ปลื้มสุดหัวใจ!! พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์ พลทหารลูกครึ่งแต่หัวใจไทย 1ใน441พลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีพระบรมศพ (รายละเอียด)

ติดตามต่อที่ http://www.tnews.co.th/

พลทหาร ลูกครึ่ง แต่ “หัวใจไทย” เกินร้อย! ปลื้มสุดหัวใจ ได้เป็น 1ใน441″พลฉุดชักราชรถ” พระบรมศพ “ในหลวง ร.9″ อยู่ ไอร์แลนด์ มาตั้งแต่9 ขวบ พอได้มาเที่ยว เมืองไทย ปุ๊ป …พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์” ก็บอกตัวเองเลยว่า ฉันจะกลับมาอยู่เมืองไทย ด้วยเพราะ รักประเพณี วัฒนธรรม คนไทย…..เมื่อถึงอายุเกณฑ์ทหาร พลทหารเบ้นซ์ จึง มุ่งหน้ามาเมืองไทย ขอสมัครใจเป็นทหาร โดยไม่ใช้ วุฒิการศึกษา ที่จบ ไฮสคูล และกำลังเรียนต่ออยู่แต่อย่างใด ขอสมัครเป็นพลทหาร 2 ปีเต็ม วันนี้ พลทหารเบ้นซ์ เป็นทหาร ที่กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทบ.ลพบุรี มาแล้ว1 ปี เหลือ อีก1ปี ยังรักการเป็นทหารที่สำคัญ วันนี้ เขาเป็น1ใน ทหาร 441 นาย ที่ได้รับการคัดเลือก จากที่สมัครใจ มาเป็น “พลฉุดชักลากราชรถ” พระบรมศพในหลวง ร.9 ที่ ถือว่าเป็นเกียรติแก่ตนเอง ครอบครัว และถวายพระเกียรติ ครั้งหนึ่งในชีวิตของพลทหาร
“ผมรักเมืองไทย มาก มาเป็นทหาร นี่ก็ถือว่า ได้ช่วยประเทศไทย และได้กลับมาอยู่ประเทศไทยด้วย” เพราะพลทหารเบ้นซ์ เกิดบนแผ่นดินไทย ก่อนที่จะไปเติบโต ที่ไอร์แลนด์ เรียกได้ว่า กลับมาตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด ด้วยนั่นเองพลทหารเบ้นซ์ แม้จะพูดไทย ไม่ชัดเจนมากนัก. แต่ หัวใจ และสายเลือด ไทย เกินร้อย….สุดยอด

ปลื้มสุดหัวใจ!! พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์ พลทหารลูกครึ่งแต่หัวใจไทย 1ใน441พลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีพระบรมศพ (รายละเอียด)

กรมสรรพวุธทหารบก ได้มอบให้โรงเรียนทหารสรรพวุธ กรมสรรพาวุธ รับผิดชอบในส่วนของขบวนพระอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งภาระกิจสำคัญนี้ จะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมแรง ร่วมใจ ความเสียสละ ตนขอให้ครูฝึกทุกคน ตั้งใจถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เข้ารับการฝึก ให้สามารถปฏิบัติตามท่าฝึกต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แข็งแรง และพร้อมเพรียงกันเพื่อให้การปฏิบัติในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นไปด้วยความสง่างามและสมพระเกียรติ ขอให้ทุกคนภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญนี้ เพื่อเป็นการตอบพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ปลื้มสุดหัวใจ!! พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์ พลทหารลูกครึ่งแต่หัวใจไทย 1ใน441พลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีพระบรมศพ (รายละเอียด)

พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี ประจำตำแหน่งธุรการและกำลังพล สังกัดกองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ (กรสย.) ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพวุธ (ศซส.) กรมสรรพาวุธทหารบก ในฐานะหัวหน้าครูฝึกพลฉุดชักราชรถ กล่าวว่า กรมสรรพวุธทหารบก รับผิดชอบขบวนพระอิสริยยศ ริ้วขบวนที่2 จากริ้มขบวนทั้งหมด 6 ริ้วซึ่งจะรับหน้าที่อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ จากพระยานมาศสามลำคานจากริ้วขบวนที่ตรงบริเวณหน้าวัดพระเชตุพนไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
โดยในครั้งนี้เป็นการฝึกครูฝึกพลฉุดชัก ทั้งหมด 20 ราย เพื่อทำหน้าที่ฝึกหัดพลทหารที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพลฉุดชัก โดยเบื้องต้นในส่วนของริ้วขบวนที่2 จะมีพลฉุดชักรวม 329 นาย แบ่งเป็น พลฉุดชักราชรถน้อยหรือราชรถพระนำ 78 นาย พลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ 221 นาย กำลังพลเสริม 30 นาย

ปลื้มสุดหัวใจ!! พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์ พลทหารลูกครึ่งแต่หัวใจไทย 1ใน441พลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีพระบรมศพ (รายละเอียด)

นอกจากนี้ยังมีส่วน เจ้าหน้าที่ประจำเกรินบันไดนาค อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ พระดิษฐานขึ้นสู่พระมหาพิชัยราชรถ จำนวน 1 ชุด ชุดละ 40 นาย และอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ลงจากพระมหาพิชัยราชรถ จำนวน 40 นาย เพื่อเข้าสู่ริ้วขบวนที่3 อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ เพื่ออัญเชิญเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ 3 รอบ พลสำรองประจำเกรินบันไดนาค 10 นาย ช่างซ่อมฉุกเฉิน 20 นาย
ทั้งนี้คุณสมบัติของพลทหารที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นพลฉุดลากนั้น จะต้องมีส่วนสูง 170 เซนติเมตร อายุไม่เกิน 48 ปี ดัชนีมวลกายรวมอยู่ที่ 18-24 ซึ่งจะต้องไม่อ้วนหรือผอมเกินไป รวมถึงจะต้องไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกและจะประกาศผลต่อไป

ปลื้มสุดหัวใจ!! พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์ พลทหารลูกครึ่งแต่หัวใจไทย 1ใน441พลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีพระบรมศพ (รายละเอียด)

พ.ต.สิทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า การฝึกครูฝึกพลฉุกชัก จะใช้เวลา ประมาณ 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม หลังจากนั้นครูฝึกเหล่านี้จะลงไปฝึกพลทหารที่ผ่านการคัดเลือกเป็นพลฉุดชักโดยแบ่งเป็นฝึกในพื้นที่กรมสรรพวุธทหารบก และไปฝึกที่หน่วยขึ้นตรงของกรมสรรพวุธทหารบก ในพื้นที่จ.สระบุรี

โดยจะมีทั้งหมด 7 ท่า ได้แก่ 1.ท่าตรง 2.ท่าพัก 3.ท่าหันอยู่กับที่ 4.ท่าถวายบังคม 5.ท่าหยิบเชือกและวางเชือก 6.ท่าเดินปกติและท่าหยุด 7.เดินตามจังหวะเพลงพญาโศกลอยลมและท่าหยุด
โดยในส่วนพลฉุดชัก จังหวะการเดินจะต่างจากกองเกียรติยศและทหารนำเล็กน้อย เนื่องจากพลฉุกชัดต้องรับน้ำหนักพระมหาพิชัยราชรถ ที่มีน้ำหนักถึง 14 ตัน ของท่าตรงจะต่างจากท่าปกติโดยให้พลฉุดชักยืนก้มหน้า สงบและสำรวม เน้นความเป็นระเบียบและพร้อมเพรียง และกำหนดระยะความยาวของก้าวให้สั้นลง เพื่อให้ระยะเวลาในการเดินไปยังพระเมรุมาศยาวขึ้น

ปลื้มสุดหัวใจ!! พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์ พลทหารลูกครึ่งแต่หัวใจไทย 1ใน441พลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีพระบรมศพ (รายละเอียด)

 

“ท่าทางต่างๆมีการศึกษาต้นแบบจากเอกสารของสำนักพระราชวัง และเพิ่มเติมท่าของทหารเพื่อความพร้อมเพรียงและสวยงาม ส่วนครูฝึกพลฉุดชักลากครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นครูฝึกทหารและเคยผ่านงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ มาแล้ว ซึ่งในส่วนของผมเอง เคยร่วมเป็นพลฉุดชักในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เมื่อปี 2528 จากนั้นมีโอกาสเป็นครูฝึกสมัยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปี2539 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปี2551 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ และเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เมื่อปี2555 ส่วนในครั้งนี้ผมไม่ได้เข้าร่วมในริ้วขบวนแต่จะทำหน้าที่ในการกำกับภาพรวม ครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่คนไทยทั้งประเทศโศกเศร้าและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งผมก็ตั้งใจจะทำหน้าที่ถวายพระเกียรติสูงสุดให้แก่ในหลวงรัชกาลที่ 9”พ.ต.สิทธิศักดิ์กล่าว

ปลื้มสุดหัวใจ!! พลทหารเบ้นซ์ วรเดช จูตะกานนท์ พลทหารลูกครึ่งแต่หัวใจไทย 1ใน441พลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีพระบรมศพ (รายละเอียด)

ขอบคุณที่มา: เฟสบุ๊ค Wassana Nanuam