คู่พระบารมีพ่อหลวง!! ๓๐ มิถุนายน ในหลวง ทรงเจิมที่กระพองนางพระยาช้างต้น “พระวิมลรัตนกิริณี" ช้างสำคัญในรัชกาลที่ ๙ !!

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th

คู่พระบารมีพ่อหลวง!! ๓๐ มิถุนายน ในหลวง ทรงเจิมที่กระพองนางพระยาช้างต้น “พระวิมลรัตนกิริณี" ช้างสำคัญในรัชกาลที่ ๙ !!

          ช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ในอดีตของทุกประเทศในอุษาคเนย์ ในอดีตพม่ากับไทยยังถึงกับทำสงครามกันเพราะช้างเผือกมาแล้ว หรือที่เรียกกันว่า "สงครามช้างเผือก"

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ตลอดเวลากว่า ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์  ช้างเผือกช้างแรกที่มาสู่พระบารมีคือ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ต่อจากนั้น ก็มีช้างเผือกใหม่อื่นๆ ได้ขื้นระวางสมโภชอยู่เรื่อยๆ จนถึงปี ๒๕๒๑ รวมทั้งสิ้น ๑๐ ช้าง หลังจากนั้น แม้จะพบช้างเผือก และช้างสำคัญคู่พระบารมีอีกถึง ๑๑ ช้าง ก็มิได้โปรดเกล้าฯให้มีพิธีขึ้นระวางอีก เพียงแต่ทรงรับช้างเหล่านั้นไว้เป็นช้างสำคัญ

         

คู่พระบารมีพ่อหลวง!! ๓๐ มิถุนายน ในหลวง ทรงเจิมที่กระพองนางพระยาช้างต้น “พระวิมลรัตนกิริณี" ช้างสำคัญในรัชกาลที่ ๙ !!

           เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจิมที่กระพองนางพระยาช้างต้น “พระวิมลรัตนกิริณี กมุทศรีพรรณโศภิต อัฏฐทิศพงศ์กมลาสน์ อรรคราชทิพยพาหน ถกลกิตติคุณกำจร อมรสารเลิศฟ้า” ในการพระราชพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายช้างสำคัญ พังขจร และพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชเป็นนางพระยาช้างต้น ณ มณฑลพิธีโรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

           พระวิมลรัตนกิริณีฯ เป็นช้างสำคัญในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นช้างเผือกตระกูลพรหมพงศ์ จำพวกอัฏฐทิศ ชื่อ "กมุท" พระวิมลรัตนกิริณีฯ เป็นช้างพังเผือก นายปรีชาและนางพิมพ์ใจ วารวิจิตร ได้มาจากป่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ให้ชื่อว่า "พังขจร" และนำไปเลี้ยงที่บ้าน แถบทุ่งสีกัน กรุงเทพมหานคร ต่อมานายปรีชาและนางพิมพ์ใจได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย โดยจมื่นสิริวังรัตน เป็นผู้ตรวจคชลักษณ์

           พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ประกอบพระราชพิธีสมโภช และขึ้นระวางเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ พร้อมกับพระเศวตสุทธวิลาศฯ ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต และพระราชทานนาม เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ ว่า 

    "พระวิมลรัตนกิริณี กมุทศรีพรรณโศภิต อัฏฐทิศพงศ์กมลาสน์ อรรคราชทิพยพาหน ถกลกิตติคุณกำจร อมรสารเลิศฟ้า"


ปัจจุบัน พระวิมลรัตนกิริณีฯ ย้ายไปยืนโรง ณ โรงช้างต้น พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๘

          

คู่พระบารมีพ่อหลวง!! ๓๐ มิถุนายน ในหลวง ทรงเจิมที่กระพองนางพระยาช้างต้น “พระวิมลรัตนกิริณี" ช้างสำคัญในรัชกาลที่ ๙ !!

          นอกจากนี้ยังมีช้างคู่พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ชื่อว่า "พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ" เป็นพระยาช้างเผือกประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวกอัฏฐทิศ ชื่อ กมุท สีกายดังดอกกมุท หรือบัวสายแดง ได้รับพระราชทานนามเต็มว่า

   "พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวมนาถบารมี ทุติยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิศุทธวงศ์ สรรพมงคลลักษณคเชนทรชาติ สยามราษฎรสวัสดิ์ประสิทธิ์
รัตนกุญชรนิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรบพิตรสารศักดิเลิศฟ้า"

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างเผือกประจำรัชกาล ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๒ เป็นปีที่ ๑๓ ในรัชกาลที่ ๙

        ปัจจุบัน พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ย้ายไปยืนโรง ณ โรงช้างต้น วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเคลื่อนย้ายคุณพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ เมื่อวันที่ ๑๗-๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีสมโภชโรงช้างต้น เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

 

ที่มาจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/พระวิมลรัตนกิริณีฯ

              เพจ กลุ่มพิทักษ์และเทิดทูนสถาบัน