากและเล็บลุกเป็นไฟ รุมเข้ากัดจิกฉีกอกและร่างกายออกเป็นชิ้นๆ
โสรชตินรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
กล่าวร้ายแก่ผู้มีศีล
โทษที่ได้รับ
มียมบาลถือฆ้อนเหล็กใหญ่ขนาดเท่าต้นตาลไล่ตี ให้วิ่งหนีวนอยู่บนแผ่นเหล็กแดงที่ลุกเป็นไฟอยู่ตลอดเวลาจนร่างกายถูกเผาเป็นจุณ แล้วก็ฟื้นคืนมาใหม่เพื่อมารับโทษวนเวียนไปเช่นนี้เรื่อยๆ
อังคารกาสุมนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ชักชวนผู้อื่นมาทำบุญแล้วเอาเงินนั้นมาเป็นของตน ไม่ได้เอาไปทำบุญจริง
โทษที่ได้รับ
มียมบาล ใช้หอกดาบและฆ้อนเหล็กที่เผาจนลุกเป็นไฟไล่แทงให้ตกลงไปในหลุมถ่านไฟขนาดใหญ่ และมียมบาลอีกพวกหนึ่งใช้จอบตักถ่านมาราดรดลงบนตัวจนร่างไหม้เกรียมและตายไป และฟื้นขึ้นมารับโทษเช่นเดิมวนเวียนไปเช่นนี้เรื่อยๆ
โลหกุมภีนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ตีหรือทำร้ายพระสงฆ์ สมณะพราหมณ์ผู้ทรงศีล
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลจับเท้าสองข้างหย่อนหัวลงไปในหม้อโลหะใบใหญ่ที่มีเหล็กหลอมละลายเป็นน้ำเชื่อมอยู่ข้างใน เจ็บปวดจนต้องดิ้นนทุรนนทุรายอยู่อย่างนั้นนานแสนนาน
โลหกุมภนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ทำบาปด้วยการฆ่าสัตว์ เชือดคอสัตว์
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลเอาเชือกเหล็กที่ร้อนแดงเป็นไฟไล่กระหวัดรัดคอแล้วบิดจนคอขาด จากนั้นยมบาลจะเอาหัวไปทอดในหม้อเหล็กแดงใหญ่ขนาดเท่าภูเขาจนตาย จากนั้นก็จะฟื้นคืนกลับมารับโทษเช่นเดิมวนเวียนไปเรื่อยๆ
ถูสปลาจนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
เอาข้าวลีบ แกลบ ฟาง ไปปนกับข้าวดีเพื่อเอาไปขาย ขายผลไม้เน่า และเอาของค้างของเสียมาหลอกขายปนกับของดี
โทษที่ได้รับ
ถูกทำให้หิวน้ำ จึงต้องวิ่งผ่านแผ่นเหล็กแดงร้อนเพื่อไปยังแม่น้ำและก้มกินน้ำด้วยความกระหาย แต่น้ำนั้นกลายเป็นข้าวลีบและและแกลบที่ติดไฟ เมื่อกินลงไปไฟจึงลุกท่วมทั้งท้องและพุ่งออกทางทวารหนัก เมื่อวิ่งหนีไปหาแผ่นเหล็กก็รู้สึกร้อนจนต้องกลับมากินน้ำและถูกไฟครอกท้องอีกเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ
ลคติหสลนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ลักขโมยเอาของคนอื่น กล่าวร้ายผู้อื่น หลอกให้เจ้าทรัพย์อ่อนแรงแล้วยึดเอาของที่เขาไม่ได้ให้
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลถือหอกและเหล็กแหลมยืนล้อมรอบแล้วช่วยกันทิ่มแทงจนแหลกละเอียด จากนั้นก็จะฟื้นขึ้นมารับโทษเช่นเดิมอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
สีลกัตตนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ฆ่าปลาเอามาแล่ขายกลางตลาด
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลเอาเชือกเหล็กที่เผาจนร้อนแดงมาคล้องคอแล้วลากไปทอดบนแผ่นเหล็ก จากนั้นเอาหอกและเหล็กทิ่มแทงแล้วฟันด้วยพร้า แล่เนื้ออกเป็นชิ้น ๆ เหมือนเนื้อปลาที่เคยแล่ขาย จากนั้นจะกลับคืนฟื้นขึ้นใหม่มารับโทษเช่นเดิมอีกวนเวียนไปเรื่อยๆ
โมราปมิลหนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
เจ้าเมืองหรือผู้ปกครองที่เรียกเก็บภาษีอากรจากราษฎรมากเกินไป หรือลงโทษต่ด่าว่าร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างทารุณ
โทษที่ได้รับ
ถูกทำให้หิวโหยและต้องตักกินสิ่งโสโครก อุจจาระ และของเน่าเหม็น ซึ่งลอยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ ส่งกลิ่นเหม็นไกลเป็นร้อยโยชน์
โลหิตบุพนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ทำร้ายพ่อแม่ พระสงฆ์ ผู้มีบุญคุณแก่ตน และผู้มีศีล
โทษที่ได้รับ
ถูกทำให้หิวโหยและต้องไปตักกินเลือดหนองน่ารังเกียจซึ่งอยู่รวมกันอยู่เป็นแม่น้ำสายใหญ่ พอเลือดและหนองตกถึงท้องก็จะะกลายเป็นไฟลุกไหม้ในท้องจนถึงทวารหนัก
โลหพลิสนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ซื้อของเขาแล้วโกง ให้เงินไม่ครบ ไม่ได้จ่ายแล้วบอกว่าจ่าย หยิบของเกิน ชั่งของเกิน ตั้งใจเอาเปรียบพ่อค้าแม่ค้า
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลเอาคีมเหล็กดึงลิ้นออกมาแล้วเกี่ยวไว้กับเบ็ดคันใหญ่เท่าลำตาลที่ร้อนเป็นำฟลุกแดงอยู่ตลอดเวลา แล้วลากให้กลิ้งไปมาบนแผ่นเหล็กร้อนและถูกไฟไหม้ไปทั้งตัว จากนั้นยมบาลก็จะเอาหนังออกมาแผ่ เจ็บปวดแสนสาหัสจนสั่นระริกไปทั้งตัวดังปลาที่ถูกจับหักคอ
สังฆาฏนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ผู้ทำผิดศีลข้อ ๓ คือประพฤติผิดในกาม ชายหรือหญิงที่เป็นชู้กับภรรยาหรือสามีชาวบ้าน
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลเอาหอกทิ่มแทงทั่วทั้งตัวจนเลือดและน้ำหนองไหลทั้งร่าง แต่ร่างกายท่อนล่างนั้นถูกฝังไว้กับแผ่นเหล็กแดงร้อน ยกมือขึ้นเหนือหัวร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด แล้วยังถูกลูกเหล็กขนาดใหญ่เท่าภูเขา ๒ ลูก กลิ้งลงมาหนีบจนลีบแบนเหมือนอ้อยที่ถูกหีบ สิ้นใจตายแล้วฟื้นคืนกลับมารับโทษเช่นเดิมวนเวียนไปเรื่อยๆ
วสิรนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ทำผิดศีลข้อ ๓ คือประพฤติผิดในกาม เช่นเดียวกับในสังฆาฏนรก
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลจับเท้าทั้งสองข้าง หย่อนหัวลง แล้วเอาฆ้อนเหล็กที่เผาไฟจนร้อนทุบจนแหลกไปทั้งตัว
โลหฉิมพลีนรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ชายที่เป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น หญิงที่มีชู้และประพฤติผิดทำนองคลองธรรมในเรื่องกามารมณ์ ผิดศีลข้อ ๓ เช่นเดียวกับในสังฆาฏนรก
โทษที่ได้รับ
อยู่บนต้นงิ้วที่มีมากเป็นดงป่า ต้นงิ้วแต่ละต้นสูงใหญ่ มีหนามยาวรอบต้น หนามนั้นยาวถึง ๑๖ นิ้ว และเป็นเหล็กติดไฟแดงอยู่ตลอดเวลา ชายกับหญิงที่เป็นชู้กันจะอยู่คนละด้าน หรือถ้าคนใดคนหนึ่งอยู่บนยอดอีกคนหนึ่งจะอยู่ที่โคน ถูกยมบาลเอาหอกดาบ แหลนหลาวที่ร้อนจากการเผาไฟมาทิ่มแทงเท้าให้ปีนขึ้นไปหาคู่ชู้ ถูกคมหนามทิ่มแทงเนื้อตัวจนฉีกขาดและยังถูกไฟไหม้ทั่วทั้งตัว พอใกล้ถึงยอดก็จะเห็นว่าคู้ชู้นั้นกลับลงมาอยู่ที่โคน ผู้อยู่ที่โคนก็จะถูกยมบาลทิ่มแทงให้ต้องเป็นฝ่ายปีนขึ้นไปบ้าง แต่จะไม่มีทางได้ไปถึงตัวกัน วนเวียนอยู่เช่นนี้เรื่อยไป
มิจฉาทิฏฐินรก
ลักษณะบาปกรรมที่เคยกระทำ
ผู้ที่มีมิจฉาทิฏฐิ คือ กระทำแต่บาปกรรมไม่เคยทำบุญ
โทษที่ได้รับ
ถูกยมบาลถือหอกดาบแหลนหลาวและอาวุธมีคมทั้งหลาย รวมทั้งฆ้อนเหล็กที่ถูกเผาจนลุกเป็นไฟ ทุบ ตี ฟัน ฆ่า อยู่ตลอดเวลา ให้ได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างไม่มีหยุดพัก






