- 07 ก.ค. 2560
รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
“ประเทศไหนยากลำบากเราควรช่วยเขาโดยเฉพาะเพื่อนบ้าน" พระราชดำรัสสุดซาบซึ้ง เหตุที่ทรงประพาสนอกประเทศครั้งสุดท้ายของ ร.๙ #พระราชาที่โลกยกย่อง
ในหลวง ร.๙ ทรงตั้งใจไว้ว่าการเสด็จฯ เจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศตอนปี พ.ศ. ๒๕๑๐ จะเป็นการเสด็จฯ ออกนอกประเทศไทยเป็นครั้งสุดท้าย เพราะทรงอยากใช้เวลาช่วยพัฒนาประเทศ ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างทั่วถึง ตลอดเกือบ ๓๐ ปี ต่อมาจึงเสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนและพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกภูมิภาคอยู่เสมอ
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :ที่สุดในผลไม้ทรงโปรดเสวยของ “ในหลวง ร.๙” คือ ทุเรียน แต่ราชนัดดาหลานปู่ เสด็จ ร.๕ คนอื่นกลับไม่ชอบ
โครงการศูนย์พัฒนานี้ เกิดขึ้นตอนที่ท่านไกสอน พมวิหาน อดีตประธานประเทศลาว มาเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯเมื่อปี ๒๕๓๕ แล้วอยากให้นำความรู้และวิธีการทำการเกษตรไปพัฒนาที่ลาวบ้างจึงกราบบังคมทูลพระราชทานศูนย์พัฒนาแบบนี้ไปตั้งที่ลาวบ้าง ในหลวงจึงทรงส่งทีมงานไปช่วยซึ่งทรงให้ความสำคัญมากโดยมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ว่า “ประเทศไหนยากลำบากเราควรช่วยเขา โดยเฉพาะเพื่อนบ้าน เพราะถ้าทุกประเทศมีฐานะเท่าเทียมกันกินดีอยู่ดีแล้ว ก็จะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ประเทศของเราเจริญแล้ว สบายแล้ว ก็ต้องไปช่วยประเทศอื่นเข้าบ้าง”
ในที่สุดโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว ก็ดำเนินการจัดตั้งเสร็จและในหลวงได้เสด็จฯไปเป็นองค์ประธานในการเปิดตัวอาคาร และทรงเยี่ยมชมบริเวณทำนบดินอ่างเก็บน้ำห้วยซอน โดยในหลวงทรงรับสั่งว่าจะไปดูตรงจุดที่ทำเขื่อนด้วย ท่านหนูฮักพูมสะหวัน ประธานประเทศลาวขณะนั้น ก็ขอไปด้วย พระองค์จึงจูงมือท่านหนูฮักเสด็จฯ ข้ามฝั่งไปด้วยกัน เป็นภาพที่น่ารักและน่าประทับใจมาก เมื่อไปถึงบริเวณนั้นก็พระราชทานคำแนะนำให้ปลูกหญ้าแฝกเพิ่มเพราะจะช่วยให้ดินสามารถกักเก็บน้ำได้ อ่างเก็บน้ำนั้นเมื่อสร้างเสร็จก็สามารถปล่อยน้ำลงคลองได้ตลอดปีทำให้ชาวนาสามารถทำนาปรังได้และกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่เกษตรอีกหลายแห่ง จะเห็นได้ว่าโครงการพัฒนาของในหลวงทั้งสร้างความสุขและความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างสองประเทศจนถึงทุกวันนี้
#สานต่อที่พ่อทำ
ที่มา : FB : สานต่อที่พ่อทำ เรียบเรียงจาก หนังสือร้อยเรื่องเล่า : เกร็ดการทรงงาน โดยสำนักงาน กปร.
