๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์   http://panyayan.tnews.co.th

๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”

๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”

     เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เป็นวันที่เริ่มเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “พฤษภาทมิฬ (Black May)” เมื่อนักศึกษาและประชาชนราว 500,000 คนร่วมชุมนุมที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 15.00 น. เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเหตุการณ์รุกลามใหญ่โต แต่ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ หลังจากการที่พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ นำ พล.ต. จำลอง และ พล.อ. สุจินดา เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สงบลงอย่างรวดเร็ว จนต่างประเทศยังแปลกใจ

๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :บุญญาบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙!! พระบารมีแผ่ถึงฝนฟ้า...นำพาความร่มเย็นมาให้ประชาชน!!

๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”
     ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐น.ของวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ประฃาฃนและเหล่านักศึกษาราว ๕๐๐,๐๐๐ ตนได้เริ่มชุมนุมที่ท้องสนามหลวง เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งเวลา ๒๑.๐๐ น. เริ่มเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกเจ้าหน้าตำรวจและทหารสกัดกั้นไว้ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งผู้ชุมนุมเรียกกันว่า "กำแพงเบอร์ลิน" ผู้ชุมนุมพยายามขอร้องเจ้าหน้าที่ให้เปิดทางแต่ได้รับการปฏิเสธ บางส่วนจึงเริ่มรื้อรั้วลวดหนาม เจ้าหน้าที่รัฐจึงใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเข้าใส่จนน้ำหมด แล้วสูบน้ำจากคลองรอบกรุงซึ่งเป็นน้ำเน่าเหม็นฉีดใส่ฝูงชน จากนั้นก็ได้เกิดความโกลาหล ผู้ชุมนุมตอบโต้กันด้วยการขว้างปาสิ่งของใส่ เจ้าหน้าที่จึงตอบโต้ด้วยการทุบตีทำร้ายประชาชน ต่อมาเวลา ๐๐.๐๐  น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม รัฐบาลจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังจากนั้นได้มีกลุ่มชายหัวเกรียนสวมเสื้อเกราะในราชการสงคราม บุกเข้าทำลายและเผา สน. นางเลิ้ง โดยรัฐบาลได้ระบุว่าเป็นฝีมือของนักศึกษารามคำแหงและธรรมศาสตร์ รัฐบาลจึงตัดสินใจใช้แผนไพรีพินาศขั้นที่ ๓ คือปราบปรามขั้นเด็ดขาด เวลา ๑๕.๐๐ น. ทหารและตำรวจกว่า ๖,๐๐๐ คนพร้อมรถถังและรถหุ้มเกราะได้เข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ โดยเรียงหน้าระดมยิงผู้ชุมนุมไล่ไปจนถึงกรมประชาสัมพันธ์และโรงแรมรัตนโกสินทร์ เป็นเหตุให้มีนักศึกษาและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายร้อยคน สูญหายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เช้าวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ภาพดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก ผู้รอดชีวิตบางส่วนจึงย้ายไปชุมนุมต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ช่วงค่ำกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศเคอร์ฟิวส์ ห้ามประชาชนออกจากบ้านในเวลา ๒๑.๐๐ - ๒๔.๐๐ น. แต่กลุ่มผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยรามคำแหงยังคงปักหลักและเพิ่มจำนวนขึ้นกว่าแสนคน 

๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :ในหลวงรัชกาลที่ ๙" ทรงถามถึง "อดีตชาติ" ของพระองค์!!! กับหลวงพ่อเกษม ท่านถวายคำพยากรณ์ไว้เช่นไร มาดูคำตอบ

๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”
     จนกระทั่งเวลา ๒๓.๓๐ น.ของวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕  โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้แพร่ภาพ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ นำ พล.ต. จำลอง และ พล.อ. สุจินดา เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของประชาชน วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พล.อ. สุจินดาได้ออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรมให้แก่ตนเอง วันต่อมาได้ประกาศลาออก จากนั้นได้ลี้ภัยไปต่างประเทศระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยตามปรกติ ตราบจนทุกวันนี้และเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ (Black May)” ที่ได้สงบลงในเวลารวดเร็วสามารถหยุดการล้มตายของประชาชนชางไทยในครั้งนั้น ต้องถือได้ว่าเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงพระเมตตา ทรงยุติเหตุการณ์ร้ายในครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้แม้แต่น่าประเทศที่ทราบข่าวนี้ยังแปลใจ

๑๗ พ.ค. ครบรอบ ๒๕ปี วันเริ่มต้นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สามารถจบได้ในคืนเดียวด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย”
ที่มา : guru.sanook.com
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ตรัสตอบสัมภาษณ์เรื่อง"พระมหากษัตริย์" ที่ใครได้ยินต้องบอกคำเดียวว่า "ขอพระองค์ทรงพระเจิญ"
ข่าวโดย :  กิตติ จิตรพรหม ทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์