- 08 มิ.ย. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
หลายคนสงสัยว่า ทำไมกระบวนอัญเชิญพระโกศพระบรมศพตั้งแต่ครั้งต้นกรุงจึงต้องเริ่มที่หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม คำตอบนั้น หากตอบแบบมีความกำปั้นทุบดินมาก ก็ตอบว่า ถนนจากหน้าวัดพระเชตุพนไปจนถึงพระเมรุมาศเป็นทางตรง ไม่มีทางเลี้ยวทางโค้งใดๆ และมีความกว้างขวาง มีความราบเรียบพอที่ราชรถจะเคลื่อนที่ไปได้โดยไม่ติดขัด
แต่เหตุใดจึงมีเส้นทางนี้เกิดขึ้น เส้นทางจากหน้าวัดพระเชตุพน ขึ้นไปทางท้องสนามไชย จรดทุ่งพระเมรุนั้น เป็นทางที่สงวนไว้ในกระบวนอิสริยยศต่างๆ ของบ้านเมืองมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกพระเมรุมาศ ซึ่งขาดกระบวนพระอิสริยยศไปไม่ได้เลย ในรูปถ่ายสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ถ่ายจากหอกลองชี้ให้เห็นว่า แต่ก่อนทางจากหน้าวัดพระเชตุพนเป็นทางขนาดใหญ่ มีอิฐวางตะแคงปูเรียงไปตลอดทาง ถือเป็นถนนพิเศษที่ใช้ในการสำคัญ มิใช่ถนนสัญจรทั่วไป ราชรถที่ใช้อัญเชิญพระบรมโกศ จึงเคลื่อนในเส้นทางนี้มาแต่ต้นกรุง โดยที่พระบรมโกศจะถูกเชิญมาจากพระราชวังด้วยพระยานมาศ ยังจุดที่ราชรถจอดรออยู่
อนึ่ง แต่ก่อนมา ราชรถที่ใช้ในกระบวนพระอิสริยยศเชิญพระบรมศพออกพระเมรุมาศ จะเลี้ยวไม่ได้ ล้อทั้งสี่อยู่ตำแหน่งตายตัว ต้องใช้พลองงัดเพื่อเลี้ยว กระทั่งมีการเสริมกลไกช่วงล่างของราชรถให้เลี้ยวได้ในสมัยรัชกาลที่ 6 ราชรถจึงสามารถเลี้ยวโค้งได้ถึงทุกวันนี้
พระมหาพิชัยราชรถ
เป็นราชรถที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2338 มีขนาดกว้าง 4.85 เมตร ความยาวรวมงอนรถ 18.00 เมตร (ความยาวเฉพาะตัวรถ 14.10 เมตร) สูง 11.20 เมตร น้ำหนัก 13.70 ตัน ปัจจุบันใช้กำลังพลฉุดชักจากกรมสรรพาวุธทหารบก 216 นาย เมื่อแรกสร้างนั้นโปรดให้สร้างขึ้นเป็นราชรถขนาดใหญ่ตามโบราณราชประเพณีที่เคยมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ในปี พ.ศ. 2339 หลังจากนั้นเมื่อสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2342 ก็โปรดให้อัญเชิญพระโกศทรงบนพระมหาพิชัยราชรถออกพระเมรุอีกครั้ง และนับจากนั้นพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศพระบรมศพพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี และพระบรมวงศ์ผู้ทรงศักดิ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าในสมัยต่อๆ มา
พระมหาพิชัยราชรถ ใช้ทรงพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เป็นพระองค์แรก และทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นพระองค์ล่าสุด จนถึงปัจจุบัน ได้มีการเชิญพระมหาพิชัยราชรถในงานพระบรมศพและพระศพต่างๆ แล้วจำนวน 23 ครั้ง (ไม่นับครั้งที่เชิญพระเวชยันตราชรถใช้งานแต่ให้ออกนามว่าพระมหาพิชัยราชรถในหมายกำหนดการ)
ภายหลังการเชิญออกประดิษฐานพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วก็มิได้เชิญออก แม้จะมีการบูรณปฏิสังขรณ์ด้วยการเพิ่มล้ออีก 1 ล้อ เพื่อรับน้ำหนัก และซ่อมแซมเพื่อความสวยงาม โดยมีการเชิญพระเวชยันตราชรถออกใช้การแทน แต่ให้ขนานนามราชรถตามหมายกำหนดการว่าพระมหาพิชัยราชรถ จนกระทั่งในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี พ.ศ. 2539 จึงได้มีการบูรณะพระมหาพิชัยราชรถครั้งใหญ่โดยกรมสรรพาวุธทหารบกและเชิญออกใช้การอีกครั้งหนึ่ง
หากช่วงใดพระมหาพิชัยราชรถเกิดเหตุขัดข้อง ก็จะมีการนำเอาเวชยันตรารถออกมาใช้แทน แต่เดิมราชรถองค์นี้จะใช้ในการพระศพสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า แต่ได้นำออกมาใช้แทนพระมหาพิชัยราชรถ ในพระราชพิธีพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และรัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ครั้งล่าสุดก็ได้ใช้ในการออกพระเมรุพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย ทางกรมศิลปากรก็เลยนำพระมหาพิชัยราชรถไปซ่อมปรับปรุงให้กลับสู่สภาพที่ใช้งานได้ จึงได้มีการใช้พระมหาพิชัยราชรถอีกครั้งในพิธีพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี พ.ศ.2539 พิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อปี พ.ศ.2551 และพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เมื่อปี พ.ศ.2555
การเชิญพระโกศพระบรมศพและพระศพ
พ.ศ. 2339 เชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
พ.ศ. 2342 เชิญพระโกศทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สมเด็จพระพี่นางเธอในรัชกาลที่ 1
พ.ศ. 2355 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1
พ.ศ. 2361 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์
พ.ศ. 2368 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2
พ.ศ. 2369 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1
พ.ศ. 2376 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ
พ.ศ. 2380 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระศรีสุลาไลย พระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ 3
พ.ศ. 2380 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 2
พ.ศ. 2382 เชิญพระโกศทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี พระมเหสีในรัชกาลที่ 2
พ.ศ. 2395 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3
พ.ศ. 2395 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ในรัชกาลที่ 4
พ.ศ. 2405 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 4
พ.ศ. 2409 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
พ.ศ. 2412 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
พ.ศ. 2424 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ในรัชกาลที่ 5
พ.ศ. 2429 เชิญพระโกศทรงพระศพกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล
พ.ศ. 2437 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร
พ.ศ. 2443 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร
พ.ศ. 2454 เชิญพระบรมโกศทรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
พ.ศ. 2539 เชิญพระบรมโกศประกอบพระราชอิสริยยศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า)
พ.ศ. 2551 เชิญพระโกศประกอบพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
พ.ศ. 2555 เชิญพระโกศทรงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
นอกจากนี้ พระมหาพิชัยราชรถยังเคยใช้เชิญพระโกศประกอบพระอิสริยยศของพระราชวงศ์ที่ไม่ได้ประทับในพระโกศ และจะได้เชิญออกใช้งานเชิญพระบรมโกศประกอบพระบรมราชอิสริยยศอีกครั้งในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทางราชการได้มีหมายกำหนดการให้วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง
ปัจจุบันพระมหาพิชัยราชรถได้เก็บรักษาไว้ ณ โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร
ที่มาจาก : จับเข่าเล่าประวัติศาสตร์
ขอบคุณคลิปจาก : One News
