- 23 มิ.ย. 2560
www.tnews.co.th
หุบเขามรณะ หรือ Death Valley เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในบริเวณเขตระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐเนวาดา ในส่วนหนึ่งคือทะเลทรายโมฮาวี แห้งแล้งความร้อนสูงต่ำกว่า ระดับน้ำทะเล 86 เมตร เต็มไปด้วยเกลือโซเดียมและบอแรกซ์ ความสำคัญทางธรณีวิทยาพบว่า หุบเขามีผิวหินเก่าแก่เป็นอย่างน้อย 1.7 พันล้านปี มีการแปรสภาพ จากทะเลโบราณตื้นเขิน เป็นตะกอนและการก่อตัวขึ้นของภูเขาไฟ ต่อมาเปลือกโลกดึงออกเป็นลุ่มน้ำและแห้งลง จนน้ำไหลซึมผ่านหายลงทะเลทรายท้ายที่สุดเกิด เบี่ยงเบนการพัดผ่านของกระแสลมจึงแห้งแล้งหนัก
โดยสถานที่แห่งนี้ในแต่ละปีแทบไม่มีฝนตกเลย หรือตกติดต่อกันแค่ 1 เดือน ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ร้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ด้วยปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยต่อปีไม่ถึงสองนิ้วฟุต นั่นจึงทำให้น้ำในทะเลสาบที่แห่งนี้ไม่สามารถนำใช้ดื่มได้ เพราะว่าเค็มเกินไป อีกทั้งทะเลสาบเกลือยังถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาบวกกับแสงแดดที่ร้อนแรง ทำให้น้ำในทะเลสาบระเหยออกไปเกือบหมดในหน้าแล้ง และเหลือทิ้งไว้แต่เกลือให้ดูต่างหน้า สุดท้ายก็กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย…
ล่าสุดปีนี้ "หุบเขามรณะ" (Death Valley) มีอุณหภูมิสูงถึง 52.8 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก
และเนื่องจากสภาพที่ตั้งเป็นหุบเขา จึงมีการแผ่กระจายความร้อนเป็นวงกว้าง จนมีคำพูดว่าสามารถทอดไข่ให้สุกได้ และก็มีนักท่องเที่ยวลองเอาไข่มาทอด ทั้งตอกลงบนหิน หรือเตรียมกระทะกันมาจากบ้านเลยทีเดียว
และเมื่อตอกไข่ลงไปบนหินหรือกระทะ ก็สามารถรอประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ไข่สุกแล้วทานเป็นอาหารได้เลยล่ะ เมื่อเรื่องนี้แพร่หลายออกไป จึงมีคนแห่เอาไข่มาทอดกันมากมาย
แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวมาทอดไข่ ส่วนใหญ่จะตอกลงบนหิน แล้วก็ทิ้งซากไข่ รวมถึงเศษขยะเอาไว้อย่างนั้น จนเป็นภาพที่ดูน่าเกลียดและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว เจ้าหน้าที่จึงสั่งห้ามไม่ให้นำไข่เข้ามาทอดอีกแล้ว…..
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : wegointer.com / sunflowercosmos.org / mthai.com
