- 16 มิ.ย. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
เป็นกระแสในโซเซียลเรียกว่า ร้อนดุเดือนกันเลยทีเดียว สำหรับกรณี ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณืกันอย่างมาก ในเรื่องของการเข้าคอร์สเรียนธรรมะ โดยค่าเรียนเริ่มต้ที่ 25,000 บาท บางคนเสียค่าเรียนเป็นแสน ทำไมเรียนธรรมะ ถึงต้องเสียเงินเรียนมากขนาดนี้ โดยชาวเน็ตได้นำมาเปรียบเทียบกับกรณีของธรรมกาย ทำให้ประเด็นของคอร์สธรรมะครูอ้อยนี้เป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองมาก รวมถึงประเด็นที่เคยมีข้อพิพาทกับพระปราโมทย์ ทำเอาหลายคนเริ่มสงสัยของที่มาในการเปิดคอร์สธรรมะนี้ว่า จริงๆแล้ว เป็นการสอนธรรมะหรือป้อนยาพิษให้คนกันแน่
ครูอ้อย ฐิตินาถ เป็นนักธุรกิจด้านอบรมเรื่องจิตวิญญาณที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตกเดือนละเกือบ หนึ่งล้านบาทในแง่นี้ ลัทธิ "เข็มทิศชีวิต" ไม่ค่อยต่างจากลัทธิธรรมกายในแง่ที่คนมีเงินเต็มใจจ่ายเงินจำนวนไม่น้อยไป "ซื้อ" ความสุขความสงบของจิตใจที่ลัทธิใหม่นี้ "บริการให้" ... มันไม่ใช่เรื่องผิด มันแค่แสดงว่าในยุคนี้ ธุรกิจทางจิตวิญญาณอู้ฟู่กว่าธุรกิจเก่าอื่นๆที่รอวันล่มสลาย หรือเป็นเพราะธุรกิจเก่าต่างๆกำกลังล่มสลาย คนพวกนี้จึงต้องหันมาใช้บริการ ลัทธิเข็มทิศชีวิตหรือลัทธิธรรมกายก็เป็นได้
คำนวนรายได้ของกลุ่มบริษัทเข็มเข็มทิศสัมมานา
คอร์ส NLP 2 วัน ราคา [25,000 บาท/คน] x [นักเรียนขั้นต่ำ 200 คน/ครั้ง] x [1 เดือน เปิด 2 ครั้ง] x 12 เดือน = รายรับ 120,000,000 บาท (อ่านว่า หนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท)
รายจ่ายในการอบรมหลักๆ จะมีแค่ค่าจัดการสถานที่ ประมาณ [1,200,0000 บาท/ครั้ง] x [1 เดือน เปิด 2 ครั้ง] x 12 เดือน = รายจ่าย 28,800,000 บาท (ไม่ถึง 1/4)
# กำไรสุทธิจากการจัดคอร์สสัมมานาของครูอ้อยNLP (120,000,0000 - 28,800,000) = ประมาณ 90 ล้านบาท/ปี
เข็มทิศภาวนา รายจ่ายชั้นดีของกลุ่มบริษัทเข็มทิศ NLP สัมมานา
ทุกๆ 3-4 เดือน จะมีการจัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมฟรีขึ้นสำหรับนักเรียนเข็มทิศ NLP โดยเฉพาะ โดยจะมีนักเรียนเข้าปฏิบัติธรรมประมาณ 500-800 คน/ ครั้ง รายจ่ายประมาณ 3-4 พัน/ คน ทำให้ได้ใบเสร็จจากโรงแรมมูลค่า 2-4 ล้านบาท x 4 ครั้ง = 8-16 ล้านบาท ไปหักลบจากรายได้ของเข็มทิศสัมมานาของครูอ้อย ถ้ามองกันตามความจริง เท่ากับว่า เข็มทิศภาวนา คือ กิจกรรมที่ไม่มีรายจ่าย แต่ในการจัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมฟรีแต่ละครั้ง จะมี "เจ้าภาพ" โดยเจ้าภาพแต่ละรายจะต้องบริจากเงินขั้นต่ำจำนวน 100,0000 บาท/เจ้า และในการภาวนาแต่ละครั้ง จะมีจำนวนเจ้าภาพมากมาย ซึ่งภาวนาครั้งล่าสุดมีจำนวนเจ้าภาพมากถึง 70 เจ้า รวมมูลค่าเงินทำบุญกว่า 7,000,0000 บาท หักนับการภาวนาตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน จนถึงครั้งล่าสุด มูลค่าเงินทำบุญจะต้องไม่ต่ำว่า 100,000,000 ล้านบาท (อ่านว่า หนึ่งร้อยล้านบาท) อย่างแน่นอน
เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นมูลนิธิอย่างถูกกฎหมาย ที่มาที่ไปจะไม่ชัดเจน โดยจะถูกบริหารจัดการโดยกลุ่มนักเรียนใกล้ชิดและมีการโยกย้ายถ่ายเทอย่างชาญฉลาดโดยปราศจากการตรวจสอบใดๆ นอกจากนั้น ยังมีทริปไปแสวงบุญอินเดีย ปีละ 2 ครั้ง โดยจะเหมาเครื่องบินไป 2 ลำ โดยแจ้งให้บรรดานักเรียนเข้าใจว่าเป็นทริปที่จัดกันเอง ไม่มีบิล ไม่มีกำไร / ซึ่งแน่นอนว่ารายจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินและใบเสร็จต่างๆ ที่ได้รับ ครั้งละประมาณกว่า 10 ล้าน ก็สามารถนำไปหักรายจ่ายของกลุ่มบริษัทเข็มทิศสัมมานาได้ทั้งหมด
ใบอนุโมทนาบัตรเพื่อการลดหย่อนภาษีของกลุ่มบริษัทเข็มทิศสัมมานา ในแต่ละปี จะมีกิจกรรมงานบุญที่ดำริโดยครูอ.เยอะมาก ทั้งผ้าป่า กฐิน ซ่อม-สร้างวัดวาอารามต่างๆ ซึ่งแต่ละครั้งเงินทำบุญไม่เคยต่ำกว่า 10 ล้านบาท ทุกครั้งที่มีการทำบุญ เจ้าหน้าที่ของบริษัทเข็มทิศจะขอใบอนุโมทนาบัตรในนามกลุ่มบริษัทเข็มพิษสัมมานาด้วยทุกครั้ง ซึ่งทราบกันดีว่าใบอนุโมทนาบัตรจากวัดต่างๆ สามารถนำมาลดค่าภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย
นอกจากนี้บริษัทในกลุ่มเข็มทิศ ซึ่งมีบริษัทย่อยๆ รวม 7-8 บริษัท ได้ผลออกมาเป็น 8 บริษัทดังนี้
1) บริษัท เข็มทิศชีวิต
ธุรกิจการพิมพ์อื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น
ปี 2559 รายได้ 8.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5.0 ล้านบาท
2) บริษัท เข็มทิศทีวี
ธุรกิจการจัดการประชุม
ปี 2559 รายได้ 15,673 บาท ขาดทุนสุทธิ 71,921 บาท
3) บริษัท เข็มทิศ ปัญญา
ธุรกิจการจัดการประชุม
ไม่มีรายงานงบการเงิน
4) บริษัท เข็มทิศ เอ็น แอล พี
ธุรกิจการจัดการประชุม
ปี 2558 รายได้ 54.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.7 ล้านบาท
5) บริษัท เข็มทิศ จิตใต้สำนึก
ธุรกิจการจัดการประชุม
ปี 2559 รายได้ 23.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.8 ล้านบาท
6) บริษัท เข็มทิศความสุข
ธุรกิจการจัดการประชุม
ปี 2558 รายได้ 4.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.0 ล้านบาท
7) บริษัท เข็มทิศวิลเลจก่อสร้าง
ธุรกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย
ปี 2559 รายได้ 8,394 บาท ขาดทุนสุทธิ 27,686 บาท
8) บริษัท เข็มทิศธุรกิจ
ธุรกิจการจัดการประชุม
ปี 2559 รายได้ 9,280 บาท ขาดทุนสุทธิ 34,189 บาท
ถ้ารวมรายได้ทั้งหมดเข้าด้วยกันจะได้รายได้ 91.6 ล้านบาทต่อปี และกำไรสุทธิ 10.5 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ อ.สุวินัย ภรณวลัย (อาจารย์ /นักเขียน นักค้นคว้าแนวพัฒนาจิตวิญญาณ) ได้กล่าวถึง วิธีการที่ครูอ้อย นำมาใช้จัดคอร์สอบรมนี้ โดยยกลัทธิวัตถุนิยมแบบธรรมกายขึ้นมาทียบ เนื้อหาระบุว่า.....
เทคนิคการกระตุ้นพลังจากจิตใต้สำนึกเพื่อความสำเร็จทางวัตถุ ของอ้อย ฐิตินาถ ... เธอมาไกลจริงๆ แต่ผมว่ามันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของคนฝึกจิตในสายตาของผม ไม่ใช่เลย และไม่น่าจะใช่ สักวันพวกเขาคงตาสว่างเอง นี่มันคือลัทธิวัตถุนิยมทางจิตวิญญาณแบบเดียวกับลัทธิธรรมกายแค่ต่างกันทางรูปแบบเท่านั้นเอง
ขณะที่ลัทธิธรรมกาย เอารูปแบบศาสนาพุทธมาครอบลัทธิวัตถุนิยมที่เป็นตัวตนที่แท้
กลุ่มความเชื่อ "เข็มทิศชีวิต" ของอ้อย ฐิตินาถ แค่เอา Pop Culture กับความปรารถนาความสำเร็จของคนรุานใหม่มาเจอกับการฝึกจิตเท่านั้น มันไม่ผิดหรอก แต่มันไม่ใช่ สัมมาแบบนี้แค่สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของอ้อย ฐิตินาถเท่านั้นที่เป็น Spiritual Matetialism
นอกจากนี้ กรณีที่ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต มีการพิพาทกับพระปราโมทย์ ชาวเน็ตได้ตั้งข้อสงสัยถึงความแตกต่างถึงวิธีการสอนธรรมะ ของครูอ้อยและพระปราโมทย์
จากการสัมภาษณ์ กลุ่มศิษย์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ทางทีมข่าวได้รับทราบข้อมูลมาว่า บรรยากาศภายใน “สวนสันติธรรม” เน้นในเรื่องของความเรียบง่าย ร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติ มีตู้หนังสือและแผ่นซีดีธรรมะวางไว้แจกฟรีสำหรับผู้มาศึกษาธรรมคนละ 1 ชุด หากผู้ที่ต้องการมากกว่านั้น จะมีป้ายระบุโปรดช่วยค่าผลิตหนังสือและซีดีระบุ ราคาซีดีแผ่นละ 3 บาท หนังสือราคา 10-60 บาทมีโรงทานเรียบๆ โต๊ะเก้าอี้ยาววางเรียง เพื่อจัดเตรียมภัตตาหารสำหรับพระสงฆ์ และผู้ปฏิบัติธรรม โดยเหล่าศิษย์ยืนยันว่า คำสอนของหลวงพ่อไม่เคยเน้นไปที่วัตถุแต่อย่างใด ไม่มีเรื่องเน้นการเรี่ยไร ไม่มีตู้รับบริจาค ไม่เคยสอนว่าเข้าวัดแล้วต้องเอาเงินมาทำบุญมากๆ
ทั้งนี้ เมื่อ ปี 2553 พศ.เผยคณะกรรมการตรวจสอบชี้ผลสรุปที่ดิน เงินสำนักสวนสันติธรรม ไม่มีปัญหา นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึง การตรวจสอบกรณี พระปราโมทย์ ปราโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่า ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน และเงินของสวนสันติธรรมนั้น ขณะนี้ตนได้รับรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ชลบุรี ด้วยวาจา ผ่านโทรศัพท์ ว่า ผลการตรวจสอบเรื่องของที่ดิน และเงินของสำนักสวนสันติธรรมไม่มีปัญหา เนื่องจากทางสำนักสวนสันติธรรมได้มีการชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจนว่านำเงินไปทำอะไรบ้าง ส่วนเรื่องของที่ดินที่ขอตั้งวัดก็ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ตนกำลังรอหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการสอบสวนเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ผู้ร้องมองว่า สำนักสวนสันติธรรมทำเรื่องของที่ดิน และเงินไม่ถูกต้อง ต้องกลับไปถามผู้ร้องว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่ถูกต้อง เพราะคณะกรรมการได้สรุปผลออกมาเช่นนี้
“หากผลสรุปการตรวจสอบไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมีการรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรมายังผมแล้ว ก็ยึดตามมติของคณะกรรมการตรวจสอบ และหลังจากนี้ไป คณะกรรมการชุดดังกล่าวมอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดดำเนินการตรวจสอบคำสอนของพระปราโมทย์ ทั้งหมดว่า มีการอวดอตริธรรมว่าเป็นพระอรหันต์หรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ คงต้องใช้เวลาตรวจสอบสักระยะหนึ่ง เนื่องจากเราจะดูคำสอนเพียงแต่ตัดตอนไม่ได้ เราต้องดูทั้งหมดทุกคำพูด ทุกลายลักอักษร” รอง ผอ.พศ. กล่าว
อ้างอิงจาก - เว็บสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ / โพสต์เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กย. 2010
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
เว็บสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ
สมาชิก Pantip หมายเลข 36435102
Facebook Suvinai Pornavalai
คลิปจาก : เข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ ณ พัทลุง
