- 26 พ.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
พระบรมฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระปิยมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถในพระองค์ที่เราได้นำมาให้ชมกันเกี่ยวข้องกันกับเรื่องราวอันน่าสนใจของช่างภาพนาม "โรเบิร์ต เลนซ์ ช่างถ่ายรูปชาวเยอรมัน กับ "สยาม"
เมื่อการถ่ายรูปเริ่มเป็นที่นิยมในราชสำนักสยามอย่างมากในรัชกาลที่ ๕ จนแพร่หลายไปถึงขุนนาง ข้าราชการคนสำคัญในแผ่นดิน ในปี พ.ศ. ๒๔๓๗ โรเบิร์ต เลนซ์ ซึ่งได้ตั้งร้านถ่ายรูปอยู่ที่สิงคโปร์ จึงได้ตัดสินใจพาคณะเข้ามารับจ้างถ่ายรูปในเมืองไทยเป็นการชั่วคราวที่บริเวณถนนโรงแรมโอเรียนเต็ล และในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ เลนซ์และบริษัทจึงได้เข้ามาตั้งร้านถ่ายรูปถาวรที่หัวมุมถนนเจริญกรุงตัดกับถนนตีทอง ซึ่งถือเป็นสาขาของร้านที่เมืองสิงคโปร์ เป็นที่ฮืออาในสมัยนั้นมาก เพราะร้านของเลนซ์มีกล้องและอุปกรณ์การถ่ายรูปที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาและจัดห้องภาพอย่างหรูหราทันสมัย
ร้านโรเบิร์ต เลนซ์ ประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจการมาก และเป็นห้างที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในขณะนั้น มีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก มีทั้งพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง ชาวต่างประเทศ และพ่อค้าคหบดี เลนซ์ถ่ายรูปบุคคลต่างๆ ด้วยฝีมืออันยอดเยี่ยม ใช้ฉากประกอบที่ประณีต สวยงาม เทียบระดับได้กับห้องภาพชั้นหนึ่งของยุโรป นอกจากนั้น เลนซ์ยังถ่ายภาพทิวทัศน์ สภาพบ้านเมือง การดำเนินชีวิตของผู้คนในสมัยรัชกาลที่ ๕ หลายแง่มุม รวมทั้งจำหน่ายอุปกรณ์การถ่ายรูป เช่น กล้องถ่ายรูป อัลบั้ม กรอบรูป กระจก น้ำยาล้างรูป รวมทั้งบัตรอวยพร โปสการ์ด และรูปถ่ายต่างๆ ฯลฯ
เหตุการณ์สำคัญในชีวิตช่างถายภาพผู้นี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสสิงคโปร์และชวา เป็นครั้งที่ ๒ ในคราวนั้นทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปถ่ายรูปที่ร้านของโรเบิร์ต เลนซ์ ในสิงคโปร์ ดังปรากฏในบันทึกพระราชกิจรายวันของพระองค์ ในหนังสือ “ระยะทางเที่ยวชวากว่าสองเดือน” ความตอนหนึ่งว่า
“...วันนี้เป็นวันอาทิตย์ อยากใคร่นอนเสียจริงๆ แต่ไม่สำเร็จ กลับต้องตื่นเช้ากว่าทุกวันอิก เพราะวันข้างน่าไม่มีพอ ต้องไปถ่ายรูปที่มิสเตอร์เลนส์ ร้อนจนเกือบคลั่ง ได้ไปถึงสามโมงเศษ หาวนอนเป็นกำลัง เที่ยงแล้วจึงได้ไปกินข้าวกลางวันที่คลับ...”
หลังจากนั้น เลนซ์จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราแผ่นดินเป็นเกียรติยศ เช่นเดียวกับช่างถ่ายรูปหลวงหลายคนที่เคยได้รับ และได้ดำเนินกิจการในเมืองไทยเป็นเวลานาน จนร้านของเขาได้รับการยอมรับและเชื่อถือมากในฐานะที่ทำงานได้ประณีต สวยงาม จึงไม่น่าแปลกในเลยทีก่อนเปิดให้บริการห้องภาพ เลนซ์ได้ติดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ที่นับว่าเป็นของใหม่ (ควรเห่อ) ของชาวสยามในเวลานั้นให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ภายในห้องรับรองของร้าน จนเป็นที่สนใจของคนที่สัญจรไปมา ซึ่งก็คือพระบรมฉายาลักษณ์ที่เาได้นำมาให้ชมกันนี้นี่เอง นอกจากนั้นยังได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์บางกอกไทม์นานนับเดือน
เมื่อดำเนินกิจการในเมืองไทยได้ ๑๐ ปี เลนซ์ได้ขายกิจการร้านถ่ายรูปให้นายอีมิล กรูต (Emil Groote) และนายซี ปรุส (C. Pruss) ในปี พ.ศ. ๑๔๔๙ ซึ่งทั้งสองได้ดำเนินกิจการเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ร้านถ่ายรูปโรเบิร์ต เลนซ์ จึงถูกรัฐบาลสยามเข้ายึดทรัพย์เพราะเป็นร้านของคนเยอรมัน จึงปิดกิจการลงโดยปริยาย ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๖๑ รัฐบาลสยามจึงเข้ามาบริหารงานเป็นร้านถ่ายรูปหลวง ในชื่อร้าน "ห้องภาพฉายานรสิงห์" ที่เป็นที่รู้กจักกันในชาวสยามชั้นหลังมานี้นั่นเอง ร้านนี้เลิกกิจการไปในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ทั้งร้านถ่ายรูปโรเบิร์ต เลนซ์ และห้องฉายานรสิงห์ ได้ฉายพระรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านาย ขุนนางของไทยเอาไว้เป็นจำนวนมาก ภาพเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพดีเยี่ยมเทียบเท่าระดับสากล นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ล้ำค่าของไทย
ซึ่งภาพถ่ายของเลนซ์ อันทรงคุณค่าในฐานะเครื่องบันทึกประวัติศาสตร์ของสยามนอกเหนือจากพระบรมฉายาลักษณ์ที่เราได้นำมาให้ชมกันในวันนี้ ได้จัดแสดงต้นฉบับจริงจากชุดสะสมส่วนบุคคลของเจ้าของสถานที่ ที่ได้นำกลับมาจากต่างประเทศ พร้อมภาพอัดขยายใหญ่ในรายละเอียดชัดเจนด้วยเทคนิคแบบ Fine Art เพื่อให้ทุกท่านได้ชมและสัมผัสกับหน้าประวัติศาสตร์สยามที่หายไป ในนิทรรศการพิเศษ “๑๒๐ ปี โรเบิร์ต เลนซ์ (Robert Lenz) และห้องภาพในสยาม” ณ เรือน อนุรักษ์ โกษา ของ Villa Musée Khaoyai,Thailand
พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ชม "เรือนประเสนชิต" เรือนไม้สักทองสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๘ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมป์ ซึ่งจัดแสดงเครื่องเรือน ศาสตราวุธ ของประดับ และเอกสารโบราณร่วมสมัย (รัชกาลที่ ๕-๖)
ชมอาคารประวัติศาสตร์และภาพเก่าเล่าเรื่องจากมุมกล้องของโรเบิร์ต เลนซ์ รวมทั้งจิบชายามบ่าย (Afternoon Tea Set) ในบรรยากาศสุดแสนคลาสสิก ณ เรือนอนุรักษ์โกษา อาคารชิโนโปรตุกีสที่มีมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์อันโดดเด่นอีกแขนงหนึ่งของสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียนในแถบอุษาคเนย์ที่วิลล่า มูเซ่ หมู่เรือนไทยโบราณท่ามกลางธรรมชาติของเขาใหญ่ได้ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ - ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเข้าชมได้ที่หมายเลข ๐๖๓-๒๒๕-๑๕๕๕
ที่มาจาก : เพจ Siam Renaissance






