จารด้วยมือ..ตะกรุดเสาร์ห้า แสนยานุภาพ 109 ปี "หลวงปู่แสน วัดบ้านหนองจิก" สร้างแบบโบราณ ด้วยยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าและ30 ทัศ..

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ www.tnews.co.th

ตะกรุดเสาร์ห้า แสนยานุภาพ 109 ปี หลวงปู่แสน วัดบ้านหนองจิก

อีกหนึ่งอริยสงฆ์แห่งแดนอีสานใต้ ผู้ได้รับขนานนามว่า "เทพเจ้า 109 ปี" สุดยอดพระเกจิ 6 แผ่นดิน ได้จัดสร้างตะกรุดเสาร์ห้า แสนยานุภาพ ตำหรับโบราณขนานแท้!! โดยกรรมวิธีชั้นตอนในการจัดสร้างตามแบบฉบับโบราณ "จารมือ" ลงประทับยันต์มหาบารมี 30 ทัศ และ ยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสุดยอดยันต์ในตำราโบราณ นำมาม้วนแล้วพอกด้วยผงว่านพุทธคุณเพื่อความเข้มขลังอย่างที่สุด นอกจากนี้ยังได้นำผงพระเก่า ผงพุทธคุณ และจีวรหลวงปู่มาบรรจุภายใน พร้อมอุดด้วยชันโรงใต้ดินตามตำหรับโบราณขนาดแท้!! ตอกโค๊ตและหมายเลขกำกับทุกดอก!!

จารด้วยมือ..ตะกรุดเสาร์ห้า แสนยานุภาพ 109 ปี "หลวงปู่แสน วัดบ้านหนองจิก" สร้างแบบโบราณ ด้วยยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าและ30 ทัศ..

รายการจัดสร้าง

1. เนื้อทองแดงนำฤกษ์ ขนาด 5 นิ้ว พอกผง ปิดทอง อุดมวลสารเก่า จำนวนสร้าง 55 ดอก 

2. เนื้อตะกั่ว ขนาด 3 นิ้ว พอกผง อุดมวลสารเก่า จำนวนสร้าง 60 ดอก 

3. เนื้อเงิน ขนาด 3 นิ้ว พอกผง ปิดทอง อุดมวลสารเก่า จำนวนสร้าง 99 ดอก

4. เนื้อทองแดง ขนาด 3 นิ้ว พอกผง อุดมวลสารเก่า จำนวนสร้าง 299 ดอก 

***ปลุกเสกนำฤกษ์ วาระเสาร์ห้า

จารด้วยมือ..ตะกรุดเสาร์ห้า แสนยานุภาพ 109 ปี "หลวงปู่แสน วัดบ้านหนองจิก" สร้างแบบโบราณ ด้วยยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าและ30 ทัศ..

ประวัติหลวงปู่แสน ปสนฺโน
ชื่อเดิม ปู่แสน คุ้มครอง เกิดขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 ปีวอก ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2451 เป็นบุตรของพ่อเอี้ยง คุ้มครอง และ แม่ผัน คุ้มครอง มี่พี่น้องต่างมารดาร่วม 6 คน หลวงปู่เป็นบุตรคนที่ 3 (ปัจจุบันเหลือหลวงปู่ผู้เดียว) พื้นเพเป็นคนบ้างโพง ต.ไพรบึง อ.ขุขันธ์ จ.ขุขันธ์ (ปัจจุบัน ต.ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ) เมื่อครั่นยังเด็กหลวงปู่เป็นลูกศิษย์อยู่ที่วัดบ้านโพรงและพี่ชายซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านโพงในสมัยนั้นเลี้ยงดู จนได้บวชเณรที่วัดบ้านโพรง ระหว่างบวชเณรได้ไปศึกษาเรียนหนังสือกับหลวงพ่อมุมวัดปราสาทเยอใต้จนจบ ป.4 และได้เรียนตำราพระเวชจากหลวงพ่อมุมทั้งภาษาขอม ภาษาธรรมบาลี ระหว่างเป็นเณรก็ได้เที่ยวไปมาระหว่างบ้านปราสาทเยอใต้และบ้านโพง จนกระทั่งอายุ 21 ปีได้เข้าอุปสมบท ระหว่างเป็นพระก็ยังคงเรียนรู้วิชากับพระอาจารย์มุมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งอายุ 24 ปี ได้ลาสิขาบทออกมาเพื่อมาช่วยงานทางบ้านที่มีฐานะยากจน หลังจากสึกได้บวชเป็นหมอธรรมขณะที่เป็นฆราวาส ระหว่างว่างเว้นจากการทำเกษตรกรรม หลวงปู่ได้ชักชวนเพื่อนๆหมอธรรมเดินทางไปเขมรเพื่อเรียนเพิ่มเติมที่จังหวัดพระตะบอง เสียมราฐ และเมืองศรีโสภณ สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคารมเป็นนายก ได้เข้าพบพระผู้ใหญ่และอาจารย์จากทางเขมรแล้วได้ร่ำเรียนมาไม่น้อย หลวงปู่ท่านกลับเลือกเรียนวิชาที่เกี่ยวกับช่วยเหลือผู้คน รักษาคน
ต่อมาพอหมดภาระทางบ้านหลวงปู่ได้กลับเข้าใต้ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง โดยไปจำพรราที่บ้านกุดเสล่า อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ก็ได้ธุดงค์ในเทือกเขาพนมดงรัก เป็นนิจ และเป็นพระที่อยู่อย่างสมถะ ไม่มักมาก ไม่ยึดติด เป็นพระนักสร้าง ชาวบ้านกุดเสล่าจึงรักและศรัทธาท่านมาก ต่อมาหลวงตาวันพระที่เป็นสหายรุ่นน้องจึงได้ไปกราบนิมนต์มาช่วยสร้างวัด โดยเจ้าขณะอำเภอกันทรลักษณ์อนุญาตให้หลวงปู่ไปอยู่ที่วัดเป็นวัดที่สมบูรณ์แล้ว หลวงปู่จึงมาจำพรรษาที่วัดอรุณสว่างวราราม(วัดบ้านกราม) แต่ด้วยมักสมถะ ปีต่อมาจึงย้ายมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์โนนไทย (วัดกูไทยสามัคคีในปัจจุบัน) อยู่จำพรรษา 3 พรรา ต่อมาได้จำพรรษาที่วัดบ้านหนองจิกเนื่องด้วยวัดจะร้างเพราะพระน้อย หลวงปู่จึงเข้ามาทำนุบำรุงวัดจนวัดมีพระเข้ามารับช่วงต่อ ท่านได้จำพรรษาที่วัดบ้านหนองจิกเป็นเวลา 4 พรรษา โยมญาติพี่น้องเก่าจึงได้เดินทางมานิมนต์ให้ไปจำพรรษาที่วัดบ้านโพง วัดครั้นสมัยบวชเณรเนื่องจากวัดจะร้างไม่มีพระจำพรรษา เนื่องจากหลวงปู่ท่านเป็นพระที่มีเมตตาแม้อายุจะย่างเข้า 93 ปีท่านได้ไปจำพรรษาที่วัดบ้านโพงโดยรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดในช่วงนั้น ด้วยพระเดชของหลวงปู่วัดใดที่จะร้าง เมื่อท่านไปจำพรรษาวัดใด วัดนั้นก็จะเต็มไปด้วยลูกวัด ในขณะที่จำพรรษาอยู่วัดบ้านโพงก็ได้ทำนุบำรุงวัดเฉกเช่นวัดอื่น จนอายุ 97 ปี ลูกหลานเป็นห่วงสุขภาพหลวงปู่จึงได้พาชาวบ้านไปนิมนต์หลวงปู่จากวัดบ้านโพงกลับมาจำพรรษา

จารด้วยมือ..ตะกรุดเสาร์ห้า แสนยานุภาพ 109 ปี "หลวงปู่แสน วัดบ้านหนองจิก" สร้างแบบโบราณ ด้วยยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าและ30 ทัศ..

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูล พระเครื่องณ มงคลบารมี

      www.amuletststore.in.th