- 21 มิ.ย. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เป็นพระราชพิธีหนึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ปฏิบัติกันมา เป็นโบราณราชพิธี ความมุ่งหมายสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ก็คือ เพื่อให้ประชาราษฎรที่ไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในการพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ชมพระบารมี และมีโอกาสแสดงความจงรักภักดีแด่พระมหากษัตริย์ เป็นการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทย พระราชดำเนินไปในการต่าง ๆ ทางบก ทั้งเป็นการส่วนพระองค์และที่เป็นการพระราชพิธี ซึ่งได้ประกอบการมาแต่โบราณตั้งแต่สมัยสุโขทัย และสืบทอดต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบัน
แต่เดิมกระบวนพยุหยาตราสถลมารค เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อประกอบการพระราชพิธีต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จไปนมัสการรอยพระพุทธบาทสระบุรี การอัญเชิญพระพุทธรูปที่สำคัญจากหัวเมืองเข้ามาประดิษฐานในเมืองหลวง ตลอดจนการต้อนรับราชทูตจากต่างประเทศ และการพระบรมศพ เป็นต้น การจัดกระบวนดังกล่าวมีเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศเป็นแถวงดงาม
ตามหลักฐานแต่ครั้งโบราณ การจัดกระบวนแห่เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร จัดเป็นกระบวนพยุหยาตราอย่างมโหฬารเพียบพร้อมด้วยกำลังทหารเหล่าต่าง ๆ แห่นำและตามเสด็จองค์พระมหากษัตริย์ การจัดกระบวนพระบรมราชอิสริยยศที่อึงมี่ด้วยเสียงประโคม กลองชนะ แตร สังข์ และในกระบวนพยุหยาตราสถลมารคนี้ พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และเสนาบดีที่ตามเสด็จในกระบวน ล้วนทรงฉลองพระองค์และแต่งกายอย่างงดงาม พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องสนับเพลาเชิงงอน พระภูษาเขียนทองฉลองพระองค์ตาดจีบ คาดเจียระบาด สายรัดพระองค์เพชรทรงพระสังวาล พระธำมรงค์ ทรงพระมาลาเพชร
อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านไป ในปัจจุบันการประกอบราชพิธีกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค คงมุ่งหมายแต่เพียงเพื่อให้การพระราชพิธีเป็นไปโดยถูกต้องตามโบราณราชประเพณีเท่านั้น ซึ่งการรื้อฟื้นพระราชพิธีนี้เป็นที่ชื่นชมโสมนัสแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้รับความสนใจจากชาวต่างประเทศอีกด้วย
โดยตลอดเส้นทางของการเลียบพระนครนั้น ทั้งประชาชนและบรรดาสถานที่ราชการ ตลอดจนอาคารร้านค้าได้จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาไว้อย่างงดงามเป็นระยะ ๆ โดยตกแต่งเป็นเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องราชอิสริยยศ เช่น อภิรุม ชุมสายฉัตร 5 ชั้น 7 ชั้น ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคครั้งนี้ เส้นทางเริ่มจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ไปตามถนนราชดำเนิน ถนนจักรพงษ์ ผ่านสี่แยกบางลำพู เข้าถนนพระสุเมรุ โดยราชพุดตานทองอันเป็นที่ประทับจะเทียบพลับพลาหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร หลังจากนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ รวมเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครในครั้งนี้มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 5.7 กิโลเมตร
การเสด็จเลียบพระนครจะด้วยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราชลมารคนั้น ล้วนเป็นการแสดงแสนยานุภาพในกองทัพ ทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือของพระมหากษัตริย์ไทยมาแต่โบราณ อย่างไรก็ดีมีข้อน่าสังเกตอย่างหนึ่ง คือการจัดริ้วกระบวนพยุหยาตราสถลมารคนั้น ถ้าพิจารณาถึงกระบวนทัพหลวงซึ่งมีองค์พระมหากษัตริย์ ประทับบนที่นั่งราเชนทรยาน หรือบางรัชกาลประทับที่นั่งราเชนทรยาน หรือบางรัชกาลประทับบนพระที่นั่งพุดตานทองนั้น ลวดลายที่ประดับบนฐานแต่ละชั้นของพระราชยาน มีทั้งลายเทพพนมและครุฑพนม ลวดลายเหล่านี้มีความหมายแสดงถึงว่า พระราชยานที่ประทับคือโลกสวรรค์ที่เขาพระสุเมรุของพระอินทร์หรือที่เขาไกรลาสขององค์พระศิวะ รอบๆสวรรค์มีเทวดาและครุฑ ซึ่งเป็นเทพบริวารร่วมกัน มาชื่นชมองค์สมมุติเทวราช ซึ่งองค์พระมหากษัตริย์ประทับอยู่เหนือพระราชยานนั้นนั่นเอง
และถ้าจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับครุฑ จะหมายความว่าองค์พระมหากษัตริย์นั่นคือ องค์พระวิษณุซึ่งมีครุฑเป็นพาหนะ มาคอยรับใช้เมื่อจะเสด็จไปในที่ต่างๆ
เครื่องสูงต่างๆ ที่เข้ากระบวนแห่ห้อมล้อมพระราชยาน ไม่ว่าจะเป็นบังแทรก บังสูรย์ พัดโบก จามร พุ่มดอกไม้เงิน พุ่มดอกไม้ทองตลอดจนเครื่องประโคมต่างๆ ล้วนกล่าวว่าเป็นการจำลองภาพของริ้วกระบวน ขององค์เทวะมาใช้กับองค์สมมติเทพในโลก
อนึ่งริ้วกระบวนพยุหยาตรชลมารคแสดงซึ่งแสนยานุภาพของกองทัพเรือ ก็พบว่ากระบวนเรือนั้น เรือแต่ละลำจะประดิษฐ์โขนเรือเป็นรูปสัตว์ เช่นสัตว์แห่งความว่องไวสัตว์ในเทพนิยาย และสัตว์จากเรื่องรามายณะหรือรามเกียรติ์ เช่น โขนเรือ รูปเสือ รูปเลียงผา รูปนกอินทรี รูปมังกร รูปลิง รูปครุฑ และรูปนาค ตลอดจนพวกมนุษย์ เช่น อสูร บรรดาเรือที่อยู่รอบๆ เรือพระที่นั่งลำทรง หรือในกระบวนทัพหลวงจะพบว่าเป็นเรือที่ทีโขนเป็นรูปอมุนษย์ที่เป็นบริวารหรือเป็นพาหนะของเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ อาทิ หงส์เป็นพาหนะของพระหรหม พญานาคเจ็ดเศียร หรืออนันตนาคราช เป็นที่ประทับของพระวิษณุและคุรฑเป็นพาหนะของพระวิษณุด้วยเช่นกัน
ส่วนโขนเรือรูปลิงจะมีรูปหนุมาน สุครีพ พาลี ก็มาจากเรื่องรามเกียรติ์ ลิงที่กล่าวล้วนเป็นทหารเอกของพระราม ซึ่งเป็นทรงอวาตาลภาคหนึ่งของพระวิษณุหรือพรนารายณ์ ริ้วกระบวนเรือนี้จึง เป็นริ้วกระบวนที่มาห้อมล้อมองค์สมมุติเทพ ที่ทรงอวตารภาคหนึ่ง ของพระวิษณุ ตามคติความเชื่อดั้งเดิมในราชสำนัก
ที่มาจาก : พิพิธประวัติศาสตร์
ขอบคุณคลิปจาก : สำนักข่าวไทย
