ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์   http://panyayan.tnews.co.th

ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!
ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!
ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เคยเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในภาคใต้ แต่เพราะป่าไม้ถูกทำลายและปัญหาอีกสารพัดอย่าง ทำให้ปัญหาที่ลุ่มน้ำปากพนังรุนแรงจนยากจะแก้ไข จนกระทั่งในหลวงรับสั่งให้สร้างประตูน้ำขึ้นมา วิกฤติต่างๆ จึงคลี่คลาย และยังนำไปสู่โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับน้ำอีกมากมายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :โครงการสุดท้าย และบ้านของพ่อหลังสุดของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ที่ยังไม่เคยได้ไปประทับ ในโครงการ #โครการราชดำริ

ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!
ปัญหาหลักๆ ของลุ่มน้ำปากพนัง คือการขาดแคลนน้ำจืดเพราะพื้นที่ป่าไม้ลดลงสวนทางกับจำนวนประชากรที่มากขึ้น จากที่เคยมีใช้ปีละ 8-9 เดือน ก็ลดลงเหลือปีละ 3 เดือน และเมื่อน้ำจืดเหลือน้อย ก็ทำให้น้ำทะเลหนุนเข้าไปยังแม่น้ำปากพนังเป็นระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตร ส่วนทางตอนใต้ของลุ่มน้ำก็ประสบปัญหาดินเป็นกรด น้ำเปรี้ยว เพราะพรุควนเคร็งซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 200,000 ไร่ ซ้ำยังมีปัญหาน้ำเน่าเสียจากการทำนากุ้งไหลลงในลำน้ำต่างๆ ราษฎรจึงใช้นำเพื่อการเกษตรไม่ได้เลย ประกอบกับพื้นที่ลุ่มน้ำมีความลาดชันน้อย ทำให้เมื่อประสบปัญหาอุทกภัย ก็ระบายน้ำสู่ทะเลได้ยาก ทำให้พื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่ชุมชนเมืองต่างเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
ปัญหาข้างต้นทำให้ราษฎรยากจนลงเรื่อยๆ เพราะผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำลง เริ่มแรกรัฐเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการขนน้ำจืดเข้าไปให้ประชาชนในพื้นที่ด้วยรถบรรทุกทหารวันละหลายรอบ แต่จากการพิจารณาแล้ว ในหลวง ร.9 ทรงคิดว่าไม่คุ้มกัน เพราะไหนจะมีค่าน้ำมันมหาศาล ค่าแรง ค่าสึกหรอของรถบรรทุก แถมยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จึงมีพระราชดำริให้ทำโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง เริ่มด้วยการสร้างประตูน้ำกั้นไม่ให้น้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาทำให้ชาวบ้านทำนาได้ ทั้งยังช่วยเก็บกักน้ำจืดไว้ในลำน้ำสายต่างๆ ไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล เอาไว้ใช้ทำการเกษตรและใช้อุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี
จากนั้นก็โปรดฯ ให้ขุดคลองสายใหม่ ขยายคลองเดิม และขุดลอกคลองที่ตื้นเขินรวมกันหลายสาย เพื่อช่วยในการระบายน้ำฉุกเฉินกรณีที่เกิดน้ำท่วม พร้อมกับสร้างอาคารควบคุมน้ำไว้ที่ปากคลองด้วย ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันตกของลุ่มน้ำที่เป็นเทือกเขาสูง ก็สร้างอ่างเก็บน้ำหรือฝายทดน้ำ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำจากภูเขาไหลหลากลงมาด้านล่าง แถมยังได้เก็บน้ำไว้ใช้ได้อีก ส่วนราษฎรที่ทำนากุ้งซึ่งต้องอาศัยน้ำกร่อย ก็ทรงกำหนดแนวเขตให้ชัดเจนเพื่อแยกพื้นที่น้ำจืดและพื้นที่น้ำเค็มออกจากกัน ผลจากการจัดสรรพื้นที่เช่นนี้ ประเทศไทยเลยสามารถส่งออกกุ้งไปจำนวนมากที่สุดในโลก นำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล

ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :สุขทั้งแผ่นดิน!! โครงการพระราชดำริ ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ ใต้ร่มพระบารมีของพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลก (ชมคลิป)

ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!
ในหลวงทรงคิดหาทางแก้ไขอย่างรอบด้านทั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ วิกฤติต่างๆ คลี่คลาย เพราะทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของทุกคนไปพร้อมกันโดยไม่ทรงทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ที่มา จาก FB: เพจสานต่อที่พ่อทำ
เรียบเรียงจาก 
* พระราชดำรัสในหลวง ร.9 พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม 2536,
* เว็บไซต์กรมชลประทาน

ด้วยพระอัจฉริยภาพ!! ทรงจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ "วิกฤติลุ่มน้ำปากพนัง" กับการอุทิศพระองค์โดยไม่โปรดทิ้งใครไว้ข้างหลัง!!
ติดตามข่าวเพิ่มเติมที่ :เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก! "พระราชาผู้เป็นหนึ่งเดียวในโลก" ที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน