- 26 ก.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวง ร.๑๐ เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่ สวนบ้าน กองแห หมู่ที่๔ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑,๓๕๐ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตรเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชนเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระทัยจะสืบสานงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช มาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระอิสริยยศ "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร" ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ ๑,๓๕๐ ไร่ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษ
ส่วนที่ ๑ พื้นที่ทรงงาน ๓๒ ไร่ เป็นที่เมื่อเสด็จพระราชดำเ
ส่วนที่ ๒ พื้นที่ส่วนราชการ ๑๓๘ ไร่ เป็นที่ตั้งของอาคารศูนย์เร
ส่วนที่ ๓ เป็นพื้นที่พัฒนาการเกษตร ๑๓๙ ไร่ โดยขณะนี้มีเกษตรกรใช้ประโย
ส่วนที่ ๔ เป็นพื้นที่วนเกษตรและธนาคา
สมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตั้งพระทัยให้ “โครงการเกษตรวิชญา” พระราชทานชื่อว่า “เกษตรวิชญา” อันมีความหมายว่า “ปราชญ์แห่งการเกษตร” เป็นศูนย์การเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า ด้วยการจัดพื้นที่พัฒนาการเกษตรจำนวน ๑๓๙ ไร่ หรือ ร้อยละ ๑๐ ของพื้นที่โครงการ ซึ่งมีความลาดชันน้อยถึงลาดชันปานกลาง ดินส่วนใหญ่เป็นดินลึก ระบายน้ำได้ดี เป็นที่ทำกินของราษฎรซึ่งเดิมแผ้วถางป่า ทำไร่เลื่อนลอย
ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการตามพระราชประสงค์ โดยจัดทำระบบอนุรักษ์ดิน และน้ำ ฟื้นฟูปรับปรุงสภาพ พัฒนาแหล่งน้ำ จัดแบ่งเป็นแปลงๆ ให้แก่เกษตรกร ๖๐ ราย รายละ ๑ ไร่ ใช้ทำการเกษตร เพื่อสร้างรายได้ ทั้งนี้ยังส่งเสริมให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของป่า เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้ให้คงอยู่สืบต่อไป
นอกจากนี้ยังมีการเพาะชำกล้าไม้โตเร็วจำนวน ๕๐,๐๐๐ กล้า เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรนำไปปลูกขยายผล ใช้ประโยชน์ในชุมชน และครัวเรือนปลูกป่าไม้ใช้สอยไม้โตเร็ว จำนวน ๑๒๐ ไร่ เพื่อให้ราษฎร มีพื้นที่ป่าไว้ใช้ประโยชน์เป็นถ่านฟืน หุงต้มอาหาร และดำเนินกิจกรรมส่งเสริมราษฎรผลิตและใช้เชื้อเพลิงชีวมวล จำนวน ๒ หมู่บ้าน อีกทั้งจัด ฝึกอบรมหลักสูตร “การผลิตและใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ” แก่ราษฎรจำนวน ๓๐ คน
ทั้งนี้ทำให้ราษฎร จำนวน ๒ หมู่บ้าน ได้เรียนรู้การผลิตและนำเชื้อเพลิงจากวัสดุชีวมวลมาใช้สอยในชีวิตประจำวันและพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น มีวัสดุเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ไม้ฟืน ลดปริมาณการใช้ไม้ฟืนจากป่า ธรรมชาติราษฎรได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ปลูกไม้ฟืน จำนวน ๑๒๐ ไร่ ส่งผลให้ราษฎรเกิดความรัก ความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ และเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
ด้วยน้ำพระทัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์และด้วยตั้งพระทัยจะสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงวางรากฐานเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทยให้มีความสุข
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
กรมประชาสัมพันธ์
ภาพจาก : เพจ พ่อผู้เป็นที่รัก
