"ปลาร้องไห้ ที่สายบุรี จะต้องหาทางแก้ไข" ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ จากวันนั้นจึงทำให้ไม่ต้องมีทั้ง “ปลาและคน” ร้องไห้อีกต่อไป

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์   http://panyayan.tnews.co.th

"ปลาร้องไห้ ที่สายบุรี จะต้องหาทางแก้ไข" ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ จากวันนั้นจึงทำให้ไม่ต้องมีทั้ง “ปลาและคน” ร้องไห้อีกต่อไป

"ปลาร้องไห้ ที่สายบุรี จะต้องหาทางแก้ไข" ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ จากวันนั้นจึงทำให้ไม่ต้องมีทั้ง “ปลาและคน” ร้องไห้อีกต่อไป

ครั้งหนึ่งนักข่าวสัญชาติอังกฤษซักถามเกี่ยวกับการเสด็จมาทรงงานในพื้นที่ชายแดนของประเทศ ด้วยถ้อยคำซักไซ้ทีเล่นทีจริงที่ว่า
“เสด็จมาทำอะไรกัน มีทหารล้อมหน้าล้อมหลัง จะมาสู้กับคอมมิวนิสต์หรือ” 
องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งตอบไปว่า
“พวกเรามาอยู่ที่นี่ ก็เพราะที่นี่ขาดน้ำทำกิน เรามาสู้กับความยากจนนานาประการ เพื่อให้คนไทย เป็นไทแก่ตนอย่างแท้จริง ให้เหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตยที่ท่านทั้งหลายก็สนับสนุนอยู่มิใช่หรือ”

พระราชกระแสรับสั่งของพระองค์ในขณะนั้นสะท้อนให้เห็นว่า กษัตริย์ผู้ทรงงานด้วยหัวใจอย่างสุดพระปรีชาสามารถผู้นี้ ไม่เคยมองผู้ใดเป็นศัตรูเลย มีเพียง “ความยากจน” เท่านั้นที่พระองค์ทรงต้องการต่อสู้และเอาชนะให้ได้ เพื่อพสกนิกรและแผ่นดินที่เปรียบเหมือนชีวิตของพระองค์เอง

"ปลาร้องไห้ ที่สายบุรี จะต้องหาทางแก้ไข" ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ จากวันนั้นจึงทำให้ไม่ต้องมีทั้ง “ปลาและคน” ร้องไห้อีกต่อไป
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :มูลนิธิพระราชาห้ามเรี่ยไร ....ในหลวงร.9รับสั่ง อย่าเรี่ยไรเงิน เขาอาจไม่เต็มใจบริจาค ที่สุดพลังศรัทธาล้นหลาม

"ปลาร้องไห้ ที่สายบุรี จะต้องหาทางแก้ไข" ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ จากวันนั้นจึงทำให้ไม่ต้องมีทั้ง “ปลาและคน” ร้องไห้อีกต่อไป  
และในทุกก้าวย่างที่พระองค์ทรงฝากรอยพระบาทพระราชดำเนินไป ไม่เคยมีความยากลำบากใดเลยรอดพ้นพระเนตรพระกรรณไปได้ ด้วยทรงเอาใจใส่ในความทุกข์ยากของราษฎร แม้แต่เรื่องราวความเดือดร้อนของชาวบ้านตาดำๆ ยังถูกนำทูลเกล้าฯ เพื่อทรงแก้ไข ส่งให้เกิดเรื่องเล่าจากคราบน้ำตาแห่งความปลื้มปีติขึ้นอย่างมากมาย เช่นเดียวกับอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่เรียกกันว่า “ปลาร้องไห้...ที่สายบุรี” เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนในเขตพื้นที่พัฒนาพรุแฆแฆ จ.ปัตตานี
ในครั้งนั้นมีราษฎร์คนหนึ่งชื่อ นายอูเซ็ง ชาวบ้านผู้เลี้ยงปลากะพงเพื่อยังชีพ ตั้งใจอยู่รอรับเสด็จ เพื่อถวายภาพถ่ายปลาในกระชังลอยตายเต็มแพนับหมื่นตัว เนื่องจากปัญหาการปล่อยน้ำเปรี้ยวจากพรุพาเจาะ ที่ไหลผ่านกระชังบริเวณนั้นก่อนลงทะเล เป็นเหตุให้ปลาขาดออกซิเจนและตายเป็นจำนวนมาก 
ในขณะที่นายอูเซ็งถวายคำอธิบายไปก็ร้องไห้ไป ด้วยไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร มองไม่เห็นหนทางทำกินจนต้องขอพึ่งพระบารมี ในหลวงทรงทอดพระเนตรเห็นอาการสะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆ ของเขาก็ทรงเห็นใจ จึงตรัสด้วยพระราชอารมณ์ขันด้วยประโยคสั้นๆ ว่า

"...ปลาร้องไห้ จะต้องหาทางแก้ไข..." 

จากนั้นพระองค์ทรงเปิดแผนที่เพื่อทอดพระเนตรต้นเหตุของปัญหา เพื่อชี้ให้เห็นว่าเส้นทางปล่อยน้ำเปรี้ยวจากพรุบาเจาะ ปล่อยน้ำผ่านแม่น้ำกอตอซึ่งเป็นจุดที่เลี้ยงปลากะพงบริเวณจุดเกิดเหตุนี้อย่างไร ทรงศึกษาหาวิธีป้องกันการปล่อยน้ำเปรี้ยวลงจุดเดิมอย่างจริงจัง พร้อมทั้งทรงมอบหมายให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบวางแผนระยะยาว ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์จากวันนั้น จึงทำให้นายอูเซ็งและชาวบ้านอีกหลายหลังคาเรือน ไม่ต้องมีทั้ง “ปลา” และ “คน” ร้องไห้อีกต่อไป

"ปลาร้องไห้ ที่สายบุรี จะต้องหาทางแก้ไข" ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ จากวันนั้นจึงทำให้ไม่ต้องมีทั้ง “ปลาและคน” ร้องไห้อีกต่อไป
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :"เมื่อในหลวงร.9ทรงทำสงคราม กับตัวยึกยือ" เรื่องราวที่พสกนิกรชาวไทยต้องอ่าน! ให้รู้ว่าพระองค์ท่านทรงรักและเสียสละเพื่อพสกนิกรไทยมากเพียงใด

"ปลาร้องไห้ ที่สายบุรี จะต้องหาทางแก้ไข" ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ จากวันนั้นจึงทำให้ไม่ต้องมีทั้ง “ปลาและคน” ร้องไห้อีกต่อไป
แม้ในวันที่พระองค์ไม่อาจเสด็จไปเยี่ยมเยือนประชาชนเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขได้เหมือนเคย แต่พระราชดำริของพระองค์ที่ทรงคิดค้นเป็นศาสตร์แห่งการยังชีพเอาไว้ ก็ยังคงช่วยปลดหนี้และสร้างความอบอุ่นใจให้แก่ปวงชนชาวไทยตลอดมา โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ลืมตาอ้าปากได้เพราะ “ศาสตร์ของพระราชา”
"ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เลี้ยงทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่เลี้ยง หากเหลือส่งขาย" เพียงเริ่มปฏิบัติตามโมเดลเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ทรงฝากเอาไว้ให้เป็นมรดกแผ่นดิน จนลุงตี๋-สุรชัย แซ่จิวที่เป็น “ปราชญ์เกษตร” ที่ได้รับรางวัลกว่า 50 ครั้ง จึงพูดได้อย่างเต็มปากและเต็มใจว่า ที่ลืมตาอ้าปากและปลดหนี้ได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะพระบารมีของในหลวงของเราจึงสามารถปลดหนี้กว่าครึ่งล้านลงได้ภายในเวลาเพียง 3 ปี 
ที่มา : คุณธีรพจน์ หะยีอาแว ในพันทิพย์ .คอม และไลฟ์สไตท์ของผู้จัดการออนไลน์ 
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :ย้อนคลิปภาพพระมหากรุณาธิคุณ!! " ในหลวง รัชกาลที่ 9" เสด็จเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านชาวเลราไวย์ 10 มี.ค. 2502 .. ความทรงจำอันน่าอัศจรรย์ กับหยดน้ำตาชาวราไวย์ # พ่อหลวงไม่เคยทอดทิ้งเราจริงๆ (ชมคลิป)
ข่าวโดย :  กิตติ จิตรพรหม ทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์